สิ้น ‘หลวงพ่อเจริญ’ เกจิดังภาคอีสาน อดีตเจ้าคณะอำเภอหนองวัวซอ

สิ้น ‘หลวงพ่อเจริญ’ เกจิดังภาคอีสาน อดีตเจ้าคณะอำเภอหนองวัวซอ

เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2568 เสียงระฆังวัดดังก้องไปทั่วภาคอีสาน เมื่อพระพิพัฒน์วชิราคม วิ. หรือที่รู้จักกันในนาม หลวงพ่อเจริญ ฐานยุตฺโต อดีตเจ้าคณะอำเภอหนองวัวซอและเจ้าอาวาสวัดโนนสว่าง จังหวัดอุดรธานี ได้ละสังขารอย่างสงบ เมื่อเวลา 06.00 น. ที่โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี สิริอายุ 64 ปี 43 พรรษา นับเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของพุทธบริษัทและชาวบ้านที่เคารพศรัทธาหลวงพ่อเจริญ

การจากไปของ หลวงพ่อเจริญ เกจิดังภาคอีสาน ทำให้หลายคนต่างอาลัยและน้อมถวายความเคารพ ด้วยท่านเป็นพระผู้มีคุณธรรม มีความรู้ด้านพุทธศาสตร์และวิชาอาคมโบราณที่สืบทอดมาอย่างล้ำลึก ตลอดชีวิตของท่าน ได้อุทิศตนเพื่อการเผยแผ่ธรรมะและช่วยเหลือพุทธศาสนิกชนด้วยสรรพวิชาที่มี

ชีวิตและเส้นทางธรรมของหลวงพ่อเจริญ

หลวงพ่อเจริญ นามเดิม เจริญ นามสกุล สารักษ์ เกิดเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2504 ที่บ้านหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี เป็นบุตรของนายสงวนและนางฮวด สารักษ์ มีพี่น้องรวม 10 คน โดยท่านเป็นบุตรคนที่ 6

ตั้งแต่เยาว์วัย หลวงพ่อเจริญก็มีความสนใจในธรรมะและศาสตร์โบราณ ท่านได้บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดบุญญานุสรณ์ อ.หนองวัวซอ โดยมีพระครูประสิทธิ์คณานุการ เป็นพระอุปัชฌาย์ ขณะเป็นสามเณร ท่านได้เรียนรู้การอ่านและเขียนคัมภีร์ใบลาน พร้อมทั้งศึกษาอักษรธรรมอีสานจากพ่อใหญ่มั่น ผู้เฒ่าปราชญ์ชาวบ้าน ซึ่งสามารถจารอักษรธรรมและมีความรู้ด้านอาคม

การเรียนรู้วิชาพุทธาคมและอาคมอีสาน

ความที่อยากรู้ว่าทำไมชาวบ้านจึงนับถือภูตผีปีศาจ ทำให้หลวงพ่อเจริญเริ่มศึกษาค้นคว้าจนเข้าใจว่า พระพุทธเจ้าทรงให้เลิกนับถือสิ่งเหล่านั้นและให้ถือพระรัตนตรัยแทน จึงหันมาสนใจศึกษา วิชาพุทธาคม ควบคู่ไปกับการศึกษาข้อความในคัมภีร์

ท่านได้เรียนรู้จากครูบาอาจารย์หลายรูป ไม่ว่าจะเป็น พระอาจารย์สมพงษ์ (พระธรรมสังวร) วัดพระพุทธบาทบัวบก อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ซึ่งสอนวิชาลงตะกรุดโทนและวิชารักษาคนผู้ถูกมนตร์ทำร้าย ต่อมาได้ศึกษากับหลวงปู่โถน พระครูสถิตธรรมรัตน์ วัดโสกแจ อ.กุดจับ จ.อุดรธานี เรียนวิชาลงตะกรุดหกกษัตริย์ กบตายคารู และอีกหลายวิชา

นอกจากนี้ยังได้อุปัฏฐากหลวงปู่ขาว อนาลโย วัดถ้ำกลองเพล จ.หนองบัวลำภู อีกด้วย ความรู้และประสบการณ์เหล่านี้ ทำให้หลวงพ่อเจริญกลายเป็นหนึ่งในพระเกจิดังของภาคอีสาน

การอุปสมบทและการพัฒนาวัดโนนสว่าง

เมื่ออายุครบ 20 ปี หลวงพ่อเจริญได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ วัดป่าสามัคคีอุปถัมภ์ อ.บึงกาฬ จ.หนองคาย โดยมีพระครูสิริธรรมวัฒน์ เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาว่า “ฐานยุตฺโต”

หลังจากอุปสมบท ท่านได้ไปจำพรรษาและศึกษาวิชากับหลวงปู่เมตตาหลวง (พระญาณสิทธาจารย์) วัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ซึ่งได้ถ่ายทอดวิชาเมตตาหลวง ตำราเลขยันต์ คาถาลงตะกรุดโทน แคล้วคลาด ยันต์ตรีนิสิงเห พร้อมทั้งสอนการบริกรรมธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ นะ มะ พะ ทะ

