สำนักงานฯ อ้างเฝ้าห้องเปล่า ปมประชุม กสทช.

ประเด็นร้อนภายในสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. กลับมาเป็นที่จับตาอีกครั้ง หลังเกิดเหตุการณ์ที่กรรมการ กสทช. จำนวน 6 คน เดินทางมาประชุม กสทช. นัดพิเศษ แต่กลับไม่มีเจ้าหน้าที่สำนักงานเข้ามาทำหน้าที่ฝ่ายเลขานุการหรืออำนวยความสะดวกอย่างที่ควรจะเป็น จนเกิดคำถามถึงความเหมาะสมและความชอบธรรมของการบริหารจัดการภายในองค์กร

เรื่องนี้ถูกตั้งข้อสังเกตอย่างกว้างขวาง เพราะสำนักงานฯ แจ้งว่าไม่สามารถส่งเจ้าหน้าที่มาดูแลการประชุมนัดพิเศษได้ เนื่องจากต้องเตรียมการประชุม กสทช. อีกนัดหนึ่งในช่วงเวลาเดียวกัน โดยอ้างว่าต้องเปิดห้องและเตรียมความพร้อมไว้จนถึงเวลา 16.30 น. อย่างไรก็ตาม ภายหลังมีเอกสารข่าวของสำนักงานฯ ระบุว่า การประชุมอีกห้องไม่มีกรรมการ กสทช. เข้าร่วมเลย จึงทำให้เกิดภาพที่หลายฝ่ายมองว่าเป็นการ “เฝ้าห้องเปล่า” ขณะที่กรรมการเสียงข้างมากกำลังประชุมอยู่จริง

สำนักงานฯ อ้างเฝ้าห้องเปล่า ปมขัดแย้งที่ต้องตรวจสอบ

จุดเริ่มต้นของเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อมีหนังสือเชิญกรรมการ กสทช. เข้าร่วมประชุมนัดพิเศษ เพื่อบริหารจัดการวาระที่ค้างอยู่เป็นจำนวนมาก การประชุมดังกล่าวมีกรรมการจำนวน 6 คนเข้าร่วม และมีการมอบหมายให้ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมชั่วคราว แต่เมื่อถึงเวลาประชุมกลับไม่มีเจ้าหน้าที่เข้ามาทำหน้าที่เลขานุการ รวมทั้งไม่มีการจัดเตรียมระบบออนไลน์สำหรับกรรมการที่เข้าร่วมทางไกล

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าไม่อนุญาตให้นักข่าวขึ้นไปบันทึกภาพการประชุม สถานการณ์ดังกล่าวทำให้กรรมการที่มาประชุมต้องตั้งคำถามว่า เหตุใดสำนักงาน กสทช. ซึ่งมีหน้าที่สนับสนุนการทำงานของคณะกรรมการทั้งหมด จึงไม่สามารถจัดเตรียมความพร้อมพื้นฐานให้กับการประชุมได้ ทั้งที่มีหนังสือเชิญประชุมอย่างเป็นทางการออกมาก่อนแล้ว

สำนักงานฯ อ้างเฝ้าห้องเปล่า แต่เอกสารกลับไม่ตรงกัน

ความน่าสนใจของเรื่องนี้อยู่ที่เอกสารของสำนักงาน กสทช. สองฉบับ ซึ่งถูกมองว่ามีเนื้อหาขัดแย้งกันในทางปฏิบัติ เอกสารฉบับแรกระบุว่า สำนักงานไม่สามารถส่งเจ้าหน้าที่เข้าร่วมประชุมนัดพิเศษได้ เพราะต้องจัดการประชุม กสทช. ครั้งที่ 25/2569 ในเวลาเดียวกัน และเลขาธิการ กสทช. ต้องทำหน้าที่เลขานุการของการประชุมดังกล่าว

แต่เอกสารข่าว Press Release ฉบับที่ 87/2569 กลับระบุว่า ประธาน กสทช. ขอลาประชุม และไม่มีกรรมการ กสทช. เข้าร่วมการประชุมครั้งที่ 25/2569 แม้แต่คนเดียว ทำให้เกิดคำถามสำคัญว่า หากไม่มีกรรมการเข้าร่วม เหตุใดสำนักงานจึงไม่ปรับการจัดสรรเจ้าหน้าที่ไปสนับสนุนการประชุมนัดพิเศษที่มีกรรมการเข้าร่วมจริง

กรณีสำนักงานฯ อ้างเฝ้าห้องเปล่า จึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการจัดห้องประชุมหรือการจัดเจ้าหน้าที่เท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับหลักการทำงานของหน่วยงานรัฐ ความเป็นกลางของฝ่ายธุรการ และการปฏิบัติต่อกรรมการทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน หากเอกสารสองฉบับให้ข้อมูลไม่สอดคล้องกัน สำนักงานควรชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างละเอียด เพื่อให้สังคมเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

หน้าที่ฝ่ายธุรการ กสทช. ต้องสนับสนุนกรรมการทั้งหมด

กรรมการที่เข้าร่วมประชุมตั้งข้อสังเกตว่า สำนักงาน กสทช. มีหน้าที่เป็นฝ่ายธุรการของคณะกรรมการ กสทช. ทั้งคณะ ไม่ใช่ฝ่ายธุรการของประธาน กสทช. เพียงคนเดียว ประเด็นนี้มีความสำคัญต่อการทำงานขององค์กร เพราะฝ่ายสนับสนุนควรทำหน้าที่อย่างเป็นกลาง และพร้อมอำนวยความสะดวกให้กับการประชุมที่ดำเนินการตามขั้นตอนและกรอบกฎหมาย

