หอการค้า ห่วงสินค้าจีนแย่งตลาดส่งออกไทย หลังลดภาษี 15%

ในสถานการณ์การค้าโลกที่ผันผวน หอการค้า ห่วงสินค้าจีนกลับมาแย่งตลาดส่งออกไทย หลังลดภาษีเหลือเท่ากัน 15% กลายเป็นประเด็นร้อนที่ผู้ประกอบการไทยต้องจับตาใกล้ชิด ล่าสุด นโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ภายใต้นายโดนัลด์ ทรัมป์ ทำให้สินค้าจีนที่เคยถูกเก็บภาษีสูงถึง 50% ลดลงเหลือเพียง 15% เท่ากับสินค้าไทย ส่งผลให้จีนมีข้อได้เปรียบด้านราคาอย่างมาก

หอการค้า ห่วงสินค้าจีนกลับมาแย่งตลาดส่งออกไทย หลังลดภาษีเหลือเท่ากัน 15%

นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และนายกสมาคมการค้าอาหารอนาคตไทย วิเคราะห์ว่า ในระยะสั้น การปรับภาษีนี้ยังไม่กระทบทันทีต่อผู้ส่งออกไทย เนื่องจากอัตราภาษีที่ลดลงจากเดิม อาจเป็นผลบวกเล็กน้อยต่อผู้นำเข้าสินค้าไทย อย่างไรก็ตาม ระยะกลางถึงยาว ต้องระวังความเสี่ยงจากมาตรา 301 ของสหรัฐฯ ที่จัดการการค้าที่ไม่เป็นธรรม และมาตรา 232 เกี่ยวกับความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งอาจนำไปสู่การเก็บภาษีเพิ่มเติมรายสินค้า

สินค้าจีนรุกหนัก ท้าทายตลาดส่งออกไทย

ประเด็นที่น่ากังวลที่สุดคือ สินค้าจีน ที่เดิมเสียเปรียบเพราะภาษีสูง ตอนนี้ปรับลดเหลือ 15% เท่ากับไทย ทำให้แข่งขันด้านราคาได้ดีขึ้น สินค้าจีนจึงมีแนวโน้มทะลักเข้าตลาดสหรัฐฯ มากขึ้น และอาจล้นไปยังตลาดอื่นๆ ที่ไทยครองส่วนแบ่ง เช่น อาเซียนและยุโรป ยิ่งซ้ำเติมด้วยเงินบาทที่แข็งค่าต่อเนื่อง 2-3 เดือนมานี้ ทำให้สินค้าไทยแพงขึ้นในสายตาลูกค้า

ผู้ส่งออกไทยจึงเผชิญแรงกดดันหนัก ต้องเร่งปรับตัว เช่น บริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนให้ดีขึ้น ลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพ และพัฒนาสินค้าให้มีมูลค่าเพิ่ม

  • บริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน: ใช้เครื่องมืออนุพันธ์ทางการเงิน เพื่อล็อกราคา
  • ลดต้นทุน: ปรับซัพพลายเชน ใช้เทคโนโลยีอัตโนมัติ
  • เพิ่มมูลค่า: พัฒนาสินค้าสู่พรีเมียม เช่น อาหารแปรรูปคุณภาพสูง
  • กระจายตลาด: หาตลาดใหม่ในอินเดีย ตะวันออกกลาง

ด้านนายวรวงศ์ รามางกูร อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ มองแง่บวกว่าปี 2569 จะเป็นปีทองของการส่งออกไทยอีกปี หลังตัวเลขเดือนมกราคมขยายตัวสูงถึง 24.4% โดยเฉพาะสินค้าอุตสาหกรรมที่โต 29.8% สะท้อนความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจไทย แต่ย้ำว่านโยบายภาษีสหรัฐฯ ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักที่ต้องติดตาม

กลยุทธ์รับมือหอการค้า ห่วงสินค้าจีนกลับมาแย่งตลาดส่งออกไทย

จากมุมมองหอการค้า ผู้ประกอบการควรเตรียมพร้อมรับมือโดยรวมกลุ่มกันเจรจาการค้า ผลักดัน FTA ใหม่ๆ และใช้ประโยชน์จาก BCG Economy เพื่อยกระดับสินค้าไทยให้ยั่งยืน แม้สถานการณ์จะท้าทาย แต่ไทยมีจุดแข็งเรื่องคุณภาพและความน่าเชื่อถือ หากปรับตัวทัน จะพลิกวิกฤตเป็นโอกาสได้

ในความเห็นของผู้เขียน สถานการณ์นี้เป็นสัญญาณเตือนให้ภาคธุรกิจไทยเร่งปฏิรูปตัวเอง หันไปเน้นนวัตกรรมและตลาดเกิดใหม่ แทนการพึ่งพาตลาดสหรัฐฯ เพียงแห่งเดียว หากทำได้ การส่งออกไทยจะเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป

คุณคิดอย่างไรกับประเด็นนี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวเศรษฐกิจเพิ่มเติมได้ที่บล็อกของเรา!

ที่มา – หอการค้า ห่วงสินค้าจีนกลับมาแย่งตลาดส่งออกไทย หลังลดภาษีเหลือเท่ากัน 15%

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *