สองคู่เขยเถียงในวงเหล้าไทย-เขมร แทงสาหัส

สองคู่เขยเถียงในวงเหล้าไทย-เขมร แทงสาหัส: เรื่องราวที่สะเทือนใจ

ในวันที่ 28 กันยายน 2568 เกิดเหตุการณ์น่าเศร้าขึ้นที่อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อ สองคู่เขยเถียงในวงเหล้าไทย-เขมร จนนำไปสู่การทำร้ายร่างกายด้วยมีด แทงทะลุปอดจนผู้บาดเจ็บสาหัส เหตุการณ์นี้เกิดจากปากเสียงเรื่องสงครามชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ทั้งสองฝ่ายไม่ยอมกัน สรุปไม่ได้ จนบานปลายเป็นโศกนาฏกรรม

สองคู่เขยเถียงในวงเหล้า ‘ไทย-เขมร’ใครยิงก่อน สรุปไม่ได้!

ตามรายงานจาก ร.ต.ท.ธีรวัฒน์ วิชยานานนท์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์ ได้รับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกายที่บ้านเลขที่ 59 หมู่ 5 ตำบลบัวทอง อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ชาวบ้านและหน่วยกู้ภัยรีบเข้าช่วยเหลือทันที ที่เกิดเหตุเป็นกระท่อมข้างบ้าน พบขวดเหล้าวางเกลื่อน และรอยเลือดหยดย้อย ผู้บาดเจ็บคือ นายสมยศ ไชยเสริม อายุ 48 ปี เจ้าของบ้าน ถูกแทงบริเวณใต้ราวนมขวาทะลุปอด อาการสาหัส 被นำส่งโรงพยาบาลบุรีรัมย์ทันที

นางอิงอร เฉลียวสิน อายุ 47 ปี ซึ่งเป็นน้องเมียของผู้บาดเจ็บ เล่าว่า ช่วงบ่ายประมาณ 15.00 น. นายสมหมาย สุวรรณ เขยจากเชียงราย อายุ 63 ปี ได้มาดื่มเหล้าด้วยกันที่บ้านหลังเลิกงาน ทั้งสองเป็นคู่เขยกัน ไม่เคยมีปัญหาหนักหน่วงมาก่อน แต่ครั้งนี้ทะเลาะกันเพราะ สองคู่เขยเถียงในวงเหล้าไทย-เขมร เรื่องใครจะยิงก่อนในสงครามชายแดน ต่างไม่ยอมกัน จนปากเสียงรุนแรง นายสมหมายขว้างแก้วเหล้าใส่ นายสมยศ โมโหคว้าก้านมะยมฟาดไปที่ลำตัว 2 ครั้ง

รายละเอียดเหตุการณ์สองคู่เขยเถียงในวงเหล้า

หลังจากนั้น นายจตุรานนท์ ภูสีน้อย อายุ 27 ปี ญาติผู้บาดเจ็บ พยายามพานายสมยศกลับเข้าบ้าน แต่กลับถูกนายสมหมายดักรอหน้าบ้าน พร้อมตะโกนท้าทาย ก่อนชักมีดที่พกติดตัวแทงใส่จนล้มลง ชาวบ้านที่มุงดูพยายามห้ามแต่ไม่กล้าเข้าใกล้เพราะหวั่นถูกทำร้าย เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศมึนเมา ทำให้ทุกอย่างบานปลายอย่างรวดเร็ว

ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์ เข้าควบคุมตัวนายสมหมายทันที พร้อมยึดมีดที่ใช้ก่อเหตุ นำตัวไปสอบสวนที่สถานีเพื่อหามูลเหตุจูงใจ และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เหตุการณ์ สองคู่เขยเถียงในวงเหล้าไทย-เขมร แทงสาหัส นี้ สะท้อนให้เห็นถึงอันตรายของการดื่มเหล้าผสมกับการสนทนาเรื่องการเมืองหรือประวัติศาสตร์ที่敏感 โดยเฉพาะประเด็นชายแดนไทย-กัมพูชา ที่มักจุดประกายความขัดแย้ง

จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เหตุทะเลาะวิวาทจากวงเหล้ามักเกิดขึ้นบ่อยครั้งในชุมชนชนบท การเถียงกันเรื่องประวัติศาสตร์หรือสงคราม เช่น ใครยิงก่อนในเหตุการณ์ปราสาทพระวิหาร สามารถนำไปสู่การสูญเสียได้ หากไม่ควบคุมอารมณ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตแนะนำว่า ควรหลีกเลี่ยงการพูดคุยหัวข้อร้อนแรงขณะเมา และหันมาเน้นเรื่องที่สร้างสรรค์มากกว่า

  • หลีกเลี่ยงการดื่มเหล้าจนเมามาย เพื่อป้องกันการทะเลาะ
  • เลือกหัวข้อสนทนาที่เป็นกลาง ไม่กระทบความรู้สึก
  • หากเกิดปากเสียง ควรหยุดและแยกย้ายทันที
  • ชุมชนควรมีมาตรการป้องกัน เช่น จัดกิจกรรมที่ไม่เกี่ยวกับเหล้า

นอกจากนี้ เหตุการณ์นี้ยังเป็นเครื่องเตือนใจให้สังคมตระหนักถึงปัญหาความรุนแรงจากอาวุธมีดที่พกพา การพกมีดในชีวิตประจำวันอาจดูปกติในบางพื้นที่ แต่เมื่อรวมกับอารมณ์ชั่ววูบ สามารถก่อให้เกิดโศกนาฏกรรมได้ สถิติจากกระทรวงสาธารณสุขระบุว่า อุบัติเหตุจากมีดทำร้ายร่างกายมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วงหลังโควิด โดยเฉพาะในครอบครัวและเพื่อนฝูง

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์สองคู่เขยเถียงในวงเหล้านี้ไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นตัวอย่างของปัญหาสังคมที่ใหญ่กว่า การศึกษาและการสื่อสารที่ดีสามารถช่วยลดความขัดแย้งได้ หากเราทุกคนตระหนักและช่วยกันป้องกัน อนาคตของชุมชนจะปลอดภัยยิ่งขึ้น

สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกท่านตระหนักถึงความสำคัญของการควบคุมตนเอง หากพบเห็นเหตุการณ์คล้ายกัน กรุณาแจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีเพื่อป้องกันการสูญเสีย

ที่มา – สองคู่เขยเถียงในวงเหล้า ‘ไทย-เขมร’ใครยิงก่อน สรุปไม่ได้! มีดแทงทะลุปอดสาหัส

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *