หวั่นกติกา เหล็กเตา IF แฝงอุ้มทุนใหญ่ ทำประชาชนแบกราคาเหล็ก
กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในวงการก่อสร้าง เมื่อมีการตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในกระบวนการออกกติกาใหม่ที่พุ่งเป้าไปที่ หวั่นกติกา “เหล็กเตา IF” แฝงอุ้มทุนใหญ่ ทำประชาชนแบกราคาเหล็ก จนหลายฝ่ายเริ่มกังวลว่าเบื้องหลังเรื่องนี้อาจไม่ใช่เรื่องของคุณภาพ แต่เป็นการกีดกันทางการค้าเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มทุนรายใหญ่หรือไม่
ไขข้อเท็จจริง หวั่นกติกา “เหล็กเตา IF” แฝงอุ้มทุนใหญ่ ทำประชาชนแบกราคาเหล็ก
คุณอมร อึงสมบูรณ์ อุปนายกสมาคมผู้ผลิตเหล็กด้วยเตาเหนี่ยวนำไฟฟ้า ได้ออกมาตีแผ่ข้อเท็จจริงในมุมที่หลายคนอาจมองข้าม โดยเฉพาะเรื่องความเข้าใจผิดเกี่ยวกับมาตรฐานการผลิตที่ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการดิสเครดิตผู้ผลิตรายย่อยที่ทำถูกต้องตามกฎหมาย
ทำไมต้องกลัว หวั่นกติกา “เหล็กเตา IF” แฝงอุ้มทุนใหญ่ ทำประชาชนแบกราคาเหล็ก
ปัญหาเรื่องอาคารทรุดตัวที่ถูกนำมาเชื่อมโยงกับเหล็กเตา IF นั้น ไม่เป็นธรรมและบิดเบือนข้อเท็จจริงอย่างมาก เพราะสถาบันชั้นนำของประเทศได้สรุปชัดเจนแล้วว่าสาเหตุมาจากเทคนิคการก่อสร้างและการออกแบบที่บกพร่อง ไม่เกี่ยวกับวัสดุเหล็กเส้นเลย นอกจากนี้ เหล็กจากเตา IF ยังเป็นที่ยอมรับในระดับสากลและสามารถผลิตได้มาตรฐาน มอก. อย่างครบถ้วน
ประเด็นที่น่าจับตามองมีดังนี้:
- การบิดเบือนข้อมูล: มีการนำกรณีประเทศจีนสั่งปิดโรงงานเถื่อนมาอ้างว่าเป็นการแบนเทคโนโลยีเตา IF ซึ่งไม่เป็นความจริง เพราะจีนยังใช้เทคโนโลยีนี้อย่างแพร่หลายในโรงงานที่ผ่านมาตรฐาน
- ความไม่โปร่งใสของกติกา: คณะกรรมการที่จัดตั้งขึ้นเพื่อกำหนดมาตรฐานใหม่ กลับไม่มีตัวแทนจากผู้ประกอบการที่ใช้เตา IF เข้าร่วมแม้แต่คนเดียว
- ผลกระทบต่อราคา: หากกลุ่มทุนผูกขาดตลาดได้สำเร็จ ราคาเหล็กในตลาดอาจพุ่งสูงขึ้นไม่ต่ำกว่า 3 บาทต่อกิโลกรัม สร้างภาระหนักให้กับประชาชนและโครงการก่อสร้างของภาครัฐ
ในฐานะผู้บริโภคและผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรม เราควรสนับสนุนการแข่งขันที่เสรีและเป็นธรรม โดยยึดมั่นที่คุณภาพของผลิตภัณฑ์ปลายทางเป็นสำคัญ ไม่ใช่การใช้กติกาที่เขียนขึ้นเพื่อเอื้อประโยชน์แก่ใครบางคน หากปล่อยให้มีการผูกขาดเกิดขึ้น สุดท้ายแล้วผู้ที่ต้องแบกรับภาระต้นทุนทั้งหมดก็คือพวกเราทุกคนนั่นเอง
ที่มา – หวั่นกติกา “เหล็กเตา IF” แฝงอุ้มทุนใหญ่ ทำประชาชนแบกราคาเหล็ก
