สาวสุดช้ำ! หลงเชื่อโปรฯ ฉีดฟิลเลอร์ สุดท้ายหน้าบวม-เบี้ยว รักษานานร่วม 2 ปี
สาวสุดช้ำ! หลงเชื่อโปรฯ ฉีดฟิลเลอร์ สุดท้ายหน้าบวม-เบี้ยว รักษานานร่วม 2 ปี
การดูแลรูปร่างหน้าตาให้ดูดีขึ้นเป็นสิ่งที่ใครหลายคนใฝ่ฝัน แต่ก็ต้องระมัดระวังให้ดี โดยเฉพาะการฉีดฟิลเลอร์ ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน ล่าสุด มีหญิงสาวรายหนึ่งออกมาเตือนภัยหลังจากหลงเชื่อโปรโมชั่นฉีดฟิลเลอร์จนเกือบเสียโฉม ใบหน้าบวมและผิดรูปเป็นเวลานานกว่า 2 ปี
เรื่องจริงที่น่าคิด: หลงเชื่อโปรโมชั่นฉีดฟิลเลอร์
นางสาวมน (นามสมมติ) อายุ 37 ปี ผู้เสียหายเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า เดิมทีเธอตั้งใจจะไปรักษาฝ้าที่ใบหน้า จึงค้นหาคลินิกความงามจากเฟซบุ๊ก พบเพจหนึ่งที่ตั้งอยู่ใกล้บ้าน จึงติดต่อสอบถามและนัดหมายเข้ารับบริการ
เมื่อไปถึงคลินิก บุคคลหนึ่งแนะนำให้ฉีดฟิลเลอร์เพื่อเติมเต็มและปรับรูปหน้า พร้อมยืนยันว่าจะมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ดำเนินการเอง แถมยังเสนอโปรโมชั่นราคาพิเศษ 39,999 บาท สำหรับการฉีดฟิลเลอร์หนึ่งครั้ง ทำให้เธอตัดสินใจจ่ายเงิน 40,000 บาท และรับการฉีดฟิลเลอร์บริเวณใบหน้าประมาณ 29 ซีซี
ผลลัพธ์ที่เลวร้าย: หน้าบวมและผิดรูป
หลังการฉีดฟิลเลอร์ครั้งแรก ประมาณหนึ่งสัปดาห์ นางสาวมนเริ่มมีอาการผิดปกติ ใบหน้าบวม ผิดรูป และมีอาการเจ็บปวด จึงกลับไปปรึกษาที่คลินิก ทางคลินิกให้ยารักษาอาการบวมและปวดมาใช้ แต่อาการไม่ดีขึ้น
สัปดาห์ถัดมา อาการยังคงไม่ดีขึ้น ทางคลินิกจึงฉีดฟิลเลอร์เพิ่มอีก 1 ครั้ง ประมาณ 10 ซีซี อย่างไรก็ตาม อาการยังไม่ดีขึ้น จึงต้องรับการรักษาด้วยยาระงับปวดและยาลดบวมต่อเนื่องนานกว่า 1 ปี
กระทั่งเดือนกรกฎาคม ปี 2568 หลังจากเข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาล ผลตรวจไม่พบภาวะการแพ้ จึงเริ่มสงสัยว่าอาการน่าจะเกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์ ซึ่งทางคลินิกเพิ่งส่งตัวเธอไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ จนอาการเริ่มดีขึ้น
ข้อควรระวังก่อนฉีดฟิลเลอร์
- ตรวจสอบคลินิกให้ดี ควรเลือกคลินิกที่ได้รับการรับรองและมีมาตรฐาน
- ยืนยันตัวตนแพทย์ ตรวจสอบว่าแพทย์ผู้ให้บริการมีใบประกอบวิชาชีพและมีประสบการณ์
- หลีกเลี่ยงโปรโมชั่นราคาถูกเกินไป ราคาถูกอาจเป็นสัญญาณของบริการที่ไม่ได้มาตรฐาน
- ศึกษาข้อมูลและอ่านรีวิว จากผู้ใช้บริการรายอื่น ๆ ก่อนตัดสินใจ
- ไม่ควรหลงเชื่อคำแนะนำโดยไม่ตรวจสอบ ควรตั้งคำถามและขอคำอธิบายอย่างละเอียด
ปัจจุบัน นางสาวมนยังคงต้องรับการรักษาอย่างต่อเนื่อง แม้อาการจะดีขึ้นมาก แต่ยังไม่สามารถกลับมาเป็นปกติได้ทั้งหมด เธอกล่าวว่า ไม่ได้แจ้งความเพื่อเรื่องเงิน แต่ต้องการให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพราะทางคลินิกไม่ยอมรับผิดชอบ และยังไม่แน่ใจว่าบุคคลที่ฉีดฟิลเลอร์ให้เป็นแพทย์จริงหรือไม่
จากกรณีนี้ เราควรตระหนักว่าความงามที่ได้มาด้วยความเสี่ยง อาจแลกมาด้วยความเจ็บปวดและค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าที่คิด ดังนั้น การเลือกบริการความงามควรพิจารณาอย่างรอบคอบ อย่าหลงเชื่อโปรโมชั่นหรือคำพูดชักจูงจนลืมตรวจสอบความปลอดภัย
ที่มา – สาวสุดช้ำ! หลงเชื่อโปรฯ ฉีดฟิลเลอร์ สุดท้ายหน้าบวม-เบี้ยว รักษานานร่วม 2 ปี