สิทธิเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม 3 ส่วน
เมื่อเกิดน้ำท่วม ความเดือดร้อนของประชาชนไม่ได้มีเพียงเรื่องบ้านเรือนและทรัพย์สินเสียหายเท่านั้น แต่ยังรวมถึงค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิต การประกอบอาชีพ และการดูแลสมาชิกในครอบครัวที่ได้รับผลกระทบด้วย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. จึงแจ้งรายละเอียด สิทธิเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม 3 ส่วน เพื่อให้ผู้ประสบภัยตรวจสอบสิทธิและเตรียมเอกสารได้อย่างถูกต้อง
มาตรการช่วยเหลือแบ่งออกเป็นเงินช่วยเหลือจากเงินทดรองราชการ เงินเยียวยาตามมติคณะรัฐมนตรี และความคุ้มครองจากระบบประกันภัยพิบัติ โดยแต่ละส่วนมีเงื่อนไข วงเงิน และช่องทางการรับเงินแตกต่างกัน ผู้ประสบภัยควรติดตามประกาศจากหน่วยงานราชการในพื้นที่ รวมทั้งตรวจสอบข้อมูลของตนเองให้ครบถ้วนก่อนยื่นเรื่อง
สิทธิเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม 3 ส่วน มีอะไรบ้าง
สิทธิเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม 3 ส่วน สำหรับผู้ได้รับผลกระทบ
ส่วนแรกเป็นการช่วยเหลือจากเงินทดรองราชการในอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดและกรุงเทพมหานคร ผู้ประสบภัยที่มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์จะได้รับการพิจารณาช่วยเหลือในกรณีบ้านพักอาศัยพังเสียหาย เครื่องมือหรืออุปกรณ์ประกอบอาชีพได้รับความเสียหาย รวมถึงกรณีมีผู้เสียชีวิตจากเหตุภัยพิบัติ โดยการจ่ายเงินจะเป็นไปตามระเบียบเงินทดรองราชการว่าด้วยการช่วยเหลือผู้ประสบภัยกรณีฉุกเฉิน
- กรณีบ้านพักอาศัยพังเสียหาย อาจได้รับเงินช่วยเหลือ 88,600 บาท
- กรณีมีผู้เสียชีวิต อาจได้รับเงินช่วยเหลือ 35,700 บาท ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
- กรณีเครื่องมือประกอบอาชีพเสียหาย จะพิจารณาตามประเภทและความเสียหายที่เกิดขึ้น
สำหรับเงินช่วยเหลือส่วนแรก ผู้ประสบภัยควรแจ้งข้อมูลต่อผู้นำชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานที่จังหวัดกำหนด เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าสำรวจและตรวจสอบข้อเท็จจริง การได้รับเงินไม่ได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ แต่ต้องผ่านการตรวจสอบว่าอยู่ในพื้นที่ประกาศภัยพิบัติและมีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไข
เงินเยียวยาตามมติคณะรัฐมนตรี
ส่วนที่สองเป็นการช่วยเหลือเพิ่มเติมจากมติคณะรัฐมนตรี ซึ่งมีการขยายพื้นที่ดำเนินการเพิ่มอีก 24 จังหวัด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากสถานการณ์น้ำท่วมที่สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง เงินช่วยเหลือส่วนนี้แบ่งตามลักษณะความเสียหายของบ้านพักอาศัยและกรณีการเสียชีวิต โดยประชาชนควรติดตามรายชื่อพื้นที่และประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด
- บ้านพักอาศัยเสียหาย ได้รับเงินเยียวยา 9,000 บาท
- บ้านพักอาศัยถูกน้ำล้อม ได้รับเงินช่วยเหลือ 5,000 บาท
- กรณีเสียชีวิต ครอบครัวหรือญาติอาจได้รับเงินเยียวยา 2 ล้านบาทต่อราย ตามมติ ครม.
ผู้ที่ได้รับผลกระทบควรเตรียมบัตรประจำตัวประชาชน ทะเบียนบ้าน หลักฐานการเป็นเจ้าของหรือผู้พักอาศัย และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับความเสียหายไว้ให้พร้อม ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อาจขอเอกสารเพิ่มเติมเพื่อยืนยันตัวตนและตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ การให้ข้อมูลที่ถูกต้องจะช่วยลดความล่าช้าในขั้นตอนการพิจารณา
ความคุ้มครองจากระบบประกันภัยพิบัติ
ส่วนที่สามคือความคุ้มครองจากระบบประกันภัยพิบัติและค่าสินไหมทดแทนสำหรับผู้ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม โดยการคุ้มครองมีระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 1 ตุลาคม 2570 และครอบคลุมทั้งความเสียหายต่อที่อยู่อาศัย รวมถึงความเสียหายต่อร่างกายและชีวิตของประชาชนชาวไทยที่มีเลขประจำตัวประชาชน
ในกรณีที่อยู่อาศัย ระบบจะคุ้มครองกรรมสิทธิ์ในวงเงินเบื้องต้นไม่เกิน 100,000 บาทต่อหลังต่อภัย โดยพิจารณาทั้งกรณีบ้านถูกน้ำท่วมและบ้านถูกน้ำล้อม หลังจากได้รับค่าชดเชยเบื้องต้นแล้ว ผู้ประสบภัยอาจยื่นขอชดเชยเพิ่มเติมได้ไม่เกิน 90,000 บาท หากมีหลักฐานเอกสารแสดงความเสียหายอย่างครบถ้วน
กรณีบ้านถูกน้ำล้อม ผู้ประสบภัยจะได้รับความช่วยเหลือเบื้องต้น 5,000 บาท และอาจได้รับความช่วยเหลือเพิ่มเติมไม่เกิน 95,000 บาท ทั้งนี้ การจ่ายเงินจะขึ้นอยู่กับเอกสาร หลักฐาน และการพิจารณาของบริษัทประกันภัยตามเงื่อนไขที่กำหนด ส่วนความคุ้มครองด้านร่างกายและชีวิตมีรายละเอียดดังนี้
- กรณีเสียชีวิต ได้รับค่าชดเชย 2 ล้านบาทต่อราย
- กรณีทุพพลภาพสิ้นเชิงถาวร ได้รับค่าชดเชย 200,000 บาทต่อคน
ช่องทางแจ้งเคลมและรับเงินเยียวยา
ผู้ประสบภัยสามารถแจ้งเคลมหรือสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับประกันภัยพิบัติได้ 4 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์ ThaiNATCAT, Line Official Account, ศูนย์บริการทางโทรศัพท์ และจุดแจ้งเคลมในพื้นที่ที่จังหวัดหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกาศ โดยควรเลือกช่องทางที่สะดวกและเก็บเลขที่รับแจ้งหรือหลักฐานการติดต่อไว้ทุกครั้ง
- เว็บไซต์ www.thainatcat.org
- Line OA @ThaiNATCAT
- ThaiNATCAT Call Center โทร. 02-012-5555
- จุดแจ้งเคลมในพื้นที่ ซึ่งบริษัทและ คปภ. ประสานงานกับจังหวัด
นอกจากนี้ ผู้ประสบภัยสามารถยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน ThaID เพื่อเพิ่มความถูกต้องของข้อมูล เมื่อเอกสารครบถ้วนและผ่านกระบวนการพิจารณาแล้ว เงินชดเชยจะโอนเข้าสู่บัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขบัตรประชาชน 13 หลัก โดยคาดว่าจะโอนเงินภายใน 15 วันหลังบริษัทประกันได้รับข้อมูลครบถ้วน
สิ่งที่ควรทำเพื่อรับเงินช่วยเหลืออย่างปลอดภัย
ผู้ประสบภัยควรผูกบัญชีพร้อมเพย์กับเลขบัตรประชาชน 13 หลักกับธนาคารที่ใช้งานอยู่ และตรวจสอบว่าชื่อบัญชีตรงกับชื่อเจ้าของบัตรประชาชนหรือไม่ ควรถ่ายภาพความเสียหาย เก็บเอกสารใบเสร็จ รายการทรัพย์สิน และหลักฐานการแจ้งเหตุไว้เป็นชุดเดียวกัน เพื่อใช้ประกอบการยื่นเรื่องและติดตามผล
ข้อควรระวัง: ปภ. และระบบประกันภัยไม่มีนโยบายส่ง SMS พร้อมลิงก์ให้กรอกข้อมูลส่วนตัว เลขบัญชีธนาคาร หรือให้โอนเงินเพื่อแลกกับการช่วยเหลือ หากพบข้อความน่าสงสัยอย่ากดลิงก์ อย่าส่งสลิป และอย่าเปิดเผยรหัสผ่านหรือรหัส OTP สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่านสายด่วนนิรภัย 1784 หรือช่องทางทางการของหน่วยงานเท่านั้น
โดยสรุป สิทธิเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม 3 ส่วน ช่วยเพิ่มทางเลือกในการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ทั้งเงินช่วยเหลือจากภาครัฐและค่าสินไหมจากระบบประกันภัย ผู้ประสบภัยควรรีบตรวจสอบสิทธิ เตรียมเอกสาร ผูกพร้อมเพย์ด้วยเลขบัตรประชาชน และติดตามประกาศจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ เพื่อให้ได้รับความช่วยเหลืออย่างครบถ้วนและปลอดภัย
ที่มา – ปภ. แจ้งสิทธิเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม 3 ส่วน ขอ ปชช.ผูกพร้อมเพย์ผ่านเลขบัตรประชาชน