เมื่อมีกรรมการจำนวน 6 คนเดินทางมาประชุมตามหนังสือเชิญ การไม่จัดเตรียมเลขานุการ ห้องประชุม ระบบออนไลน์ หรือเอกสารที่เกี่ยวข้อง อาจส่งผลต่อความต่อเนื่องของงานราชการ โดยเฉพาะในช่วงที่มีวาระค้างจำนวนมาก การประชุมจึงไม่ควรถูกมองว่าเป็นเรื่องของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่ควรพิจารณาจากหน้าที่และความรับผิดชอบขององค์กรเป็นหลัก

  • สำนักงานควรชี้แจงเหตุผลของการไม่ส่งเจ้าหน้าที่เข้าร่วมประชุมอย่างโปร่งใส
  • ควรตรวจสอบว่าเอกสารและคำสั่งภายในมีเนื้อหาสอดคล้องกันหรือไม่
  • ควรกำหนดแนวทางสนับสนุนการประชุมของกรรมการทุกคนอย่างเท่าเทียม
  • ควรเปิดเผยข้อมูลที่จำเป็น เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดและลดความขัดแย้งภายในองค์กร

ข้อกังวลเรื่อง ม.157 และความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่

กรรมการ กสทช. ที่เข้าร่วมประชุมยังแสดงความกังวลว่า หากมีการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่จริง ผู้เกี่ยวข้องอาจต้องรับผิดทั้งในทางวินัยและทางกฎหมาย โดยเฉพาะการถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 อย่างไรก็ตาม การจะเข้าข่ายความผิดหรือไม่จำเป็นต้องพิจารณาข้อเท็จจริง เอกสาร คำสั่ง และเจตนาของผู้ปฏิบัติหน้าที่อย่างรอบคอบ ไม่ควรสรุปความผิดล่วงหน้า

สิ่งที่สังคมต้องการเห็นในเวลานี้คือกระบวนการตรวจสอบที่เป็นอิสระและโปร่งใส รวมถึงคำชี้แจงจากสำนักงาน กสทช. ว่าเหตุใดจึงเลือกดำเนินการเช่นนั้น และใครเป็นผู้รับผิดชอบการตัดสินใจ การตรวจสอบควรครอบคลุมตั้งแต่การออกหนังสือเชิญประชุม การแต่งตั้งผู้รักษาการ การจัดเตรียมห้องประชุม ไปจนถึงเหตุผลที่ไม่จัดเจ้าหน้าที่สนับสนุนกรรมการที่มาประชุม

ในมุมของประชาชน ความขัดแย้งภายใน กสทช. ไม่ได้กระทบเฉพาะบุคลากรในองค์กรเท่านั้น แต่ยังอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นต่อการกำกับดูแลกิจการกระจายเสียง โทรทัศน์ และโทรคมนาคม หากองค์กรที่มีหน้าที่กำกับดูแลสื่อสารและเทคโนโลยีไม่สามารถบริหารจัดการการประชุมภายในได้อย่างชัดเจน ก็ย่อมทำให้เกิดคำถามต่อประสิทธิภาพและความเป็นกลางในการทำงาน

บทสรุปของปมประชุม กสทช.

กรณีสำนักงานฯ อ้างเฝ้าห้องเปล่า สะท้อนความขัดแย้งที่ควรได้รับการอธิบายด้วยข้อเท็จจริง ไม่ใช่การตอบโต้ระหว่างบุคคลหรือกลุ่มภายในองค์กร ประเด็นสำคัญอยู่ที่การทำให้เห็นว่า การประชุมที่มีกรรมการเข้าร่วมได้รับการสนับสนุนตามหน้าที่หรือไม่ และการไม่ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวมีเหตุผลตามกฎหมายและระเบียบเพียงใด

ทางออกที่เหมาะสมคือการเปิดเผยเอกสารที่เกี่ยวข้อง ตั้งคณะตรวจสอบข้อเท็จจริง และกำหนดแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันอีก การทำงานของหน่วยงานรัฐควรยึดหลักความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และประโยชน์สาธารณะเป็นสำคัญ หากทุกฝ่ายให้ข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา ความขัดแย้งก็จะสามารถคลี่คลายได้ และประชาชนจะกลับมาเชื่อมั่นต่อการทำงานของ กสทช. มากขึ้น

ข้อคิดเห็น: เหตุการณ์นี้ควรเป็นบทเรียนให้ทุกหน่วยงานยืนยันบทบาทของฝ่ายธุรการอย่างเป็นกลาง พร้อมจัดระบบการประชุมให้ชัดเจน เพราะการปล่อยให้เกิดภาพ “ห้องประชุมมีคน แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่สนับสนุน” ย่อมไม่เป็นผลดีต่อความน่าเชื่อถือขององค์กร

ที่มา – ย้อนแย้ง! สำนักงานฯ อ้างติดภารกิจ “เฝ้าห้องเปล่า” ขณะที่กรรมการที่มาประชุม เตือนระวัง ม.157

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *