หมอบรรณาแจ้งข่าวเศร้า หมอโอมเสียชีวิตจากโรคมะเร็งวัย 35
วงการแพทย์ได้สูญเสียบุคลากรสำคัญเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา เมื่อนพ.ทรงฤทธิ์ ป้องปาน หรือที่หลายคนรู้จักในนาม ‘หมอโอม’ อายุรแพทย์โรคมะเร็งประจำโรงพยาบาลเลย เสียชีวิตอย่างสงบในวัย 35 ปี ท่ามกลางความเสียใจของเพื่อนร่วมงานและคนไข้จำนวนมาก
หมอโอมป่วยเป็นโรคมะเร็งและต้องการเกล็ดเลือด
ก่อนหน้านี้ พี่ชายของหมอโอมได้ออกมาโพสต์ขอความช่วยเหลือผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวของหมอโอม ซึ่งเป็นโพสต์ที่ระบุว่า “ผมพี่ชายของโอมนะครับ ผมขอใช้ช่องทางเฟสโอม ที่คิดว่าจะมีคนเห็นเยอะที่สุด เพื่อช่วยน้องชายผม ตอนนี้โอมต้องการเกล็ดเลือด ด่วนมากครับ เพื่อเข้ารับการผ่าตัด” ซึ่งหลาย ๆ คนได้ร่วมแสดงความเสียใจและเข้าไปให้กำลังใจ รวมถึงลงพิธีร่วมบริจาคเลือด
โพสต์สุดท้ายแสดงความหวังที่จะหายดี
ย้อนกลับไปดูโพสต์สุดท้ายของหมอโอมที่เจ้าตัวโพสต์เองก่อนเสียชีวิต คือ เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม ที่ผ่านมา หมอโอมได้แชร์คลิปขณะเดินถือป้ายงานกีฬาสี พร้อมข้อความระบุว่า “อยากหายป่วยกลับมาทำอะไรแบบนี้แล้ว” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความหวังของแพทย์หนุ่มที่ต้องการกลับมาปฏิบัติงานด้านการแพทย์อีกครั้งอย่างเต็มเปี่ยม
อย่างไรก็ตาม โรคภัยไข้เจ็บไม่ยอมให้โอกาสกลับมาอีก จนกระทั่งในวันที่ 6 กันยายน 2568 มีการโพสต์ยืนยันข่าวอาการป่วยของหมอโอมว่าเสียชีวิตแล้วอย่างสงบ โดยมีข้อความระบุว่า “น้องชายของพี่โอมโพสนะครับ ตอนนี้พี่โอมจากไปอย่างสงบแล้วครับ” พร้อมแจ้งกำหนดการพิธีทางศาสนาและฌาปนกิจ
สวดพระอภิธรรมและการเดินทางครั้งสุดท้ายของหมอโอม
พิธีสวดพระอภิธรรมและพิธีการฌาปนกิจศพของหมอโอมจัดขึ้น ณ วัดศรีสุทธาวาส (วัดเลยหลง) จังหวัดเลย โดยมีกำหนดเวลาในงานราชการทานเพลิงศพในวันที่ 9 กันยายน เวลา 16.00 น. ซึ่งเป็นงานส่งพระวิญญาณของแพทย์หนุ่มที่ตั้งใจในอาชีพของเขาและมีความฝันไม่แพ้ใคร
บทพิธีจัดขึ้นภายใต้บรรยากาศของความเศร้าโศกที่ทั้งจากครอบครัว เพื่อนร่วมงานและคนไข้หลายรายที่รับข่าวเข้ามา สะท้อนให้เห็นถึงความเสียหายสูญเสียครั้งใหญ่ในแวดวงการแพทย์ จากการสูญเสียบุคลากรที่อุทิศตนเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นอย่างต่อเนื่อง
- หมอโอมนพ.ทรงฤทธิ์ ป้องปาน อายุ 35 ปี
- เป็นอายุรแพทย์โรคมะเร็งประจำโรงพยาบาเลย
- ได้เสียชีวิตอย่างสงบเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2568
- มีโพสต์สุดท้ายแสดงความหวังตั้งใจกลับมาทำงาน
กรณีของหมอโอมเป็นที่พูดถึงกันอย่างกว้างขวางว่าแสดงให้เห็นถึงความเสื่อมโทรมของแรงจูงใจและความเห็นแก่ตัวของคนทั่วไป อันเนื่องมาจากการเสียแพทย์ที่มีศักยภาพและประสบการณ์อันดี ท่ามกลางการขาดแคลนทรัพยากรด้านสุขภาพและความร่วมมือที่ยังมีอยู่ไม่มากพอ
ในการสร้างความตระหนักให้แก่สังคมเราๆ ทั้งหลายคงควรเริ่มมีความตั้งใจในการแสดงออกเพื่อส่วนรวม มีแท้จริง หากไม่มีความตั้งใจที่เฉพาะเจาะจง ลุ่มหลงแค่สิ่งที่ไม่ยั่งยืน คงทำให้ความสูญเสียเช่นนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องอย่างที่ไม่มีวันจบสิ้น
ที่มา – วงการแพทย์เศร้า! ‘หมอโอม’ อายุรแพทย์โรคมะเร็งจากไปอย่างสงบในวัย 35 ปี

