สั่งคุมเข้มทุเรียนส่งออกย้ำมาตรการ “4 ไม่”

กรมวิชาการเกษตรสั่งคุมเข้มทุเรียนส่งออก โดยย้ำมาตรการสำคัญเพื่อยกระดับคุณภาพผลไม้ไทยสู่ตลาดจีน ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของเราการส่งออกทุเรียนในปีนี้คาดว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ต้องรักษามาตรฐานให้สูงสุดเพื่อความเชื่อมั่นจากประเทศนำเข้า นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยถึงการดำเนินงานที่เข้มงวด โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกซึ่งเป็นแหล่งผลิตทุเรียนหลัก

สั่งคุมเข้มทุเรียนส่งออกย้ำมาตรการ “4 ไม่” ฝ่าฝืนระงับส่งออกทันที

มาตรการหลักที่กำชับให้ทุกหน่วยงานยึดถือคือ มาตรการ “4 ไม่” ได้แก่ ไม่อ่อน ไม่หนอน ไม่สวมสิทธิ์ และ ไม่มีสี/ไม่มีสาร โดยมีการตรวจสอบย้อนกลับได้จริงในทุกขั้นตอน ตั้งแต่แปลงปลูกของเกษตรกร โรงคัดบรรจุ การตรวจคุณภาพ การออกใบรับรอง จนถึงการส่งออก หากพบผู้ประกอบการฝ่าฝืน จะถูกระงับสิทธิ์ส่งออกทันที เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจกระทบภาพลักษณ์ผลไม้ไทยทั้งระบบ

ย้ำมาตรการสั่งคุมเข้มทุเรียนส่งออกย้ำมาตรการ “4 ไม่” ในทุเรียนสด

สำหรับทุเรียนสด มีการเฝ้าระวังสาร Basic Yellow 2 (BY2) และการปนเปื้อนแคดเมียม อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีห้องปฏิบัติการที่ขึ้นทะเบียนกับ GACC (General Administration of Customs of China) จำนวน 14 แห่ง สามารถรองรับการตรวจวิเคราะห์เพื่อการส่งออกได้ทันท่วงที การบูรณาการกับจังหวัดและหน่วยงานท้องถิ่นช่วยควบคุมการเก็บเกี่ยวให้เหมาะสม ป้องกันการตัดทุเรียนอ่อนและการสวมสิทธิ์ โดยเน้นมาตรฐาน GAP ในแปลงปลูกและ GMP ในโรงคัดบรรจุ

สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 (สวพ.6) จังหวัดจันทบุรี จะจัดประชุมผู้ประกอบการโรงคัดบรรจุผลไม้ภาคตะวันออก ในวันที่ 12 มีนาคม 2567 เพื่อชี้แจงแนวทางการควบคุมคุณภาพก่อนฤดูเก็บเกี่ยว ซึ่งคาดว่าจะเริ่มตั้งแต่พันธุ์กระดุมวันที่ 20 มีนาคม พันธุ์ชะนีและพวงมณีวันที่ 10 เมษายน และพันธุ์หมอนทองกับก้านยาววันที่ 15 เมษายน 2567 เป็นต้นไป หากจำเป็นต้องเก็บเกี่ยวก่อนกำหนด เกษตรกรต้องนำผลผลิตเข้าสู่กระบวนการ ตรวจก่อนตัด โดยวัดเปอร์เซ็นต์น้ำหนักเนื้อแห้ง เพื่อยืนยันความสุกงอม

  • พันธุ์กระดุม: เริ่ม 20 มี.ค. 2567
  • พันธุ์ชะนี พวงมณี: เริ่ม 10 เม.ย. 2567
  • พันธุ์หมอนทอง ก้านยาว: เริ่ม 15 เม.ย. 2567

นอกจากนี้ ยังกำชับยกระดับ Big Cleaning ในโรงคัดบรรจุทุเรียน โดยทำความสะอาดพื้นที่ เครื่องมืออย่างสายพานลำเลียง เครื่องชั่ง ตะกร้า พาเลท และภาชนะบรรจุ รวมถึงจัดระเบียบพื้นที่รอบโรงงาน เพื่อป้องกันการปนเปื้อนข้ามและสารต้องห้าม พร้อมยึดแนวทาง Set Zero คือไม่ใช้สารเคมีอันตรายหรือสีในกระบวนการคัดบรรจุ ทุกโรงต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของกรมวิชาการเกษตรอย่างเคร่งครัด

ขยายมาตรการสู่ผลไม้ชนิดอื่น เช่น ลำไยสด

กรมวิชาการเกษตรยังเตรียมยกระดับการส่งออกลำไยสด โดยใช้ระบบบริหารความเสี่ยงโรงคัดบรรจุแบบ เขียว–เหลือง–แดง ควบคู่ตรวจวิเคราะห์ค่าซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) ตกค้างในเนื้อลำไยไม่เกิน 50 ppm เพื่อให้ได้มาตรฐานประเทศคู่ค้า ปัจจุบันมีห้องปฏิบัติการตรวจ SO2 ในลำไยสด 13 แห่งทั่วประเทศ รองรับการส่งออกอย่างต่อเนื่อง มาตรการเหล่านี้ไม่เพียงช่วยเสริมความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยอาหาร แต่ยังสนับสนุนเกษตรกรไทยให้แข่งขันในตลาดโลกได้ดีขึ้น

การส่งออกทุเรียนและผลไม้ไทยไปจีนในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเติบโตสูง โดยทุเรียนเดือนนี้ยอดสั่งซื้อพุ่ง แต่มาตรการสั่งคุมเข้มทุเรียนส่งออกย้ำมาตรการ “4 ไม่” จะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาคุณภาพและป้องกันปัญหาในอนาคต เกษตรกรและผู้ประกอบการควรเตรียมตัวให้พร้อม เพื่อให้ผลผลิตไทยเป็นที่หนึ่งในใจผู้บริโภคจีน

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ มาตรการนี้จะช่วยยกระดับอุตสาหกรรมผลไม้ไทยให้ยั่งยืนยาวนาน หากทุกฝ่ายร่วมมือกัน จะเห็นผลดีทั้งรายได้เกษตรกรและชื่อเสียงประเทศ ลองแชร์ประสบการณ์การปลูทุเรียนของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือติดตามข่าวสารเกษตรอัปเดตเพิ่มเติมเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – สั่งคุมเข้มทุเรียนส่งออกย้ำมาตรการ “4 ไม่” ฝ่าฝืนระงับส่งออกทันที

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *