หมอสมองผ่าเกม หมอบี ใช้เทคนิคถามนำปั่นความจำ
เมื่อเร็ว ๆ นี้ เพจ สาระสมองกับ อจ.หมอสุรัตน์ หรือนพ.สุรัตน์ ตันประเวช แพทย์ประสาทวิทยาผู้เชี่ยวชาญด้านสมอง ได้ออกมาวิเคราะห์พฤติกรรมของ “หมอบี” ที่ใช้เทคนิค “ถามนำ” หรือ leading questions เพื่อควบคุมบทสนทนาและหลีกเลี่ยงการตอบคำถามโดยตรง ทั้งในรายการโทรทัศน์และขณะให้สัมภาษณ์กับสื่อ ซึ่งเป็นเทคนิคที่เรียกว่าการ “ปั่นความจำ” ของผู้ฟังให้เข้ากรอบที่ตั้งไว้
หมอสมองผ่าเกม หมอบี ใช้เทคนิคถามนำปั่นความจำ
เทคนิค “ถามนำ” คือการใช้คำถามที่มีลักษณะชี้นำผู้ตอบให้ตอบตามกรอบที่ผู้ตั้งคำถามต้องการ แทนที่จะให้ข้อมูลโดยตรง ซึ่งเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงในการควบคุมบทสนทนา โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ต้องการเลี่ยงการเปิดเผยข้อมูลบางอย่าง เช่น ขณะให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับคดีความ
ตัวอย่างในโพสต์ระบุว่า ถ้าต้องการให้คนพูดถึง “แม่บ้าน” อาจถามว่า “ที่บ้านมีใครทำกับข้าวให้ใช่ไหมครับ?” แทนที่จะถามตรง ๆ ว่า “ใครทำกับข้าวให้คุณ?” คำถามลักษณะนี้จะทำให้อีกฝ่ายตอบไปในกรอบของคำถาม โดยไม่รู้ตัวว่ากำลังถูกควบคุมบทสนทนาอยู่
ใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ของความจำ
ในทางจิตวิทยา เทคนิคนี้สัมพันธ์กับปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “Misinformation Effect” ซึ่งคือเมื่อข้อมูลหลังเกิดเหตุการณ์ (post-event information) ถูกนำมาผสานกับความทรงจำเดิม จนเปลี่ยนแปลงหรือบิดเบือนความทรงจำจริง คนจะสามารถจดจำสิ่งที่เกิดขึ้นผิดพลาด หรือแม้กระทั่ง “เชื่อว่ามันเกิดขึ้น” ทั้งที่ไม่เคยเกิดขึ้นเลย
- ช่วยควบคุมทิศทางการสนทนา
- ลดแรงกดดันเมื่อถูกซักถาม
- ซื้อเวลาเพื่อเลี่ยงการตอบตรงประเด็น
เมื่อหมอบีโดนคำถามในคดี เช่น “คุณรู้เห็นกับเหตุการณ์นี้ไหม?” เขาไม่ตอบว่า “รู้” หรือ “ไม่รู้” ตรง ๆ แต่จะเปลี่ยนบทบาทโดยใช้คำถามกลับ เช่น “คุณหมายถึงวันที่มีคนนั้นอยู่ด้วยใช่ไหมครับ?” หรือ “ที่ว่ารู้เห็น หมายถึงเห็นด้วยตาเอง หรือหมายถึงได้ยินจากคนอื่น?” คำถามเหล่านี้จะทำให้ผู้ตั้งคำถามต้องปรับการตั้งคำถามใหม่ และกลายเป็นว่าเป็นหมอบีที่เป็นผู้ควบคุมบทสนทนาในขณะนั้น ไม่ใช่แค่ผู้ตอบคำถาม
Greg: หนึ่งในกลไกที่น่าสนใจคือ “Source Monitoring Error” ซึ่งคือความผิดพลาดในการจำแนกที่มาของข้อมูล ว่าสิ่งที่เรารู้มานั้น เราเห็นด้วยตาตนเอง หรือได้ยินมาจากผู้อื่นหรือคำถามชี้นำ การที่สมองจะ “รวมข้อมูลใหม่” เข้ากับความทรงจำเดิม ทำให้หลายครั้งเรา “เชื่อว่ามันคือความทรงจำของเรา” ทั้งที่แท้จริงแล้วเป็นความทรงจำที่ถูกสร้างขึ้นภายหลัง
เทคนิคนี้มิใช่ของใหม่ แต่เป็นกลวิธีที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในหลากหลายวงการ เช่น วงการนักจิตวิทยา นักสื่อสารมวลชน นักสืบ หรือแม้กระทั่งในคดีความ ทนายความหลายคนก็ใช้หลักการเดียวกันนี้ในการหลีกเลี่ยงข้อมูลหรือควบคุมบทพูดของคู่ความ
การที่ หมอสมองผ่าเกม หมอบี อย่างละเอียด แสดงให้เห็นว่าความรู้เกี่ยวกับสมองและจิตวิทยา ไม่ใช่แค่เพื่อเข้าใจผู้ป่วย แต่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเพื่อควบคุมบทสนทนา ป้องกันตัว หรือแม้กระทั่งหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบในคดีความ
เมื่อเราเข้าใจว่ากระบวนการความจำของมนุษย์นั้นมี “ช่องโหว่” เราอาจมองผู้อื่นในสายตาที่รอบด้านขึ้น และคิดวิเคราะห์มากขึ้นก่อนจะเชื่อถือบางสิ่งอย่างงมงาย
ที่มา – หมอสมองผ่าเกม “หมอบี” แฉใช้เทคนิค “ถามนำ” ปั่นความจำคนดู–เนียนเลี่ยงตอบคดี