สีหศักดิ์มั่นใจตอบคณะประนอมฯ ชัดเจน เดินหน้าสู่กรุงเฮก
ประเด็นเขตแดนทางทะเลระหว่างไทยกับกัมพูชายังคงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง หลังนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะหัวหน้าคณะเจรจาฝ่ายไทย เปิดเผยความคืบหน้าการประชุมคณะกรรมาธิการประนอมภาคบังคับ ภายใต้กระบวนการประนอมตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 หรือ UNCLOS
สาระสำคัญของการหารือครั้งนี้คือการรับฟังท่าทีของแต่ละฝ่าย โดยไทยยืนยันจุดยืนที่ชัดเจนว่า ควรดำเนินการปักปันเขตแดนทางทะเลให้เรียบร้อยก่อน จากนั้นจึงค่อยพิจารณาประเด็นอื่นที่เกี่ยวข้องตามลำดับ แนวทางดังกล่าวสะท้อนการทำงานที่เน้นหลักกฎหมายและข้อมูลทางเทคนิค มากกว่าการเร่งสรุปประเด็นโดยปราศจากรายละเอียดที่เพียงพอ
สีหศักดิ์มั่นใจตอบคณะประนอมฯ ชัดเจน
นายสีหศักดิ์กล่าวว่า เขามั่นใจว่าสามารถตอบคำถามและข้อซักถามของคณะกรรมาธิการประนอมฯ ได้อย่างชัดเจน เพราะฝ่ายไทยเตรียมข้อมูลอยู่บนพื้นฐานของหลักกฎหมายระหว่างประเทศ การเจรจาจึงไม่ได้อาศัยเพียงความคิดเห็นหรือความรู้สึก แต่ต้องพิจารณาหลักฐาน แผนที่ แนวลายเส้น และหลักเกณฑ์ที่ใช้สนับสนุนการอ้างสิทธิ์ของแต่ละฝ่ายอย่างรอบคอบ
สีหศักดิ์มั่นใจตอบคณะประนอมฯ ชัดเจน ด้วยข้อมูลและกฎหมาย
ขั้นตอนต่อไปจะเข้าสู่การลงรายละเอียดทางเทคนิค โดยเฉพาะเรื่องลายเส้นทางทะเล การอ้างสิทธิ์ของแต่ละประเทศ รวมถึงตำแหน่งและหลักการที่นำมาใช้กำหนดแนวเขตแดน เรื่องเหล่านี้จำเป็นต้องตรวจสอบอย่างเป็นระบบ เพราะรายละเอียดเพียงเล็กน้อยอาจมีผลต่อการทำความเข้าใจภาพรวมของปัญหาได้
รองนายกรัฐมนตรีระบุว่า ฝ่ายไทยจะใช้ช่วงเวลาหลังการประชุมเพื่อเตรียมข้อมูลและทำการบ้านให้รอบด้าน โดยกระทรวงการต่างประเทศจะทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กองทัพเรือ ตลอดจนทีมที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศ ทุกฝ่ายจะต้องประสานข้อมูลให้เป็นแนวทางเดียวกัน เพื่อให้การชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการมีความครบถ้วนและน่าเชื่อถือ
เตรียมรายละเอียดก่อนหารือที่กรุงเฮก
สำหรับการประชุมครั้งต่อไป กัมพูชาได้ตอบตกลงที่จะเข้าร่วมการหารือที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์แล้ว อย่างไรก็ตาม คณะกรรมาธิการประนอมฯ ยังไม่ได้ประกาศกำหนดการอย่างเป็นทางการ การประชุมครั้งหน้าอาจเป็นเวทีสำคัญที่แต่ละฝ่ายจะนำเสนอรายละเอียดเชิงเทคนิคมากขึ้น หลังจากการประชุมครั้งแรกเป็นการนำเสนอท่าทีและกรอบความเห็นโดยรวม
การเตรียมตัวของไทยจึงต้องครอบคลุมทั้งด้านกฎหมาย การทูต และข้อมูลเชิงภูมิศาสตร์ทางทะเล การมีทีมงานจากหลายหน่วยงานเข้าร่วมจะช่วยให้ไทยสามารถตอบคำถามได้ตรงประเด็น และลดความคลาดเคลื่อนในการสื่อสารระหว่างประเทศ นอกจากนี้ การจัดเตรียมข้อมูลอย่างเป็นระบบยังช่วยสร้างความมั่นใจว่าทุกข้อเสนอของไทยมีเหตุผลและหลักฐานรองรับ
- ยืนยันหลักการปักปันเขตแดนทางทะเลก่อนพิจารณาเรื่องอื่น
- ตรวจสอบลายเส้นและข้อมูลทางเทคนิคอย่างละเอียด
- ใช้หลักกฎหมายระหว่างประเทศและกรอบ UNCLOS เป็นพื้นฐาน
- ประสานงานระหว่างกระทรวงการต่างประเทศ กองทัพเรือ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- เตรียมความพร้อมสำหรับการประชุมครั้งต่อไปที่กรุงเฮก
เหตุการณ์ชายแดนทางบกกับบรรยากาศการเจรจา
ส่วนกรณีมีรายงานทหารกัมพูชาขุดคูเลตบริเวณเนิน 450 ใกล้ช่องกระโดนและช่องสะงำ ในอำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งทำให้ประชาชนในพื้นที่กังวลว่าอาจเกิดการปะทะรอบใหม่นั้น นายสีหศักดิ์มองว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับกระบวนการภายใต้ UNCLOS เพราะเป็นประเด็นเขตแดนทางบก แต่ยอมรับว่าเหตุการณ์ในพื้นที่อาจส่งผลต่อบรรยากาศและความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน
รัฐบาลไทยเห็นความสำคัญของการป้องกันไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดหรือการกระทบกระทั่งในพื้นที่ โดยควรใช้กลไกคณะกรรมการชายแดนระดับภูมิภาคเข้ามาพูดคุย ตรวจสอบข้อเท็จจริง และหาทางร่วมมือเพื่อไม่ให้สถานการณ์ขยายตัว การสื่อสารระหว่างเจ้าหน้าที่ในพื้นที่จึงมีบทบาทสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงที่ทั้งสองประเทศกำลังอยู่ระหว่างกระบวนการหารือในประเด็นละเอียดอ่อน
เมื่อถูกถามว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นความพยายามสร้างความวุ่นวายหรือไม่ นายสีหศักดิ์ไม่ได้สรุปเช่นนั้นทันที แต่ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน พร้อมมองว่าประเด็นนี้น่าจะสามารถพูดคุยกันจนได้ข้อยุติ แนวทางดังกล่าวสะท้อนการใช้ความระมัดระวังทางการทูต และหลีกเลี่ยงการกล่าวหาที่อาจทำให้บรรยากาศระหว่างไทยกับกัมพูชาตึงเครียดมากขึ้น
จับตาทิศทางการเจรจาไทยกับกัมพูชา
สำหรับประชาชนทั่วไป สิ่งที่ควรติดตามหลังจากนี้คือรายละเอียดของการประชุมที่กรุงเฮก รวมถึงท่าทีของคณะกรรมาธิการประนอมฯ ต่อข้อมูลจากทั้งสองฝ่าย การเจรจาเรื่องเขตแดนทางทะเลเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลา เพราะเกี่ยวข้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ ผลประโยชน์ของประเทศ และข้อมูลทางเทคนิคจำนวนมาก การที่ไทยยืนยันจะเดินหน้าทำการบ้านอย่างละเอียดจึงเป็นขั้นตอนที่ช่วยให้การเจรจามีความรอบคอบมากขึ้น
ในมุมมองของผู้เขียน การรักษาความสงบในพื้นที่ควบคู่กับการเตรียมข้อมูลที่แม่นยำคือหัวใจสำคัญของช่วงเวลานี้ ทุกฝ่ายควรติดตามข่าวสารจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ไม่ด่วนสรุปจากข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน และสนับสนุนการแก้ไขปัญหาผ่านกลไกการเจรจา เพราะการสื่อสารอย่างมีเหตุผลจะช่วยลดความกังวลของประชาชนและเปิดทางให้การหารือเดินหน้าต่อได้อย่างสร้างสรรค์
หากมีการประกาศกำหนดการประชุมที่กรุงเฮกอย่างเป็นทางการ ประชาชนควรติดตามรายละเอียดอย่างใกล้ชิด เพราะผลการหารือและข้อมูลทางเทคนิคอาจเป็นก้าวสำคัญต่อการกำหนดแนวทางในอนาคต ความชัดเจนของฝ่ายไทยในวันนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่การเดินหน้าต่อไปต้องอาศัยความต่อเนื่อง ความร่วมมือ และความเข้าใจจากทุกภาคส่วน
ที่มา – ‘สีหศักดิ์’ มั่นใจตอบคณะประนอมฯชัดเจน เดินหน้าทำรายละเอียดใช้นัดถกหน้าที่กรุงเฮก

