สุดเวทนา! ยาย 76 เดินทาง 20 กม. หวังเบิกเงินประทังชีวิต สุดท้ายเหลือหลักสิบ

สุดเวทนา! ยาย 76 เดินทาง 20 กม. หวังเบิกเงินประทังชีวิต สุดท้ายเหลือหลักสิบ

เหตุการณ์น่าสะเทือนใจที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 สร้างความหดหู่ให้แก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับการประสานจากพลเมืองดีให้เข้าช่วยเหลือหญิงชราท่านหนึ่งที่เดินทางมายังธนาคารออมสิน สาขาถนนเทพา อำเภอเมืองศรีสะเกษ เพื่อหวังจะเบิกเงินมาประทังชีวิต แต่กลับพบกับความจริงที่น่าตกใจว่าบัญชีของเธอไม่เหลือยอดเงินตามที่คาดหวังไว้ หลายคนคงตั้งคำถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตของคุณยายท่านนี้กันแน่

จากการตรวจสอบพบว่าคุณยายคือ คุณยายทองม้วน สุขเกษม อายุ 76 ปี ชาวต.หมากเขียบ อ.เมืองศรีสะเกษ จ.ศรีสะเกษ คุณยายเดินทางไกลกว่า 20 กิโลเมตรเข้าสู่ตัวเมืองเพียงลำพังด้วยความหวังว่าจะได้ถอนเงินมาเพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน สภาพที่คุณยายปรากฏตัวนั้นมีความอิดโรยและสับสน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงชีวิตที่ลำบากและขาดการดูแลอย่างที่ควรจะเป็น ทำให้ข่าว สุดเวทนา! ยาย 76 เดินทาง 20 กม. หวังเบิกเงินประทังชีวิต สุดท้ายเหลือหลักสิบ กลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจเป็นวงกว้าง

รายละเอียดเหตุการณ์ที่น่าสงสาร

เมื่อเจ้าหน้าที่ธนาคารตรวจสอบสมุดบัญชีของคุณยายทองม้วน พบว่าไม่มีเงินคงเหลือตามที่คุณยายเข้าใจ โดยบางบัญชีถูกปิดไปแล้ว และมีเพียงยอดเงินจำนวนน้อยนิดที่เป็นดอกเบี้ยเหลืออยู่ สิ่งนี้ยิ่งตอกย้ำถึง สุดเวทนา! ยาย 76 เดินทาง 20 กม. หวังเบิกเงินประทังชีวิต สุดท้ายเหลือหลักสิบ ที่ดูเหมือนว่าคุณยายอาจจะมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับสถานะทางการเงินของตนเอง หรืออาจเกิดปัญหาอื่นที่ทำให้คุณยายต้องตกอยู่ในสภาวะสิ้นไร้ไม้ตอกเช่นนี้

  • คุณยายเดินทางจากบ้านในต.หมากเขียบด้วยระยะทางกว่า 20 กิโลเมตร
  • ไม่มีญาติหรือคนรู้จักมารับกลับบ้าน
  • มีความสับสนเกี่ยวกับสมุดบัญชีธนาคารและการเงินของตนเอง

ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดูแลเขตพื้นที่กล่าวว่า พบเห็นคุณยายทองม้วนเข้ามาสอบถามเรื่องเงินตามหน่วยงานต่าง ๆ เป็นประจำ ซึ่งสะท้อนถึงความเดือดร้อนที่นับวันยิ่งหนักขึ้นเรื่อย ๆ การเดินทางที่ยากลำบากและอันตรายสำหรับผู้สูงวัยเช่นนี้ เป็นเครื่องเตือนใจให้คนในสังคมหันกลับมามองคนรอบข้าง โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่อาจจะโดดเดี่ยวและขาดที่พึ่ง

บทเรียนจากเหตุการณ์นี้คือความสำคัญของการดูแลผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะลูกหลานในครอบครัว ควรหมั่นตรวจสอบความเป็นอยู่และความเข้าใจในเรื่องต่าง ๆ ของผู้มีพระคุณ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่น่าสลดใจซ้ำรอยเดิม หากคุณพบเห็นผู้สูงอายุที่มีอาการสับสนหรือมีความเป็นอยู่ที่ลำบาก การให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นหรือการติดต่อหน่วยงานเกี่ยวข้องคือสิ่งสำคัญที่สุดที่เราทุกคนทำได้ เพื่อสร้างสังคมที่เกื้อกูลและปลอดภัยมากขึ้นสำหรับผู้สูงอายุในประเทศไทย

ที่มา – สุดเวทนา! ยาย 76 เดินทาง 20 กม. หวังเบิกเงินประทังชีวิต สุดท้ายเหลือหลักสิบ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *