‘สุชาติ’ลุยทับลาน ปิดปมพื้นที่ทับซ้อนกว่า 40 ปี

เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินข่าวคราวความขัดแย้งเรื่องที่ดินในเขตอุทยานแห่งชาติทับลานมาอย่างยาวนาน ล่าสุด นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ลงพื้นที่จริงเพื่อ‘สุชาติ’ลุยทับลาน ปิดปมพื้นที่ทับซ้อนกว่า 40 ปี อย่างจริงจัง โดยมีเป้าหมายหลักคือการทวงคืนผืนป่าให้กลับมาเป็นสมบัติของชาติ พร้อมทั้งดูแลพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่มาก่อนให้ได้รับความเป็นธรรม

‘สุชาติ’ลุยทับลาน ปิดปมพื้นที่ทับซ้อนกว่า 40 ปี ด้วยมาตรการเด็ดขาด

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ นายสุชาติได้ชี้แจงแนวทางการแก้ปัญหาตามแผนที่ One Map โดยมุ่งเน้นการแยกแยะระหว่างชาวบ้านผู้มีสิทธิ์ทำกินดั้งเดิมกับกลุ่มทุนที่ฉวยโอกาสบุกรุกผืนป่า โดยย้ำชัดเจนว่ารัฐบาลไม่มีนโยบายเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มนายทุน และจะใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเข้มงวดกับรีสอร์ตที่บุกรุกพื้นที่ป่าโดยไม่มีข้อยกเว้น

การดำเนินงานจัดการกลุ่มทุนและทวงคืนผืนป่า

หนึ่งในไฮไลท์สำคัญของการลงพื้นที่คือการที่‘สุชาติ’ลุยทับลาน ปิดปมพื้นที่ทับซ้อนกว่า 40 ปี โดยมีการสั่งการให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างของรีสอร์ต 3 แห่งในพื้นที่อำเภอวังน้ำเขียวที่คดีสิ้นสุดแล้วภายใน 15 วัน ตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เพื่อนำพื้นที่กลับมาฟื้นฟูเป็นป่าไม้อีกครั้ง ซึ่งถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าการบังคับใช้กฎหมายจะมีประสิทธิภาพมากขึ้นในยุคนี้

สำหรับแนวทางการแก้ปัญหาที่ดินทับซ้อน อุทยานฯ ทับลานได้แบ่งกลุ่มพื้นที่เพื่อการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ดังนี้:

  • พื้นที่ ส.ป.ก. (53,416 ไร่): พิจารณาเพิกถอนจากเขตอุทยานฯ เพื่อดำเนินการตามแผนที่ One Map
  • โครงการหมู่บ้านตัวอย่างไทยสามัคคี (8,328 ไร่): เน้นตรวจสอบสิทธิ์รายบุคคลและดำเนินคดีให้สิ้นสุด
  • พื้นที่ พมพ./คจก. (87,500 ไร่): เห็นควรเพิกถอนและทำประชามติสอบถามความต้องการของราษฎร
  • พื้นที่นอกเขต ส.ป.ก. และโครงการความมั่นคง (109,420 ไร่): คัดกรองกลุ่มทุนออกอย่างเข้มงวด
  • พื้นที่ราชพัสดุ (6,621 ไร่): ดำเนินการเพิกถอนเพื่อใช้ประโยชน์ในราชการทหารตามเดิม

การดำเนินการครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การจัดระเบียบที่ดิน แต่คือความหวังของประชาชนในพื้นที่ที่รอคอยการแก้ไขปัญหามานานหลายทศวรรษ รัฐบาลยืนยันว่าจะมีการกำหนดเขต Buffer Zone เพื่อปกป้องระบบนิเวศในระยะยาว การทำงานแบบบูรณาการร่วมกับกระทรวงทรัพย์ฯ และ สคทช. จะเป็นตัวชี้วัดว่าความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมานานจะเริ่มคลี่คลายลงในทิศทางที่ดีขึ้นหรือไม่

ในมุมมองของเรา นี่คือจุดเริ่มต้นสำคัญของการปฏิรูประบบการจัดการที่ดินในพื้นที่อุทยานฯ ที่ควรได้รับเสียงสนับสนุน หากทุกภาคส่วนร่วมมือกันเชื่อว่าผืนป่าจะได้รับการอนุรักษ์ พร้อมกับชาวบ้านที่ทำกินอย่างถูกกฎหมายจะมีความมั่นคงในชีวิตมากขึ้นครับ

ที่มา – ‘สุชาติ’ลุยทับลาน ปิดปมพื้นที่ทับซ้อนกว่า 40 ปี สั่งรื้อ 3 รีสอร์ตกลุ่มทุน ทวงคืนผืนป่าแผ่นดิน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *