ห่วง ‘สถาบันสงฆ์ไทย’ กลายเป็น ‘ศาสนาราชการ’ เผย 6 ประเด็นของ ‘พุทธบริษัท’

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สังคมไทยเริ่มมีการตั้งคำถามกับ “สถาบันสงฆ์ไทย” ว่าอาจกำลังก้าวไปสู่รูปแบบของ “ศาสนาราชการ” มากกว่าการเป็นพุทธศาสนสถาบันตามพระธรรมวินัยอย่างแท้จริง โดยเฉพาะการกระตุ้นให้ พุทธบริษัท หลายคนเริ่มมองหาทางเลือกใหม่ๆ ในการนับถือและปฏิบัติตามพระพุทธศาสนา ท่ามกลางวิกฤตความศรัทธา การบังคับใช้กฎหมาย และภาระของพระสงฆ์

สาหัสใจ เหตุพุทธบริษัทหลีกหนีพุทธไทย

อย่างไรก็ตาม ข้อกังวลจาก พุทธบริษัท ที่มีต่อสถาบันสงฆ์ไทยไม่ใช่เพียงเรื่องเดียวที่ควรจะมองข้าม แต่มันสะท้อนถึงปัญหารากฐานที่อาจส่งผลต่ออนาคตของพระพุทธศาสนาในเมืองไทย พระเมธีวัชรบัณฑิต (เจ้าคุณหรรษา) ได้ออกมาเปิดเผย 6 ประเด็นหลักที่ทำให้นับ พุทธบริษัท หลายคนเริ่ม “หนีพุทธไทย”

1. แสวงหาพุทธแท้ในนิกายอื่น

พุทธบริษัทหลายกลุ่มเริ่มหันไปนับถือนิกายอื่น เช่น พุทธเถรวาทแบบดั้งเดิม หรือพุทธแบบมหายานที่เข้ากับวิถีชีวิต เช่น หมู่บ้านพรัม เพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมายและข้อบังคับที่เชื่อว่าคับขันและขาดความยืดหยุ่น

2. พัฒนาสถานธรรมเองโดยไม่ขึ้นทะเบียนวัด

หลายคนเลือกที่จะจัดตั้งสถานธรรม สถานปฏิบัติธรรม แบบเอกชน ไม่ขอสถานะวัดตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 เพราะไม่ต้องการปะทะกับระบบที่รู้สึกรัดกุม

3. ลาออกจากพระสังฆาธิการ

พระภิกษุที่ไม่สามารถแบกรับภาระทางวัตถุ เช่น การทำบัญชี คณะกรรมการ รวมถึงบทบาทเจ้าอาวาส จึงตัดสินใจลาออกอย่างเป็นทางการ จากสถานะพระสังฆาธิการเจ้าพนักงานของรัฐ

4. ใช้ชีวิตฆ่าตัวตายอย่างเสียใจ

พระรูปหนึ่งในภาคอีสานตัดสินใจ *ปลิดชีพตนเอง* เพราะไม่สามารถรับมือกับภาระและความกดดันจากการบริหารจัดการวัด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสูญเสียทางจิตวิญญาณของสังคมพุทธไทยอย่างชัดเจน

5. หลีกหนีไปเป็นฆราวาส

พุทธบริษัทบางส่วนที่ไม่แน่วแน่ในเส้นทางของตน ตัดสินใจสละสมณเพศ เพื่อไปใช้ชีวิตตามหนทางที่สะดวกสบายมากกว่า และเหมาะสมกับตนเอง

6. ตะลึงกับพุทธทางเลือก

มีใครหลายคนที่หันไปนับถือพุทธนิกายต่างประเทศเช่น วัชรยานแบบธิเบตหรือมหายานสมัยใหม่ เนื่องจากลักษณะการสอนมีความเข้าใจง่าย จริยธรรมชัดเจน และไม่ยึดติดกับระเบียบกรอบเดิม ๆ

ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า พุทธบริษัท หลายคนเริ่มมองว่า “พุทธแบบไทย” ที่เคยคุ้นเคยนั้นไม่ใช่เพียงทางออกเดียวสำหรับการเติบโตทางจิตวิญญาณ ทั้งยังอาจกลายเป็น “ศาสนาตามแบบแผน” ที่มีเฉพาะรูปลักษณ์ภายนอกมากกว่าพลังภายใน

ดังนั้น ถ้ามองในมุมกว้าง สิ่งสำคัญที่เหล่า พุทธบริษัท ต้องตัดสินใจตอนนี้คือ ยังจะยึดมั่นในรูปแบบเดิม ๆ หรือจะเปิดใจให้เกิดพื้นที่แห่งความเชื่อใจใหม่ โดยไม่ลืมรากฐานพระธรรมวินัยอันแท้จริง

แล้วในที่สุด สถาบันสงฆ์ไทย จะยังคงเป็นแหล่งชุมนุมจิตวิญญาณ หรือจะกลายเป็นเพียง “ศาสนาราชการ” ที่เคลื่อนไหวแค่ในระเบียบและพิธีกรรม? สังคมไทยควรตั้งคำถามในขณะนี้ว่า เราต้องการให้พุทธศาสนาเป็นพระโพธิสัตว์แห่งการปลุกใจ หรือเป็นเพียงหลักอธิปไตยของรัฐ?

ที่มา – หวั่น ‘สถาบันสงฆ์ไทย’ กลายเป็น ‘ศาสนาราชการ’ ชี้ 6 ประเด็นที่ ‘พุทธบริษัท’ ต้องเผชิญ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *