หนุ่มป่วย เจาะโอ่งแดงอบสมุนไพร เมียมาเปิดจะ ‘จ๊ะเอ๋’ กลับช็อกพบเป็นศพ
เกิดเหตุการณ์สุดสะเทือนใจที่ไม่มีใครคาดคิด เมื่อหนุ่มป่วย เจาะโอ่งแดงอบสมุนไพร เมียมาเปิดจะ ‘จ๊ะเอ๋’ กลับช็อกพบเป็นศพ ในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี เรื่องราวนี้กลายเป็นข่าวใหญ่ที่เตือนใจทุกคนให้ระวังในการรักษาโรคด้วยวิธีพื้นบ้านแบบไม่ถูกต้อง เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2567 ที่บ้านหลังหนึ่งในหมู่ 5 บ้านป่าหวาย ตำบลปะโค อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี ทำให้ชาวบ้านและครอบครัวเสียใจอย่างหนัก
หนุ่มป่วย เจาะโอ่งแดงอบสมุนไพร เมียมาเปิดจะ ‘จ๊ะเอ๋’ กลับช็อกพบเป็นศพ
จากรายงานของ ร.ต.ท.ถิรวัฒน์ รัตนถา รองสารวัตรสอบสวน สภ.กุมภวาปี เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุพบผู้เสียชีวิตชื่อนายนรินทร์ อายุ 37 ปี สภาพนอนหงายเสียชีวิตภายในโอ่งแดงที่ดัดแปลง เจาะช่องสี่เหลี่ยมและคลุมด้วยผ้าห่มปิดทึบ สวมเพียงกางเกงขาสั้น ภายในโอ่งพบหม้อนึ่งสมุนไพร หวดนึ่งข้าว และเตาอั้งโล่ที่ล้มคว่ำ ผลตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบร่องรอยถูกทำร้าย คาดเสียชีวิตจากขาดอากาศหายใจมาไม่ต่ำกว่า 1 ชั่วโมง การดัดแปลงโอ่งแดงนี้ทำเพื่อใช้เป็นห้องอบสมุนไพรบรรเทาอาการป่วยโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทที่นายนรินทร์เป็นมานาน
คำบอกเล่าจากภรรยาที่ช็อกหนัก
น.ส.กาญจนา อายุ 58 ปี ภรรยาของผู้เสียชีวิต เล่าด้วยน้ำตาคลอเบ้า ว่าก่อนเกิดเหตุ สามีชวนเธอไปอบสมุนไพรด้วยกัน แต่เธอรู้สึกไม่สบายจึงนอนพัก จนถึงเวลา 10.30 น. เธอเดินไปเปิดผ้าห่มที่คลุมโอ่ง ตั้งใจจะทำท่า “จ๊ะเอ๋” หยอกล้อสามีตามปกติที่เคยทำกัน แต่สิ่งที่เห็นคือสามีนอนแน่นิ่งไร้ลมหายใจ เธอถึงกับช็อกหนัก นอกจากนี้เธอยังเล่าว่าก่อนหน้านั้นฝันร้ายว่าตัวเองจมน้ำแต่สามียืนดูเฉยๆ ไม่ช่วย หากวันนั้นเธอลงไปอบด้วย คงกลายเป็นศพคู่กันไปแล้ว เรื่องนี้ยิ่งทำให้ทุกคนขนลุกกับลางสังหรณ์ที่เกิดขึ้น
มุมมองจากมารดาและเพื่อนสนิท
นางหนูศิล อายุ 59 ปี มารดาของผู้ตาย และเพื่อนสนิทเล่าว่านายนรินทร์เป็นคนร่าเริง เพิ่งย้ายมาอยู่กับภรรยาได้ 6 เดือน ก่อนหน้านี้มีคนแนะนำให้ลองอบสมุนไพรรักษาโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท จึงลงมือทำเครื่องอบเองจากโอ่งแดง อาจผิดสูตรหรือเกิดอาการวูบจนขาดอากาศ นอกจากนี้ยังมีลางสังหรณ์แปลกๆ เมื่อวันก่อนที่ผู้ตายเดินวนรอบแผงขายของถึง 3 รอบโดยไม่พูดอะไร ครอบครัวไม่ติดใจสาเหตุการตาย เจ้าหน้าที่จึงมอบศพให้ญาตินำไปประกอบพิธีที่วัดดอนสวรรค์ หมู่ 7 ตำบลตูมใต้ อำเภอกุมภวาปี
สาเหตุที่เป็นไปได้และบทเรียนที่ได้
จากเหตุการณ์หนุ่มป่วย เจาะโอ่งแดงอบสมุนไพร เมียมาเปิดจะ ‘จ๊ะเอ๋’ กลับช็อกพบเป็นศพนี้ ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าอาจเกิดจากหลายปัจจัย เช่น การปิดโอ่งทึบจนอากาศไม่ถ่ายเท ความร้อนสูงจากเตาอั้งโล่ทำให้วูบ หรือสมุนไพรที่ใช้ไม่ถูกต้อง นอกจากนี้โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทเองก็อาจทำให้เกิดอาการชา อ่อนแรงได้ง่าย
- ขาดอากาศหายใจ: โอ่งปิดทึบ อากาศไม่หมุนเวียน
- ความร้อนสูงเกินไป: เตาล้มทำให้ควันพิษหรือร้อนจัด
- อาการป่วยกำเริบ: วูบระหว่างอบ
- สูตรสมุนไพรผิด: อาจมีสารที่ทำให้มึนงง
คำเตือนสำหรับการรักษาด้วยสมุนไพรที่บ้าน
การอบสมุนไพรเป็นวิธีพื้นบ้านที่ได้รับความนิยมในการบรรเทาอาการปวดเมื่อย โดยเฉพาะโรคกระดูกและเส้นประสาท แต่ต้องทำอย่างปลอดภัย เช่น อย่าปิดห้องอบทึบ ต้องมีช่องระบายอากาศ ใช้เครื่องวัดอุณหภูมิ และควรปรึกษาแพทย์ก่อน หากมีอาการป่วยเรื้อรัง อย่าพึ่งพาวิธีเดี่ยวๆ ควรรวมกับการรักษาทางการแพทย์ เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ให้ทุกคนตรวจสอบความปลอดภัยก่อนใช้งาน
สุดท้ายแล้ว เหตุการณ์นี้สอนให้เรารู้ว่าความตั้งใจดีในการรักษาตัวอาจกลายเป็นหายนะได้ หากขาดความรู้ที่ถูกต้อง ควรแชร์เรื่องนี้เพื่อเตือนภัยให้ผู้อื่น หากคุณเคยลองอบสมุนไพรหรือมีประสบการณ์คล้ายๆ กัน คอมเมนต์เล่าให้ฟังด้านล่างนะครับ จะได้ช่วยกันหาวิธีที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น
ข้อมูลเชิงลึก: การรักษาแบบทางเลือกมีประโยชน์ แต่ความปลอดภัยต้องมาก่อนเสมอ
ที่มา – หนุ่มป่วย เจาะโอ่งแดงอบสมุนไพร เมียมาเปิดจะ ‘จ๊ะเอ๋’ กลับช็อกพบเป็นศพ
