สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรแจง 5 ข้อ
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรแจง 5 ข้อ หลังมีเสียงวิจารณ์ว่าแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการ หรือ กมธ. สามัญ อาจเป็นการลดทอนหรือริบอำนาจของประธาน กมธ. โดยสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรยืนยันว่า แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อทำให้การปฏิบัติงานเป็นไปตามกฎหมาย มีมาตรฐานเดียวกัน และลดความขัดแย้งระหว่างคณะกรรมาธิการ
แถลงการณ์ดังกล่าวอธิบายหลักปฏิบัติสำคัญหลายประเด็น โดยเฉพาะเรื่องการนัดประชุม การบรรจุระเบียบวาระ และการเรียกบุคคลหรือเอกสารมาให้ข้อมูลต่อ กมธ. ประเด็นเหล่านี้มีความสำคัญต่อการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติ เพราะเกี่ยวข้องกับทั้งอำนาจตรวจสอบของสภาผู้แทนราษฎรและสิทธิของหน่วยงานหรือบุคคลที่ต้องเข้าชี้แจง
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรแจง 5 ข้อ
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรระบุว่า แนวทางที่เผยแพร่ไม่ได้มีเจตนาจำกัดอำนาจประธาน กมธ. แต่เป็นการอธิบายบทบัญญัติของกฎหมายและระเบียบให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อให้คณะกรรมาธิการทุกคณะดำเนินงานไปในทิศทางเดียวกัน โดยมีรายละเอียดสำคัญ 5 ข้อ ดังนี้
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรแจง 5 ข้อเกี่ยวกับอำนาจ กมธ.
- ข้อที่ 1 แนวทางไม่ได้ริบอำนาจประธาน กมธ. การชี้แจงครั้งนี้เป็นเพียงการทำความเข้าใจกฎหมายให้ตรงกัน ลดข้อโต้แย้งระหว่าง กมธ. และช่วยให้การทำงานของแต่ละคณะเป็นไปอย่างเป็นระบบ
- ข้อที่ 2 การนัดประชุมต้องอาศัยมติของ กมธ. โดยหลักแล้วการนัดประชุมที่ผ่านมาเป็นไปตามมติของคณะกรรมาธิการ อย่างไรก็ตาม ประธาน กมธ. ยังสามารถกำหนดนัดประชุมเป็นกรณีพิเศษได้ หากมีเหตุจำเป็นและอยู่ภายใต้กรอบที่กำหนด
- ข้อที่ 3 การบรรจุวาระเรียกบุคคลต้องผ่านมติ. กรณีการเรียกบุคคลมาให้ข้อมูลจะถูกบรรจุในระเบียบวาระการประชุมที่เกี่ยวข้อง และการดำเนินการต้องเป็นไปตามมติของ กมธ. ประธาน กมธ. ไม่สามารถบรรจุเรื่องใดได้ตามลำพัง หากไม่มีกฎหมายให้อำนาจไว้โดยชัดแจ้ง
- ข้อที่ 4 การเรียกบุคคลหรือเอกสารต้องเป็นมติของ กมธ. ไม่ว่าจะใช้คำว่าเชิญ ขอข้อมูล หรือขอความร่วมมือ หากมีลักษณะเป็นการใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ ก็ถือเป็นการเรียกบุคคลหรือเอกสาร ประธาน กมธ. จึงไม่อาจดำเนินการเพียงคนเดียว
- ข้อที่ 5 การพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องกันต้องประสานงาน. กมธ. ไม่ควรศึกษาประเด็นเดียวกันซ้ำซ้อน แต่สามารถพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องกันได้ หากมีมากกว่าหนึ่งคณะดำเนินการในประเด็นใกล้เคียงกัน ควรมีการพูดคุยระหว่างประธานสภาผู้แทนราษฎรกับประธาน กมธ. เพื่อหาวิธีตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ
ในประเด็นการบรรจุระเบียบวาระ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรอธิบายว่า เรื่องอื่นนอกเหนือจากการเรียกบุคคลต้องอยู่ในกรอบหน้าที่และอำนาจของ กมธ. ก่อนเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาและมีมติร่วมกัน ตัวอย่างเช่น การพิจารณาเรื่องร้องเรียนว่าอยู่ในขอบเขตหน้าที่ของคณะกรรมาธิการหรือไม่ ขั้นตอนนี้ช่วยให้การตัดสินใจเป็นมติของคณะ ไม่ใช่การตัดสินใจของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง
สำหรับการเรียกเจ้าหน้าที่หรือผู้แทนหน่วยงานมาให้ข้อมูลนั้น จะต้องพิจารณาตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างรอบคอบ แม้จะใช้ถ้อยคำที่ดูเป็นการขอความร่วมมือ แต่หากมีผลในลักษณะบังคับหรือเป็นการใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ ก็ต้องผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุม กมธ. ก่อน หลักการนี้มีขึ้นเพื่อให้ทุกฝ่ายเข้าใจตรงกันและป้องกันการใช้อำนาจเกินขอบเขต
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือการทำงานของ กมธ. หลายคณะที่อาจเกี่ยวข้องกับเรื่องเดียวกัน สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรมองว่า การประสานงานระหว่างประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธาน กมธ. เป็นแนวทางที่จะช่วยลดภาระของเจ้าหน้าที่ เพราะในทางปฏิบัติ หน่วยงานหนึ่งอาจถูกเชิญให้เข้าชี้แจงต่อหลายคณะภายในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน การจัดระบบให้เหมาะสมจึงช่วยประหยัดเวลาและทรัพยากร
ทั้งนี้ แถลงการณ์ยืนยันว่า ระเบียบและแนวทางดังกล่าวไม่ได้มีเจตนาสร้างความยุ่งยากหรือล่าช้าในการทำงานของคณะกรรมาธิการ แต่ต้องการให้ทุกขั้นตอนสอดคล้องกับกฎหมาย การกำหนดให้มีมติของ กมธ. ในเรื่องสำคัญยังช่วยเพิ่มความโปร่งใส ทำให้ตรวจสอบได้ว่าใครเป็นผู้เสนอเรื่อง เหตุผลคืออะไร และที่ประชุมมีความเห็นอย่างไร
มุมมองที่ควรติดตามต่อจากนี้คือ การนำแนวทางไปใช้จริงในแต่ละคณะ เพราะแม้หลักการจะช่วยสร้างมาตรฐานเดียวกัน แต่การทำงานของ กมธ. แต่ละชุดอาจมีภารกิจและลักษณะปัญหาแตกต่างกัน การสื่อสารระหว่างประธาน สมาชิก และฝ่ายเลขานุการจึงเป็นหัวใจสำคัญ หากทุกฝ่ายยึดกฎหมายเป็นหลัก พร้อมเปิดพื้นที่ให้หารือกันอย่างสร้างสรรค์ แนวทางนี้ก็จะช่วยให้การตรวจสอบของสภามีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยไม่กระทบต่ออำนาจของคณะกรรมาธิการ
สรุปแล้ว สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรแจง 5 ข้อ เพื่อย้ำว่าประธาน กมธ. ไม่ได้ถูกริบอำนาจ แต่การเรียกบุคคลหรือเอกสารต้องผ่านมติของคณะตามกฎหมาย ผู้อ่านสามารถติดตามการนำหลักเกณฑ์นี้ไปใช้ และร่วมพิจารณาว่าจะช่วยยกระดับความโปร่งใสในการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติได้มากน้อยเพียงใด
ที่มา – ‘สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร’แจง 5 ข้อ ปัดริบอำนาจประธาน กมธ. -ไร้อำนาจเรียกตามอำเภอใจ

