สัมภาษณ์ “ปิแอร์ แลมเมอร์เมเยอร์” เอาก์สบวร์ก เชื่อ เด็กไทยไม่เป็นรองใครในโลก

การร่วมมือระหว่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ เอาก์สบวร์ก สโมสรดังจากบุนเดสลีกา เยอรมนี ถือเป็นก้าวสำคัญครั้งยิ่งใหญ่ในวงการฟุตบอลไทย โดยเฉพาะในเรื่องการพัฒนาเยาวชน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของฟุตบอลในระยะยาว

ล่าสุด “ข่าวกีฬาเดลินิวส์” มีโอกาสพิเศษได้สัมภาษณ์ “ปิแอร์ แลมเมอร์เมเยอร์” สมาชิกคณะกรรมการบริหารสโมสร เอาก์สบวร์ก เกี่ยวกับรายละเอียดความร่วมมือนี้ และมุมมองเกี่ยวกับศักยภาพของเด็กไทยที่จะก้าวเป็นนักฟุตบอลในระดับยุโรป

สัมภาษณ์ “ปิแอร์ แลมเมอร์เมเยอร์” เอาก์สบวร์ก เชื่อ เด็กไทยไม่เป็นรองใครในโลก

ปิแอร์ เปิดเผยว่า การร่วมมือครั้งนี้เริ่มต้นจากการที่สโมสรจัดโครงการ Bundesliga Dream Thailand เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว โดยเชิญเยาวชนไทยที่มีพรสวรรค์กว่า 15-20 คนมาฝึกที่เมืองเอาก์สบวร์ก สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นแสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่ยอดเยี่ยมของเด็กไทย โดยเฉพาะ “เคน” ที่ได้โอกาสเป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมและฝึกซ้อมกับอะคาเดมี่ของสโมสรเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ‘บาเยิร์นของไทย’ ที่เอาก์สบวร์กเห็นคุณค่า

ปิแอร์ ชื่นชมว่าบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เป็นสโมสรที่ได้รับความนิยมและประสบความสำเร็จมากที่สุดในประเทศไทย โดยเปรียบเทียบกับบาเยิร์น มิวนิก ในเยอรมนี ซึ่งเป็นที่มาของแรงบันดาลใจให้เอาก์สบวร์กตัดสินใจร่วมมือ นอกจากนี้ พวกเขายังมีการจัดการอะคาเดมี่ที่ได้มาตรฐาน พร้อมทั้งฐานแฟนคลับที่แข็งแกร่ง

“เราประทับใจกับสนาม และสิ่งอำนวยความสะดวกที่บุรีรัมย์มี รวมถึงระบบการพัฒนาเยาวชนที่ใกล้เคียงกับเรา ทำให้เกิดการเชื่อมโยงได้อย่างลงตัว” ปิแอร์ กล่าว

เป้าหมายหลักของการร่วมมือ

เขาชี้แจงว่า เป้าหมายหลักของการร่วมมือไม่ใช่แค่พัฒนาเยาวชน แต่ยังเป็นการแลกเปลี่ยนด้านแรงบันดาลใจในเรื่องการตลาด การจัดการองค์กร และการสร้างแบรนด์ “เราตั้งใจจะส่งโค้ชเยาวชนไปประมาณ 3 ครั้งต่อปี ครั้งละอย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพื่อ initiation การเทรนแบบเรา พร้อมจัดค่ายร่วมกันเพื่อพัฒนาลูกหนังไทยต่อไป”

​เด็กไทยมีศักยภาพสูงเกินคาด

เมื่อพูดถึงความสามารถของเยาวชนไทย ปิแอร์ ได้ยกย่องว่า “ต้องยอมรับว่าเราประหลาดใจกับความสามารถของนักเตะไทย โดยเฉพาะเคน ที่สามารถเติมเต็มมาตรฐานของเราได้ในวัยเพียง 14-15 ปี ซึ่งถือว่าเกินความคาดหมายมาก”

เขาตอกย้ำว่า นอกจากฝีเท้าแล้ว พลังใจ ความมุ่งมั่น และทัศนคติที่ดี จะช่วยขับเคลื่อนเด็กไทยไปสู่โอกาสในการเป็นนักเตะอาชีพได้อย่างยั่งยืน และเรื่องรูปร่างไม่ใช่สิ่งสำคัญเท่าความสามารถ

เกี่ยวกับโอกาสไปเล่นในยุโรป ปิแอร์ เชื่อมั่นว่า หากนักเตะมีคุณภาพ ไม่ว่าจะมาจากไหน ก็มีทางลุ้นได้ “การร่วมมือนี้เองคือโอกาสที่นักเตะไทยจะมาฝึกกับเรา ได้สัมผัสวัฒนธรรม เรียนรู้ภาษา และปรับตัวให้พร้อมก่อนขึ้นเล่นในทีมใหญ่”

สุดท้าย ปิแอร์ฝากถึงเยาวชนไทยว่า จงตั้งเป้าให้สูง ตั้งใจพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง เพราะฟุตบอลเป็นเส้นทางที่ต้องใช้ความมุ่งมั่น และมีโอกาสรออยู่เสมอ

การร่วมมือระหว่างบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดและเอาก์สบวร์ก ถือเป็นพันธสัญญาแห่งความหวังที่สร้างโอกาสให้ฟุตบอลไทย เดินไกลออกไปยังเวทีโลกอย่างแท้จริง

ที่มา – สัมภาษณ์พิเศษ “ปิแอร์ แลมเมอร์เมเยอร์” ผู้บริหารเอาก์สบวร์ก “เด็กไทยไม่เป็นรองใครในโลก และมีโอกาสไปเล่นยุโรปได้”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *