ส้มลุย น้ำเงินตั้งรับ! ศึกสภาระอุ
ในวันที่ 25 ส.ค.นี้ สภาผู้แทนราษฎรจะเปิดประชุมสมัยสามัญประจำปี ซึ่งบรรยากาศทางการเมืองถือว่าตึงเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เพราะเป็นช่วงที่ ส้มลุย น้ำเงินตั้งรับ! ศึกสภาระอุ ขึ้นอย่างเป็นทางการ โดยฝ่ายค้านเตรียมข้อมูลเพื่อตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างหนัก โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณและการใช้จ่ายเงินกู้
ส้มลุย น้ำเงินตั้งรับ! ศึกสภาระอุ
ทางด้าน น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รมช.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โฆษกพรรคภูมิใจไทย ออกมายืนยันว่ารัฐบาลมีความพร้อมเต็มที่ ทั้งในเรื่องของการเสนอกฎหมายดาต้าเซนเตอร์เพื่อดึงดูดการลงทุนใหม่ และเตรียมพร้อมรับมือการอภิปราย พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ซึ่งถือเป็นสนามรบสำคัญในรอบนี้
จับตาประเด็นร้อน พ.ร.ก.กู้เงิน
พรรคฝ่ายค้านนำโดยพรรคประชาชน เตรียมใช้เวทีนี้ดิสเครดิตรัฐบาลผ่านวาทกรรม “ดีแต่กู้” โดยพยายามชี้ให้เห็นว่าโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” จะสร้างภาระหนี้สินระยะยาวแก่ประชาชน อย่างไรก็ตาม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ออกมาโต้กลับว่าการกู้เงินครั้งนี้มีต้นทุนดอกเบี้ยเพียง 1.2% หากนำไปใช้ลงทุนให้เกิดผลตอบแทนที่สูงกว่าต้นทุน ก็ถือว่าคุ้มค่าและช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริง ไม่ใช่การกู้มาเพื่อแจกจ่ายอย่างไร้จุดหมาย
ประเด็นที่น่าจับตามองใน ส้มลุย น้ำเงินตั้งรับ! ศึกสภาระอุ ครั้งนี้ ยังรวมถึง:
- มาตรการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ผ่านโครงการโซลาร์รูฟท็อปครัวเรือน
- การปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อรถโดยสารสาธารณะ
- การเตรียมอภิปรายเรื่องการเลือก สว. ที่ฝ่ายค้านต้องการใช้เป็น “สารตั้งต้น” ในการยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่
แม้ฝ่ายค้านจะเตรียมไม้เด็ดมาดักคอรัฐบาลในหลายเรื่อง แต่รัฐบาลก็พร้อมชี้แจงทุกประเด็น โดยเฉพาะเรื่องจริยธรรมทางการเมืองที่อาจถูกยกขึ้นมาเป็นญัตติในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งถือเป็นกลไกปกติในระบอบประชาธิปไตย
ในมุมมองของผู้ติดตามการเมือง การที่ฝ่ายค้านขยันตรวจสอบนับเป็นเรื่องที่ดี เพื่อให้เกิดการตรวจสอบถ่วงดุล แต่ท้ายที่สุดแล้วประชาชนย่อมต้องการเห็นนโยบายที่จับต้องได้และแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้อย่างแท้จริง มากกว่าการใช้เวทีสภาเพื่อชิงไหวชิงพริบทางการเมืองเพียงอย่างเดียว