ต่อมา ท่านได้จำพรรษาที่วัดป่าพรรณานิคม และได้พบกับหลวงปู่สาม อกิญจโน วัดป่าไตรวิเวก จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งครูบาอาจารย์ที่มีอิทธิพลต่อการพัฒนาวิชานิยมของท่าน

เมื่อหลวงปู่บุญมา ฐิตเปโม วัดสิริสาลวัน จ.หนองบัวลำภู มรณภาพลง หลวงพ่อเจริญได้ไปร่วมงานพระราชทานเพลิงศพ และได้รับนิมนต์ให้อยู่ช่วยงานศพจนแล้วเสร็จ ชาวบ้านเห็นถึงความตั้งใจและคุณธรรมของท่าน จึงอาราธนาให้จำพรรษาและช่วยพัฒนาวัดศรีสว่าง (ปัจจุบันคือวัดโนนสว่าง) ซึ่งเป็นวัดในอำเภอบ้านเกิด

ตั้งแต่นั้นมา หลวงพ่อเจริญก็ได้รับหน้าที่เป็นเจ้าอาวาสและเปลี่ยนชื่อวัดเป็นวัดโนนสว่าง พร้อมทั้งเริ่มพัฒนาวัดให้เจริญรุ่งเรือง ทั้งด้านสิ่งก่อสร้างและด้านธรรมะ

การสร้างวัตถุมงคลและพิธีปลุกเสก

ด้วยความรู้ด้านพุทธาคมที่ล้ำลึก ทำให้ หลวงพ่อเจริญ เกจิดังภาคอีสาน ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นพระครูสัญญาบัตรในปี พ.ศ. 2537 ในชื่อ “พระครูพิพัฒน์วิทยาคม” และในปี พ.ศ. 2567 ได้รับการโปรดเกล้าฯ ตั้งสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะขั้นสามัญ ฝ่ายวิปัสนาธุระ ที่ พระพิพัฒน์วชิราคม

การสร้างวัตถุมงคลของหลวงพ่อเจริญนั้น มีความพิถีพิถันและเคร่งครัดตามตำรับโบราณ โดยใช้ตำรับวิชา “ผึ้งพันน้ำมันหมื่น” ซึ่งเป็นตำรับวิชาระดับสูงของสำนักวิชานอกรีต

ในการทำพิธีปลุกเสกวัตถุมงคล หลวงพ่อเจริญจะต้องนั่งบนอาสนะที่หล่อด้วยขี้ผึ้งแท้หนัก 48 กิโลกรัม (4 หมื่น) และบริกรรมด้วยลูกประคำงาช้าง 216 ลูก พร้อมทั้งตั้งเครื่องบูชาตามตำรับโบราณ ได้แก่ เครื่องพัน (จำนวนละพันชิ้น) และน้ำมันหมื่น (น้ำมันงา น้ำมันยางแบบโบราณแท้) ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเครื่องบูชาพระรัตนตรัย

การพิธีปลุกเสกจะต้องทำในวันบุญมหาชาติเท่านั้น เพื่อให้วัตถุมงคลได้รับพุทธานุภาพ ธรรมานุภาพ และสังฆานุภาพอย่างเต็มเปี่ยม ทำให้วัตถุมงคลของหลวงพ่อเจริญมีชื่อเสียงด้านความศักดิ์สิทธิ์และเข้มขลัง

มรดกทางธรรมะและวิชานอกรีต

การจากไปของ หลวงพ่อเจริญ เกจิดังภาคอีสาน ไม่ใช่เพียงการสูญเสียบุคคลสำคัญ แต่ยังเป็นการสูญเสียมรดกทางวิชานอกรีตและพุทธาคมอีสานโบราณ

ท่านได้สืบทอดและถ่ายทอดวิชาจากครูบาอาจารย์หลายรูป ตั้งแต่การอ่านเขียนคัมภีร์ใบลาน การลงอักขระ ไปจนถึงการปลุกเสกวัตถุมงคลตามตำรับโบราณ ซึ่งเป็นศาสตร์ที่หาผู้สืบทอดได้ยากในยุคปัจจุบัน

ชาวบ้านและพุทธศาสนิกชนที่เคารพศรัทธาหลวงพ่อเจริญ ต่างก็หวังว่าจะมีผู้สืบทอดวิชาและเจตนารมณ์ของท่าน เพื่อให้วิชานอกรีตและพุทธาคมอีสานไม่สูญหายไปตามกาลเวลา

การจากไปของหลวงพ่อเจริญ อาจทำให้หลายคนเศร้าโศก แต่สิ่งที่ท่าน留下了ไว้ คือคุณธรรม ความรู้ และวิชาที่จะสืบทอดต่อไป ท่านได้ใช้ชีวิตเพื่อการเผยแผ่ธรรมะและช่วยเหลือผู้อื่น ซึ่งเป็นแบบอย่างของพระสงฆ์ที่แท้จริง

ที่มา – สิ้น ‘หลวงพ่อเจริญ’ เกจิดังภาคอีสาน อดีตเจ้าคณะอำเภอหนองวัวซอ สิริอายุ 64 ปี 43 พรรษา

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *