สเปนเผชิญไฟป่ารุนแรงในภาคตะวันตก พื้นที่ถูกเผาทำลายมากเป็นประวัติการณ์
ไฟป่าในสเปนในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาได้ลุกลามอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในภาคตะวันตกของประเทศ ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานการณ์ที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปี สาเหตุหลักเกิดจากคลื่นความร้อนและความแห้งแล้งที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเชื่อมโยงโดยตรงกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับโลก
สเปนเผชิญไฟป่ารุนแรงในภาคตะวันตก
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่าในวันที่ 19 สิงหาคม สเปนและโปรตุเกสต้องเผชิญกับไฟป่าที่คุกคามชุมชนโดยตรง ไฟป่ามากกว่า 23 แห่งถูกจัดให้อยู่ใน “ระดับปฏิบัติการ 2” ซึ่งหมายถึงสถานการณ์ฉุกเฉินที่ต้องเคลื่อนไหวอย่างเร่งด่วน

สถานการณ์ไฟป่าในภาคตะวันตกของสเปน
ไฟป่าในสัปดาห์ที่สองที่ลุกลามต่อเนื่อง 主要集中อยู่ในสามแคว้นทางตะวันตกของสเปน ได้แก่ กัสติยา-เลออน กาลิเซีย และเอ็กซ์เตรมาดูรา ส่งผลให้ประชาชนหลายพันคนต้องอพยพออกจากพื้นที่ และมีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงการตอบสนองที่ดูไม่เพียงพอของรัฐบาล

ตามข้อมูลจากระบบสารสนเทศไฟป่าแห่งยุโรป (EFFIS) พื้นที่ที่ถูกไฟทำลายในปีนี้มีมากกว่า 343,000 เฮกตาร์ ซึ่งมากกว่าสถิติเดิมที่เคยบันทึกไว้เมื่อ 3 ปีก่อน คือ 306,000 เฮกตาร์ การเปรียบเทียบเชิงตัวเลขชี้ให้เห็นถึงความรุนแรงของไฟป่าครั้งนี้
เพื่อแก้ไขสถานการณ์ รัฐบาลสเปนได้รับความช่วยเหลือจากเครื่องบินดับเพลิงจากหลายประเทศ ได้แก่ ฝรั่งเศส อิตาลี สโลวาเกีย และเนเธอร์แลนด์ ขณะที่โปรตุเกสก็ได้รับแรงสนับสนุนจากสวีเดนและโมร็อกโก
นางมาร์การิตา โรเบลส รมว.กลาโหมของสเปน ได้กล่าวว่า กระบวนการดับไฟป่าในครั้งนี้ยากลำบากอย่างมาก อีกทั้งควันที่หนาแน่นสามารถมองเห็นได้แม้แต่จากอวกาศ
จากสถานการณ์สเปนเผชิญไฟป่ารุนแรงในภาคตะวันตก เป็นบทเรียนสำคัญว่าการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศสามารถก่อให้เกิดภัยพิบัติอย่างรวดเร็วและรุนแรง และการเตรียมพร้อมระดับประเทศจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในปัจจุบัน
ที่มา – สเปนเผชิญไฟป่ารุนแรงในภาคตะวันตก พื้นที่ถูกเผาทำลายมากเป็นประวัติการณ์

