อนุทินเยือนภูฏาน ต่อยอดความร่วมมือ 3 ด้าน
อนุทินเยือนภูฏาน ต่อยอดความร่วมมือ 3 ด้าน
การเยือนภูฏานอย่างเป็นทางการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2569 ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับภูฏาน โดยการเยือนครั้งนี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และสะท้อนถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นที่ทั้งสองประเทศมีต่อกันมาอย่างยาวนาน
ประเด็นที่น่าสนใจจากการเยือนครั้งนี้คือ ทั้งสองฝ่ายได้ลงนามความร่วมมือรวม 3 ฉบับ ครอบคลุมด้านสาธารณสุข พลังงานสะอาด และการเงินเพื่อการเกษตร ซึ่งล้วนเป็นสาขาที่มีศักยภาพในการต่อยอดความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และสามารถสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนของทั้งสองประเทศได้ในระยะยาว
อนุทินเยือนภูฏาน กับโอกาสด้านพลังงานสะอาด
ภูฏานเป็นประเทศที่มีประชากรราว 800,000 คน แต่มีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และมีศักยภาพด้านพลังงานสะอาดอย่างมาก โดยเฉพาะพลังงานไฟฟ้าพลังน้ำและพลังงานแสงอาทิตย์ จุดแข็งเหล่านี้เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนไทยเข้าไปลงทุน ร่วมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีพลังงาน
ความร่วมมือด้านพลังงานไม่เพียงช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ แต่ยังสอดคล้องกับแนวโน้มของโลกที่ให้ความสำคัญกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน หากมีการวางแผนร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ไทยอาจมีบทบาทในการสนับสนุนระบบพลังงานของภูฏาน พร้อมสร้างช่องทางใหม่ให้ผู้ประกอบการไทยขยายตลาดในเอเชียใต้
เกษตรและสาธารณสุข ความร่วมมือที่ใกล้ตัวประชาชน
ภาคการเกษตรเป็นหนึ่งในเศรษฐกิจสำคัญของภูฏาน ไทยจึงพร้อมสนับสนุนการพัฒนาการเกษตรและการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แก่เกษตรกร โดยเฉพาะความร่วมมือกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุน พัฒนาทักษะ และยกระดับประสิทธิภาพการผลิต
ความร่วมมือดังกล่าวยังช่วยเปิดทางให้สินค้าและบริการของไทยเข้าสู่ตลาดภูฏานได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีการเกษตร อุปกรณ์การผลิต อาหารแปรรูป หรือบริการด้านการเงิน นอกจากนี้ ผู้ประกอบการไทยยังมีโอกาสเชื่อมโยงไปยังตลาดประเทศอื่นในภูมิภาคเอเชียใต้ ซึ่งเป็นตลาดที่มีความหลากหลายและมีแนวโน้มเติบโต
สำหรับด้านสาธารณสุข การลงนามความร่วมมือจะช่วยยกระดับการแลกเปลี่ยนความรู้ บุคลากร และเทคโนโลยีทางการแพทย์ระหว่างสองประเทศ อีกทั้งยังส่งเสริมการส่งต่อผู้ป่วยจากภูฏานเข้ารับการรักษาในประเทศไทย ซึ่งมีโรงพยาบาลและบริการทางการแพทย์ที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ความร่วมมือนี้จึงมีความหมายต่อการพัฒนาระบบสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
เกเลฟู เมืองแห่งอนาคตและประตูสู่โอกาสใหม่
อีกประเด็นสำคัญจากภารกิจอนุทินเยือนภูฏาน คือการให้ความสนใจกับเมืองเกเลฟู ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาเมืองแห่งอนาคตของภูฏาน โดยมีเป้าหมายให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ควบคู่กับการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงศาสนาและวัฒนธรรม
เมืองเกเลฟูมีศักยภาพที่จะกลายเป็นศูนย์กลางการลงทุนและการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจแห่งใหม่ โครงการนี้จึงเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนไทยในหลายสาขา เช่น อสังหาริมทรัพย์ โครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน การท่องเที่ยว โลจิสติกส์ และบริการดิจิทัล หากภาคเอกชนไทยเข้าไปศึกษาข้อมูลและเตรียมความพร้อมตั้งแต่ระยะแรก ก็อาจช่วยเปิดตลาดใหม่และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน
- ส่งเสริมการลงทุนด้านพลังงานสะอาดและโครงสร้างพื้นฐาน
- สนับสนุนการพัฒนาเกษตรกรและการเข้าถึงเงินทุน
- ยกระดับความร่วมมือทางการแพทย์และการส่งต่อผู้ป่วย
- เพิ่มโอกาสให้สินค้าและบริการไทยเข้าสู่ตลาดภูฏาน
- เชื่อมโยงภาคธุรกิจไทยกับโครงการเมืองแห่งอนาคตเกเลฟู
มุมมองที่น่าสนใจ การเยือนครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการสร้างความสัมพันธ์ทางการทูต แต่ยังเป็นการวางรากฐานความร่วมมือที่สามารถต่อยอดได้จริง ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี และคุณภาพชีวิต การทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องระหว่างหน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน และประชาชน จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ข้อตกลงทั้ง 3 ด้านเกิดผลเป็นรูปธรรม
โดยสรุป อนุทินเยือนภูฏาน ครั้งนี้ช่วยย้ำให้เห็นว่าไทยและภูฏานมีโอกาสร่วมกันอีกมาก ตั้งแต่พลังงานสะอาด เกษตรสมัยใหม่ ไปจนถึงการแพทย์และการลงทุนในเมืองเกเลฟู หากทุกฝ่ายเดินหน้าตามแผนอย่างจริงจัง ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยสร้างตลาดใหม่ เพิ่มโอกาสทางธุรกิจ และยกระดับชีวิตของประชาชนทั้งสองประเทศได้อย่างยั่งยืน
สำหรับผู้ประกอบการไทย นี่เป็นช่วงเวลาที่ควรติดตามข้อมูล ศึกษาตลาด และมองภูฏานในฐานะพันธมิตรทางเศรษฐกิจที่มีศักยภาพ ไม่ใช่เพียงตลาดขนาดเล็ก แต่เป็นประตูสู่โอกาสใหม่ในภูมิภาคเอเชียใต้
ที่มา – ‘อนุทิน’ปลื้มผลสำเร็จเยือนภูฏาน ต่อยอดความร่วมมือ ‘สาธารณสุข-พลังงาน-เกษตร’