สุดช้ำ! นศ.ปวส.วัย 19 โอน 2.5 หมื่นออมทองออนไลน์ ถูกบล็อกหนี คดีเงียบ 8 เดือน

สุดช้ำ! นศ.ปวส.วัย 19 โอน 2.5 หมื่นออมทองออนไลน์ ถูกบล็อกหนี คดีเงียบ 8 เดือน

เรื่องราวของนักศึกษาหญิงวัยเพียง 19 ปี ที่พยายามออมทองเพื่ออนาคต กลับต้องพบกับความผิดหวังครั้งใหญ่ เมื่อถูกมิจฉาชีพหลอกให้โอนเงินกว่า 25,000 บาท แล้วหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย คดีที่เงียบมานานกว่า 8 เดือน เริ่มกลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง หลังผู้เสียหายต้องทนทุกข์ทั้งกายและใจ

จุดเริ่มต้นของการหลอกลวง

ย้อนกลับไปช่วงต้นปี น.ส.เอ (นามสมมุติ) นักศึกษา ปวส.2 แห่งหนึ่งในจังหวัดนครพนม ได้พบกับโพสต์บนเฟซบุ๊กที่โฆษณาชักชวนให้ร่วมออมทอง ด้วยข้อความชวนเชื่อว่า “+1 ส่งจริง ไม่โกง” พร้อมภาพถ่ายทองคำรูปพรรณที่ดูน่าเชื่อถือ ทำให้เธอตัดสินใจสั่งซื้อแหวนทองคำน้ำหนัก 1 สลึงและครึ่งสลึง รวม 2 วง เป็นเงิน 25,000 บาท

นักศึกษาสาวโอนเงินเข้าบัญชีชื่อ “น.ส.ตติยา” ตามที่ตกลงกัน ด้วยความหวังว่าจะได้รับทองคำตามสัญญา แต่สิ่งที่ได้รับกลับตรงข้ามกับสิ่งที่หวังไว้ เมื่อหลังจากโอนเงินครบแล้ว กลับไม่มีทองคำใด ๆ ส่งมาให้

ความพยายามในการตามหาความยุติธรรม

เมื่อไม่ได้รับสินค้าตามที่ตกลงไว้ น.ส.เอก็พยายามติดต่อผู้ขายเพื่อขอคำชี้แจง แต่กลับได้รับการตอบโต้ในลักษณะท้าทายว่า “อยากได้ก็ไปฟ้องเอา” ก่อนจะถูกบล็อกทุกช่องทางการติดต่อ ทำให้เธอไม่สามารถติดต่อผู้ขายได้อีกเลย

ด้วยความสิ้นหวังและไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร น.ส.เอจึงตัดสินใจแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองนครพนม เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2568 แต่สิ่งที่ได้รับกลับเป็นเพียงการลงบันทึกรับแจ้งความ โดยไม่มีการสอบสวนเพิ่มเติมแต่อย่างใด

ความยุติธรรมที่ล่าช้า

เวลาผ่านไปกว่า 8 เดือน คดีนี้ยังคงเงียบเหงา ไม่มีความคืบหน้าใด ๆ จนกระทั่งวันที่ 13 ธันวาคม 2568 น.ส.เอถูกเรียกตัวไปให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนอีกครั้ง ซึ่งถือเป็นความหวังเล็ก ๆ ที่คดีนี้จะได้รับการคลี่คลาย

พนักงานสอบสวนแจ้งว่าจะเดินทางไปพบพ่อแม่ของผู้ต้องหา ซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่ อ.เมืองนครพนม เพื่อให้รับผิดชอบค่าเสียหาย เนื่องจากผู้ต้องหาตัวจริงได้ออกไปทำงานที่เมืองพัทยาเป็นเวลานาน

ความเสียใจของนักศึกษาหญิง

น.ส.เอเล่าด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า เงินจำนวน 25,000 บาทที่เธอโอนไป เป็นเงินที่เธอออมมาจากค่าแรงทำงานพาร์ทไทม์ ซึ่งเป็นเงินที่เธอตั้งใจจะเก็บไว้ออมทองเพื่ออนาคต แต่กลับต้องมาสูญเสียไปกับมิจฉาชีพ

“หนูไม่อยากให้ผู้ก่อเหตุไปหลอกลวงคนอื่นอีก หนูเชื่อว่าน่าจะมีผู้เสียหายรายอื่นที่ตกเป็นเหยื่อในลักษณะเดียวกัน” น.ส.เอกล่าวด้วยความเสียใจ

คำเตือนสำหรับผู้ที่ต้องการออมทองออนไลน์

คดีนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงของการซื้อขายสินค้าออนไลน์ โดยเฉพาะสินค้าที่มีมูลค่าสูงอย่างทองคำ ผู้บริโภคควรระมัดระวังและตรวจสอบข้อมูลของผู้ขายให้ดีก่อนตัดสินใจโอนเงิน

  • ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของผู้ขาย – ควรดูรีวิวจากผู้ใช้งานรายอื่น ๆ และตรวจสอบประวัติการขาย
  • หลีกเลี่ยงการโอนเงินล่วงหน้า – โดยเฉพาะกับผู้ขายที่ไม่รู้จักหรือไม่มีหลักฐานยืนยันตัวตน
  • ใช้ช่องทางการซื้อขายที่ปลอดภัย – เช่น ระบบชำระเงินปลายทางหรือผ่านแพลตฟอร์มที่มีระบบคุ้มครองผู้บริโภค

ความหวังในความยุติธรรม

ร.ต.อ.สิทธิพล วงศ์นิโลบล รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองนครพนม เปิดเผยทางโทรศัพท์ว่า ได้เดินทางไปตรวจสอบบ้านของผู้ต้องหาแล้ว พบเพียงญาติผู้สูงอายุอาศัยอยู่ จึงเตรียมออกหมายเรียกให้ผู้ถูกกล่าวหามาพบพนักงานสอบสวน หากไม่มาตามหมายเรียก จะดำเนินการขอศาลออกหมายจับตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

แม้คดีนี้จะยังไม่มีบทสรุป แต่ความพยายามของน.ส.เอและเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่า ความยุติธรรมยังไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่บางครั้งมันเดินทางมาช้ากว่าที่เราหวังไว้

สำหรับใครที่กำลังมองหาช่องทางการออมทอง ควรเลือกวิธีที่ปลอดภัยและน่าเชื่อถือ เช่น การออมผ่านธนาคารหรือสถาบันการเงินที่ได้รับการรับรอง แทนการซื้อขายผ่านช่องทางออนไลน์ที่ไม่มีหลักประกัน

ที่มา – สุดช้ำ! นศ.ปวส.วัย 19 โอน 2.5 หมื่นออมทองออนไลน์ ถูกบล็อกหนี คดีเงียบ 8 เดือน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *