อดีตสส. หมิว สิริลภัส ถังแตก! รีดเงินก้นถุงไถ่ทองคืนแม่ หลังโดนแก๊งคอลเซ็นเตอร์กวาด 1.2 ล้าน
เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568 ข่าวใหญ่ที่กลายเป็นที่พูดถึงในโลกออนไลน์ สำหรับกรณีของ อดีตสส. หมิว สิริลภัส กองตระการ นักแสดงและอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่ออกมาเปิดเผยเรื่องราวสุดช็อก หลังแม่ของเธอถูกมิจฉาชีพหลอก ทำให้สูญเสียเงินเก็บไปกว่า 1,255,865.80 บาท
อดีตสส. หมิว สิริลภัส ถังแตก! รีดเงินก้นถุงไถ่ทองคืนแม่ หลังโดนแก๊งคอลเซ็นเตอร์กวาด 1.2 ล้าน
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 11 ธันวาคม 2568 เมื่อญาติของ หมิว สิริลภัส ได้แจ้งข่าวด่วนว่า มีเรื่องเกี่ยวกับคุณแม่ ซึ่งหลังจากพยายามติดต่อทางโทรศัพท์หลายครั้งก็ไม่สามารถติดต่อได้ กระทั่งทราบจากเพื่อนบ้านว่า คุณแม่ไปนั่งอยู่ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง มีอาการเครียดและสั่นไปทั้งตัว พร้อมกับพูดว่า “ถูกหลอกแล้ว”
เมื่อ อดีตสส. หมิว สิริลภัส รีบไปถึงที่เกิดเหตุ ก็พบว่าแม่ของเธอถูกมิจฉาชีพหลอกให้โอนเงินไปยังบัญชีของคนร้ายจนหมด ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้เธอและครอบครัวต้องตกอยู่ในความตระหนกและตกใจอย่างมาก
แม่ถูกหลอกขายสินค้าออนไลน์ ต้องจ่ายเงินซ่อมบัญชี
ย้อนกลับไปก่อนเกิดเหตุ คุณแม่ของ หมิว สิริลภัส ได้โพสต์ขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งต่อมาได้มีคนร้ายแอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่จาก LINE หรือช่องทางอื่น ๆ หลอกให้แม่ของเธอเปิดร้านในกลุ่ม LINE และให้ทดลองขายสินค้า
แต่แล้วก็เกิดปัญหาขึ้น เมื่อแม่ของเธอลองถอนเงินจากบัญชี แต่ไม่สามารถถอนได้ และถูกหลอกให้จ่ายเงินเพื่อ “ซ่อมแซมบัญชี” โดยมีการอ้างว่าต้องจ่ายภาษี จ่ายค่าธรรมเนียม หรือค่าอื่น ๆ ที่ฟังดูน่าสงสัย
แม้จะมีความลังเลใจ แต่ด้วยความที่เป็นผู้สูงอายุและไม่ค่อยมีความรู้ด้านเทคโนโลยี ทำให้คุณแม่หลงเชื่อและเริ่มโอนเงินไปเรื่อย ๆ จนสุดท้าย เงินเก็บทั้งหมดที่ออมมาตลอดชีวิตก็หายไปต่อหน้าต่อตา
ความเครียดที่เกือบทำให้แม่สูญเสียสติ
หลังจากตกใจและรู้ว่าตนเองถูกหลอก คุณแม่ของหมิว เครียดหนักมาก ถึงขั้นแทบจะหมดสติ หน้ามืด และมีความคิดจะจบชีวิต เพื่อไม่ให้เป็นภาระกับลูก ๆ
“หมิว สิริลภัส” ได้เล่าความรู้สึกในวันนั้นว่า “ตอนนั้นหัวใจแทบร่วงออกมา แม่ร้องไห้อย่างหนัก หนูเองก็ต้องพยายามเข้มแข็ง ทั้ง ๆ ที่ข้างในใจก็สั่นไปหมด”
เธอและแฟนหนุ่มจึงต้องรีบเดินทางไปดูแลคุณแม่ พร้อมทั้งคอยปลอบใจและสังเกตอาการไม่ให้เกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้น ทั้งยังต้องช่วยจัดการเอกสารและเตรียมการแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
รีดเงินก้นถุง ไถ่ทองคืนแม่ พร้อมสู้ต่อกับภัยมิจฉาชีพ
หลังจากเหตุการณ์สงบลง อดีตสส. หมิว สิริลภัส ก็ได้เดินทางไปแจ้งความที่ สน.ดอนเมือง และดำเนินการขอยึดอายัดบัญชีของมิจฉาชีพตามขั้นตอนกฎหมาย
นอกจากนี้ เธอยังใช้เงินเก็บส่วนตัวของตนเอง รีดเงินก้นถุง เพื่อไถ่ทองของคุณแม่กลับมา ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในช่วงเวลานี้
แม้จะสูญเสียเงินจำนวนมาก แต่ หมิว สิริลภัส ก็ยังเข้มแข็งและประกาศว่า จะไม่ยอมแพ้ พร้อมทั้งจะทำงานพิธีกร งานรีวิว หรือไลฟ์ขายของ เพื่อหารายได้มาทดแทนเงินที่สูญเสียไป
เธอยังได้ฝากเบอร์โทรศัพท์สำหรับติด่องานโดยตรงไว้ด้วย พร้อมระบุว่า “หนูยังหายใจ หนูก็ยังสู้ค่ะ”
ข้อคิดจากอดีตสส. หมิว สิริลภัส ถังแตก! รีดเงินก้นถุงไถ่ทองคืนแม่ หลังโดนแก๊งคอลเซ็นเตอร์กวาด 1.2 ล้าน
“หมิว สิริลภัส” ได้เผยความรู้สึกว่า ตลอดชีวิตการทำงานตั้งแต่อายุ 17-18 ปี เธอสามารถบริหารจัดการเงินได้อย่างดี ไม่เคยมีปัญหาเรื่องการเงิน แต่ครั้งนี้เป็นเหตุการณ์ไม่คาดคิดที่เกิดขึ้นกับครอบครัว
แม้จะเสียเงินจำนวนมาก แต่สิ่งสำคัญคือ “คุณแม่ยังปลอดภัย” และเธอก็ยังมีแรงกายแรงใจที่จะทำงานและดูแลครอบครัว
สุดท้ายนี้ อดีตสส. หมิว สิริลภัส ได้ฝากเตือนถึงผู้สูงอายุและครอบครัวทุก ๆ บ้าน ให้ระมัดระวังภัยจากมิจฉาชีพ โดยเฉพาะ “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” ที่มักจะแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ หรือบุคคลต่าง ๆ เพื่อหลอกให้โอนเงิน
การให้ความรู้และดูแลผู้สูงอายุในบ้าน คือสิ่งที่ทุกคนควรทำ เพราะยิ่งอายุมากขึ้น ยิ่งอาจหลงเชื่อคำพูดของมิจฉาชีพได้ง่าย
และถ้าหากคุณหรือคนในครอบครัวเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ อย่าเก็บไว้คนเดียว จงออกมาเตือนภัยและแบ่งปันประสบการณ์ เพื่อให้คนอื่น ๆ ได้ระวังตัว และไม่ต้องตกเป็นเหยื่อซ้ำอีก
ที่มา – อดีตสส.”หมิว สิริลภัส” ประกาศถังแตก! รีดเงินก้นถุงไถ่ทองคืนแม่ หลังโดนแก๊งคอลฯกวาด 1.2 ล้าน