‘อนุทิน’ ชนแก้วกาแฟ ‘ธรรมนัส’ เปรยหวังว่าจะไม่เหมือน ‘ช็อกมิ้นต์’

เมื่อวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา เหตุการณ์ที่ดึงดูดความสนใจของสาธารณชนคือการพบปะแบบเป็นกันเองระหว่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในฐานะว่าที่นายกรัฐมนตรี กับร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.จังหวัดพะเยา และประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย จังหวัดกรุงเทพฯ

การพบกันในครั้งนี้เป็นการหารือในเชิงส่วนตัวเกี่ยวกับมุมมองและแนวทางในการบริหารประเทศในอนาคต บรรยากาศในห้องประชุมเต็มไปด้วยความจริงใจ ผ่อนคลาย และสร้างสรรค์

‘อนุทิน’ ชนแก้วกาแฟ ‘ธรรมนัส’ เปรยหวังว่าจะไม่เหมือน ‘ช็อกมิ้นต์’

หลังจากเสร็จสิ้นการประชุมภายในเวลา 16.50 น. นายอนุทินและร.อ.ธรรมนัส พร้อมด้วยนางธนพร ศรีวิราช ภรรยาของร.อ.ธรรมนัส ได้เดินทางมายังร้านกาแฟจาริสต้าร์ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ที่ทำการพรรค

บรรยากาศในร้านเปี่ยมไปด้วยความอบอุ่น เหมาะสมกับการคุยกันอย่างเป็นกันเอง ร.อ.ธรรมนัสได้สั่งเครื่องดื่มกาแฟอเมริกาโน่ร้อนแบบไม่หวาน ซึ่งสะท้อนถึงรสนิยมของผู้ชื่นชอบความเข้มข้นของกาแฟน้ำหอม

ขณะที่อยู่ในบรรยากาศที่ผ่อนคลาย ร.อ.ธรรมนัสได้ขอทำพิธี “ชนแก้วกาแฟ” กับนายอนุทินอย่างสนุกสนาน นายอนุทินได้กล่าวอย่างขำขันว่า “หวังว่าจะไม่เหมือนช็อกมิ้นต์” ซึ่งเป็นการอ้างอิงถึงเรื่องราวในอดีตที่เคยเกิดความไม่ชัดเจนในการตัดสินใจที่คาดเดาบ่อยครั้ง

โชคดีหรือโชคร้าย ‘อนุทิน’ ชนแก้วกาแฟ ‘ธรรมนัส’ เปรยหวังว่าจะไม่เหมือน ‘ช็อกมิ้นต์’

หลังจากนั้น นายอนุทินยังชวนร.อ.ธรรมนัสลองชิมเค้กส้มซึ่งมีรสชาติกลมกล่อม ผู้สื่อข่าวที่อยู่ในเหตุการณ์นั้นจึงหยิบโอกาสถามว่า รสชาติของเค้กอร่อยแบบเดียวกับช็อกมิ้นต์ที่ชวนให้ต้องประหลาดใจหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสตอบอย่างเป็นมิตรว่า “จำไม่ได้” สร้างเสียงหัวเราะให้กับทุกคนในที่นั่ง

และเวลา 17.30 น. ที่ร้านกาแฟยังได้มีแขกรับเชิญคนสำคัญอีกคนหนึ่ง มานั่งร่วมวงคือ นายนสชาติ ชมกลิ่น รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่เข้าร่วมเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเสริมบรรยากาศในการชิมเครื่องดื่มอย่างอบอุ่น

จากการพบปะในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ดีและมีน้ำใจของนักการเมืองต่อสาธารณะ มุมมองเกี่ยวกับเสถียรภาพของรัฐบาล และการกำเนิดของนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม สังเกตได้จากมุมมองของผู้มีส่วนร่วมที่แสดงความชัดเจน น่าเชื่อถือ

การดื่มกาแฟและการแชร์ความคิดเห็นนั้น เป็นการเชื่อมโยงสัญลักษณ์ถึงความสมานสามัคคีและประสานความร่วมมือในเชิงนโยบายผ่านการพูดคุยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล สร้างอารมณ์สะเทือนใจให้ประชาชนเห็นภาพชัดเจนว่าการบริหารประเทศในแง่นโยบายสังคมต้องเกิดขึ้นมาจากการสื่อสารอย่างจริงใจ

หากว่าอภิปรายในครั้งนี้เป็น ‘กาแฟเย็น’ สำหรับกระบวนทัศน์ดำเนินชาติในรูปแบบอนาคต ต้องยอมรับว่าเราได้เห็นผลร่างของความหวัง ท่ามกลางสิ่งที่อาจเปรียบเสมือน ‘ช็อกมิ้นต์’ ที่เคยผ่านมา

หากคุณอยากรู้ว่า ‘อนุทิน’ และ ‘ธรรมนัส’ จะร่วมงานกันได้อย่างไรภายใต้จานกาแฟร้อน ๆ เหมือนช่วงนี้ ลองติดตามข่าวต่อไป แล้วคุณอาจพบว่า รสชาติรองท้องนั้นอาจอร่อยกว่าที่คิด

ที่มา – ‘อนุทิน’ ชนแก้วกาแฟ ‘ธรรมนัส’ เปรยหวังว่าจะไม่เหมือน ‘ช็อกมิ้นต์’

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *