หมอวรงค์วอนรัฐบาลทบทวน MOU นำเข้าข้าวโพด GMO 1 ล้านตัน
หมอวรงค์วอนรัฐบาลทบทวน MOU นำเข้าข้าวโพด GMO 1 ล้านตัน
กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงเกษตรกรรม เมื่อ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี ได้ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนการลงนาม MOU นำเข้าข้าวโพด GMO จำนวน 1 ล้านตันจากสหรัฐอเมริกา โดยกังวลว่าจะส่งผลกระทบระยะยาวต่อเกษตรกรไทยอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
ประเด็น หมอวรงค์วอนรัฐบาลทบทวน MOU นำเข้าข้าวโพด GMO 1 ล้านตัน ครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของการเมือง แต่เป็นเรื่องของความมั่นคงทางอาหารและคุณภาพชีวิตของเกษตรกรที่ปลูกข้าวโพดในประเทศ นพ.วรงค์ตั้งข้อสังเกตว่า ในขณะที่ประเทศไทยไม่อนุญาตให้เกษตรกรไทยปลูกพืช GMO เอง แต่รัฐบาลกลับเปิดช่องให้นำเข้าข้าวโพด GMO เข้ามาเป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ นี่คือความย้อนแย้งที่น่าตั้งคำถามถึงความจริงใจในการปกป้องผู้ผลิตต้นน้ำอย่างเกษตรกรไทย
ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นหากไม่ทบทวนนโยบายนี้
- ราคาข้าวโพดในประเทศจะตกต่ำ: การนำเข้าข้าวโพดราคาถูกจากต่างประเทศในช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวจะทำให้ราคาผลผลิตในไทยร่วงลงอย่างหนัก
- ความเสี่ยงด้านการเกษตร: แม้จะเป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ แต่การนำเข้า GMO อาจสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและมาตรฐานการเกษตรโดยรวม
- ความยั่งยืนของเกษตรกรรายย่อย: หากรัฐบาลยังเดินหน้าตาม MOU ฉบับนี้ เกษตรกรอาจไม่มีกำลังใจในการเพาะปลูก เนื่องจากสินค้าขาดราคาและขาดคู่แข่งที่เป็นธรรม
ด้านตัวแทนสมาคมพืชไร่ก็ได้ออกมาขานรับกรณี หมอวรงค์วอนรัฐบาลทบทวน MOU นำเข้าข้าวโพด GMO 1 ล้านตัน โดยเสริมว่าปัจจุบันสินค้าเกษตรทดแทน เช่น มันสำปะหลัง หรือปลายข้าว ยังมีเพียงพอต่อภาคอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ การเร่งนำเข้าโดยไม่กำหนดระยะเวลาอาจนำไปสู่ภาวะล้นตลาดในระยะเวลาอันสั้น ส่งผลกระทบต่อกลไกราคาตลาดภายในประเทศอย่างรุนแรง
เรามองว่า รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการสนับสนุนวัตถุดิบภายในประเทศเป็นอันดับแรก ก่อนที่จะตัดสินใจลงนามในสัญญาที่อาจส่งผลเสียต่อเกษตรกรไทยครับ การบริหารจัดการที่ชาญฉลาดต้องยึดผลประโยชน์ของคนในชาติเป็นตัวตั้ง มากกว่าการเร่งนำเข้าสินค้าตามข้อตกลงที่อาจไม่สอดคล้องกับจังหวะเวลาของฤดูกาลเก็บเกี่ยวในไทย
ที่มา – ‘หมอวรงค์’วอน’รัฐบาล’ ทบทวน MOU นำเข้าข้าวโพด GMO 1 ล้านตัน หวั่นกระทบต่อภาคเกษตรกรไทย