อนุทินเตรียมเข้าเฝ้าฯ กษัตริย์และราชินีภูฏาน
การเยือนราชอาณาจักรภูฏานอย่างเป็นทางการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางเข้าสู่ช่วงสำคัญในวันสุดท้าย โดยมีกำหนดการเข้าร่วมกิจกรรมในเมืองเกเลฟู และเข้าเฝ้าทูลละอองพระบาทสมเด็จพระราชาธิบดีและสมเด็จพระราชินีแห่งภูฏาน เพื่อกราบบังคมทูลผลการเยือนและหารือถึงความก้าวหน้าของความร่วมมือระหว่างไทยกับภูฏาน
ข่าว อนุทินเตรียมเข้าเฝ้าฯ กษัตริย์และราชินีภูฏาน ได้รับความสนใจจากประชาชน เพราะสะท้อนถึงความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างสองประเทศ ทั้งในด้านการทูต เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว วัฒนธรรม และการพัฒนาที่ยั่งยืน การเดินทางครั้งนี้จึงไม่ได้มีเพียงภารกิจตามกำหนดการเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการแลกเปลี่ยนมุมมองและต่อยอดความร่วมมือในอนาคต
อนุทินเตรียมเข้าเฝ้าฯ กษัตริย์และราชินีภูฏาน
เมื่อเวลา 07.10 น. วันที่ 1 พฤศจิกายน ตามเวลาท้องถิ่นของภูฏาน ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน พร้อมด้วยภริยาและคณะกลุ่มเล็ก ได้ออกเดินทางจากท่าอากาศยานนานาชาติพาโรไปยังเมืองเกเลฟู หรือ Gelephu Mindfulness City ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของภูฏาน
เมืองเกเลฟูถือเป็นเมืองต้นแบบและเขตบริหารพิเศษที่มีแนวคิดการพัฒนาแตกต่างจากเมืองทั่วไป โดยมุ่งสร้างศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่สามารถอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างสมดุล แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับพระราชวิสัยทัศน์ของสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งภูฏาน ที่ทรงให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิต ความสงบทางจิตใจ และการเติบโตที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม
กำหนดการสำคัญก่อนอนุทินเตรียมเข้าเฝ้าฯ กษัตริย์และราชินีภูฏาน
ภารกิจสำคัญของนายกรัฐมนตรีในเมืองเกเลฟู คือการเข้าร่วมโครงการ 108 หรือ Project 108 ซึ่งเป็นโครงการก่อสร้างเจดีย์แห่งการตรัสรู้ หรือ Jangchub Chorten จำนวน 108 องค์ บริเวณริมแม่น้ำ Mau Chhu โครงการนี้มีความหมายทั้งในมิติทางศาสนา วัฒนธรรม และการพัฒนาเมือง เนื่องจากเป็นการเชื่อมโยงพื้นที่ธรรมชาติเข้ากับวิถีชีวิตและความเชื่อของชาวภูฏาน
การเข้าร่วมโครงการดังกล่าวยังสะท้อนความเคารพต่ออัตลักษณ์ของภูฏาน ซึ่งเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับพระพุทธศาสนา ธรรมชาติ และความสมดุลของการดำเนินชีวิตเป็นอย่างมาก สำหรับประเทศไทย ความร่วมมือด้านวัฒนธรรมและศาสนาถือเป็นอีกหนึ่งรากฐานที่ช่วยสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ
- สถานที่สำคัญ: เมืองเกเลฟู หรือ Gelephu Mindfulness City ทางตอนใต้ของภูฏาน
- กิจกรรมหลัก: เข้าร่วมโครงการ 108 หรือ Project 108
- รายละเอียดโครงการ: ก่อสร้างเจดีย์แห่งการตรัสรู้จำนวน 108 องค์ริมแม่น้ำ Mau Chhu
- ภารกิจด้านการทูต: เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระราชาธิบดีและสมเด็จพระราชินีแห่งภูฏาน
หลังเสร็จสิ้นภารกิจในเมืองเกเลฟู นายอนุทิน พร้อมด้วยภริยาและคณะกลุ่มเล็ก มีกำหนดเข้าเฝ้าทูลละอองพระบาทสมเด็จพระราชาธิบดีและสมเด็จพระราชินีแห่งภูฏาน การเข้าเฝ้าฯ ครั้งนี้จะเป็นโอกาสให้นายกรัฐมนตรีกราบบังคมทูลผลการเยือนภูฏานอย่างเป็นทางการ รวมถึงรายงานความคืบหน้าของความร่วมมือระหว่างไทยกับภูฏานในหลากหลายด้าน
ประเด็นที่ทั้งสองฝ่ายอาจให้ความสำคัญ ได้แก่ การส่งเสริมความสัมพันธ์ระดับประชาชน การพัฒนาเศรษฐกิจ การลงทุน การท่องเที่ยว การศึกษา การเกษตร และการดูแลสิ่งแวดล้อม ความร่วมมือเหล่านี้มีโอกาสขยายตัวได้อีกมาก เนื่องจากไทยและภูฏานต่างมีจุดแข็งที่สามารถสนับสนุนซึ่งกันและกันได้
ในมุมของการท่องเที่ยว ภูฏานมีชื่อเสียงด้านภูมิประเทศที่สวยงาม วัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ และแนวคิดการท่องเที่ยวที่เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ ขณะที่ประเทศไทยมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน การบริการ และประสบการณ์ในการต้อนรับนักท่องเที่ยว การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างกันจึงอาจช่วยให้ทั้งสองประเทศพัฒนาแนวทางการท่องเที่ยวที่สร้างรายได้ควบคู่ไปกับการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ
นอกจากนี้ แนวคิดของเมืองเกเลฟูยังเป็นประเด็นที่น่าจับตา เพราะเป็นตัวอย่างของการวางแผนเมืองที่พยายามผสานเศรษฐกิจ เทคโนโลยี สุขภาวะ และธรรมชาติเข้าด้วยกัน เมืองรูปแบบนี้อาจกลายเป็นพื้นที่ต้นแบบสำหรับการพัฒนาที่คำนึงถึงประชาชนและสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน การเดินทางไปเยือนของนายกรัฐมนตรีจึงช่วยเปิดพื้นที่สำหรับการเรียนรู้และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างรัฐบาลทั้งสองประเทศ
สำหรับความสัมพันธ์ไทย-ภูฏาน ทั้งสองประเทศมีความใกล้ชิดทางวัฒนธรรมและศาสนา รวมถึงมีความสัมพันธ์ทางการทูตที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง การเยือนระดับผู้นำช่วยตอกย้ำความตั้งใจของรัฐบาลไทยในการรักษาความสัมพันธ์อันดี และสนับสนุนการทำงานร่วมกันในประเด็นที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน
การเข้าเฝ้าฯ ในครั้งนี้จึงมีความหมายมากกว่าการพบปะตามพิธีการ เพราะเป็นช่วงเวลาที่ผู้นำไทยจะได้สื่อสารถึงทิศทางความร่วมมือ พร้อมรับฟังแนวทางการพัฒนาของภูฏานโดยตรง ข่าว อนุทินเตรียมเข้าเฝ้าฯ กษัตริย์และราชินีภูฏาน จึงเป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนของการทูตที่ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระยะยาวและการสร้างประโยชน์ร่วมกัน
ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจ นายกรัฐมนตรีและคณะมีกำหนดเดินทางกลับประเทศไทย โดยคาดว่าจะถึงประเทศไทยในช่วงค่ำของวันเดียวกัน ประชาชนสามารถติดตามความคืบหน้าของผลการเยือน รวมถึงรายละเอียดความร่วมมือใหม่ ๆ ที่อาจเกิดขึ้นหลังการหารือระหว่างผู้นำทั้งสองประเทศ
โดยสรุป การเดินทางครั้งนี้ถือเป็นภารกิจที่ผสมผสานทั้งการทูต วัฒนธรรม ศาสนา และการพัฒนาอย่างยั่งยืน หากความร่วมมือที่หารือกันสามารถนำไปสู่โครงการที่เป็นรูปธรรมได้ ก็จะช่วยสร้างประโยชน์ให้กับไทยและภูฏานในระยะยาว ติดตามข่าวสารด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองว่าไทยควรต่อยอดความร่วมมือกับภูฏานในด้านใดมากที่สุด
ที่มา – ‘อนุทิน’เตรียมเข้าเฝ้าฯ ‘สมเด็จพระราชาธิบดี-สมเด็จพระราชินีแห่งภูฏาน’