หนุ่มใหญ่เมาซิ่งรถหรูป้ายประมูลชนดะไฟฟ้าหัก-นักท่องเที่ยวฝรั่งเศสดับ
หนุ่มใหญ่เมาซิ่งรถหรูป้ายประมูลชนดะไฟฟ้าหัก-นักท่องเที่ยวฝรั่งเศสดับ
เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2569 เกิดเหตุสลดใจกลางเมืองภูเก็ต ซึ่งกลายเป็นข่าวที่ใครหลายคนจับตามอง หลังจากมีรายงานว่า หนุ่มใหญ่เมาซิ่งรถหรูป้ายประมูลชนดะไฟฟ้าหัก-นักท่องเที่ยวฝรั่งเศสดับ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างกระทันหัน และส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บหลายราย รวมทั้งความเสียหายต่อทรัพย์สินจำนวนมาก
เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่เพียงแต่สะเทือนใจประชาชนทั่วไป แต่ยังทำให้สังคมตั้งคำถามถึงพฤติกรรมการขับขี่ของผู้ขับขี่ยานยนต์ภายใต้อิทธิพลของแอลกอฮอล์อีกครั้ง
หนุ่มใหญ่เมาซิ่งรถหรูป้ายประมูลชนดะไฟฟ้าหัก-นักท่องเที่ยวฝรั่งเศสดับ เกิดขึ้นที่ไหน?
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบริเวณหน้าธนาคาร ธอส. ถนนบางกอก จังหวัดภูเก็ต เวลาประมาณ 12.07 น. โดยผู้ก่อเหตุคือ นายจตุพล อายุ 51 ปี ชาวจังหวัดพังงา ขับรถยนต์ยี่ห้อวอลโว่ สีเทา ทะเบียนป้ายประมูลเลขคู่ ภูเก็ต
จากนั้นรถคันดังกล่าวได้พุ่งชนรถยนต์และรถจักรยานยนต์รวม 8 คัน รวมรถก่อเหตุเป็น 9 คัน ก่อนจะเสียหลักขึ้นไปบนฟุตปาธและชนกับ นายโลอิก วินเซนต์ ฟอนเทน (MR.Loic, Vincent FONTAINE) นักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศสที่กำลังเดินอยู่บริเวณดังกล่าว ทำให้ผู้เสียชีวิตได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต
ความผิดของผู้ก่อเหตุ
ร.ต.อ.สุรชัช แสนจันทร์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองภูเก็ต เปิดเผยผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า นายจตุพล ผู้ขับขี่ยานยนต์มีปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายสูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด จึงได้ควบคุมตัวและแจ้งข้อหาหนัก ดังนี้
- ขับรถในขณะเมาสุราเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
- ทำให้ทรัพย์สินของผู้อื่นได้รับความเสียหาย
- ก่ออุบัติเหตุแล้วหลบหนีโดยไม่แสดงความรับผิดชอบ
จากข้อมูลที่ได้รับทราบ พบว่าก่อนเกิดเหตุ นายจตุพล ได้ขับรถเฉี่ยวชนรถคู่กรณีรวม 6 คัน แต่กลับไม่หยุดรถและพยายามขับหลบหนีมุ่งหน้าไปยังแยกบางกอกตัดถนนพูนผล จนกระทั่งสูญเสียการควบคุมพุ่งขึ้นฟุตปาธ ชนนักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศสอย่างจัง และชนรถจักรยานยนต์อีก 2 คัน รวมถึงเสาไฟฟ้าจนหักโค่น
หนุ่มใหญ่เมาซิ่งรถหรูป้ายประมูลชนดะไฟฟ้าหัก-นักท่องเที่ยวฝรั่งเศสดับ สะท้อนอะไร?
เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ชัดเจนว่า การขับขี่ยานยนต์ภายใต้อิทธิพลของแอลกอฮอล์สามารถนำไปสู่หายนะได้อย่างไร ทั้งต่อชีวิตของตนเองและผู้อื่น
สังคมควรตระหนักว่า การดื่มแอลกอฮอล์แล้วขับขี่ยานยนต์ไม่ใช่แค่การฝ่าฝืนกฎหมาย แต่ยังเป็นการเพิกเฉยต่อความปลอดภัยของผู้อื่น ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดความสูญเสียที่ไม่สามารถเรียกคืนได้
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเพิ่มมาตรการตรวจจับและลงโทษผู้ขับขี่ยานยนต์ภายใต้อิทธิพลของแอลกอฮอล์อย่างเข้มงวดมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งส่งเสริมให้มีการรณรงค์การขับขี่ปลอดภัยและไม่ดื่มแอลกอฮอล์ก่อนขับ
บทเรียนจากเหตุการณ์
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้ขับขี่ยานยนต์หรือประชาชนทั่วไป ควรระมัดระวังและเคารพกฎจราจร
หากคุณต้องดื่มแอลกอฮอล์ ควรเลือกวิธีการเดินทางอื่น ๆ เช่น การใช้บริการแท็กซี่ หรือเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน หรือขอความช่วยเหลือจากเพื่อนหรือครอบครัว
การเลือกที่จะไม่ขับขี่ยานยนต์ภายใต้อิทธิพลของแอลกอฮอล์ไม่ใช่เรื่องยาก แต่เป็นการเลือกที่จะให้ความสำคัญกับชีวิตและสุขภาพของตนเองและผู้อื่น
การขับขี่ยานยนต์อย่างปลอดภัยไม่ใช่เพียงหน้าที่ของหน่วยงานภาครัฐ แต่เป็นความรับผิดชอบของทุกคนที่ใช้เส้นทางเดียวกัน
สุดท้ายนี้ ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต และขอให้ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้ได้รับการรักษาและฟื้นตัวโดยเร็ว
ที่มา – ระทึกหนุ่มใหญ่เมาซิ่งรถหรูป้ายประมูล ชนดะไฟฟ้าหัก-รถพัง6-ทัวลิสต์ฝรั่งเศสดับ


