อพยพพร้อมสัตว์เลี้ยง อย่าตีความว่าให้ทิ้งสัตว์
ประเด็นการ อพยพพร้อมสัตว์เลี้ยง อย่าตีความว่าให้ทิ้งสัตว์ กลายเป็นเรื่องที่หลายครอบครัวให้ความสนใจ หลังมีการตั้งคำถามเกี่ยวกับแนวทางช่วยเหลือประชาชนที่ต้องอพยพจากสถานการณ์น้ำท่วม โดยเฉพาะบ้านที่มีสุนัข แมว หรือสัตว์เลี้ยงประเภทอื่นอาศัยอยู่ร่วมกัน
รองโฆษกรัฐบาลชี้แจงว่า เจตนาของนายกรัฐมนตรีไม่ใช่การบอกให้ประชาชนทิ้งสัตว์เลี้ยงไว้ที่บ้าน แต่ต้องการเตือนให้ทุกคนเตรียมตัวและตัดสินใจอพยพตั้งแต่เนิ่น ๆ ก่อนที่ระดับน้ำจะสูงจนการเคลื่อนย้ายทั้งคนและสัตว์ทำได้ยาก หรือมีความเสี่ยงต่อชีวิตและความปลอดภัยมากขึ้น
อพยพพร้อมสัตว์เลี้ยง อย่าตีความว่าให้ทิ้งสัตว์
สำหรับหลายครอบครัว สัตว์เลี้ยงถือเป็นสมาชิกคนสำคัญของบ้าน การอพยพจึงไม่ควรทำให้เจ้าของต้องเลือกระหว่างความปลอดภัยของตนเองกับการดูแลสัตว์ที่รัก รัฐบาลยืนยันว่าเข้าใจความผูกพันดังกล่าว และพร้อมรับข้อเสนอที่ช่วยให้การอพยพเป็นไปอย่างเหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่
อพยพพร้อมสัตว์เลี้ยง อย่าตีความว่าให้ทิ้งสัตว์ เพราะความปลอดภัยต้องมาก่อน
สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ เจ้าของบางรายอาจลังเลที่จะออกจากพื้นที่เสี่ยงเพราะไม่รู้ว่าจะนำสัตว์เลี้ยงไปไว้ที่ใด หากรอจนกระแสน้ำเพิ่มสูง ถนนถูกตัดขาด หรือเรือกู้ภัยเข้าถึงบ้านได้ยาก การช่วยเหลือทั้งคนและสัตว์จะซับซ้อนกว่าเดิม โดยเฉพาะครอบครัวที่มีเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย หรือผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ
ดังนั้น การเตรียมแผนอพยพจึงเป็นเรื่องสำคัญ เจ้าของควรเตรียมสายจูง กรงหรือกระเป๋าสำหรับสัตว์ อาหาร น้ำดื่ม ยาประจำตัว ผ้าห่ม และเอกสารที่เกี่ยวข้องไว้ให้พร้อม หากสัตว์มีโรคประจำตัว ควรเตรียมยาหรือข้อมูลการรักษาเพื่อให้เจ้าหน้าที่และสัตวแพทย์สามารถช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว
แนวทางเตรียมตัวก่อนพาสัตว์เลี้ยงออกจากพื้นที่เสี่ยง
- ติดตามประกาศเตือนภัยและคำสั่งอพยพจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด
- แจ้งเจ้าหน้าที่ตั้งแต่ต้นว่าครอบครัวมีสัตว์เลี้ยงกี่ตัว เป็นสัตว์ชนิดใด และต้องการความช่วยเหลือแบบไหน
- เตรียมอุปกรณ์จำเป็น เช่น กรง สายจูง อาหาร น้ำ ยา และถุงเก็บของเสีย
- ถ่ายรูปสัตว์เลี้ยงและติดป้ายชื่อหรือเบอร์ติดต่อไว้กับปลอกคอ เพื่อป้องกันการพลัดหลง
- ตรวจสอบศูนย์พักพิงหรือจุดรับสัตว์ที่สามารถรองรับสัตว์เลี้ยงได้ล่วงหน้า
- หลีกเลี่ยงการปล่อยสัตว์ไว้ตามลำพังในบ้าน หากมีความเสี่ยงว่าน้ำจะเพิ่มระดับขึ้นอย่างรวดเร็ว
รัฐบาลยังระบุว่า ข้อเสนอให้จัดพื้นที่รองรับสัตว์เลี้ยงแยกจากพื้นที่นอนและพื้นที่ประกอบอาหารของประชาชน เป็นแนวทางที่สามารถนำไปพิจารณาตามความพร้อมของแต่ละพื้นที่ การจัดพื้นที่อย่างเหมาะสมจะช่วยลดปัญหาด้านสุขอนามัย ลดความกังวลของผู้พักพิง และทำให้เจ้าของสามารถดูแลสัตว์ได้โดยไม่กระทบต่อผู้อื่น
อย่างไรก็ตาม ควรแยกให้ชัดเจนระหว่างข้อจำกัดของศูนย์พักพิงกับการห้ามนำสัตว์เลี้ยงออกจากบ้าน ทั้งสองเรื่องไม่ใช่สิ่งเดียวกัน หากพื้นที่ใดมีข้อจำกัด เจ้าของควรสอบถามเจ้าหน้าที่เพื่อหาแนวทางที่ปลอดภัย เช่น จุดพักสัตว์ชั่วคราว การประสานอาสาสมัคร หรือการส่งต่อไปยังหน่วยงานที่มีความพร้อม
หัวใจสำคัญของเรื่องนี้คือไม่ควรรอจนเกิดเหตุฉุกเฉินแล้วจึงเริ่มวางแผน การอพยพเร็วช่วยลดความเสี่ยงและเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่จัดการช่วยเหลือได้เป็นระบบมากขึ้น สำหรับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ สามารถประสานผ่านสายด่วนนิรภัย 1784 พร้อมแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับจำนวนคน จำนวนสัตว์ และสภาพพื้นที่ให้ชัดเจน
ข้อคิดสำคัญ: การอพยพอย่างปลอดภัยควรเดินหน้าพร้อมกันทั้งคนและสัตว์เลี้ยง อย่าปล่อยให้ความไม่แน่นอนทำให้ตัดสินใจช้า เพราะการเตรียมตัวตั้งแต่วันนี้อาจช่วยรักษาชีวิตของสมาชิกทุกคนในครอบครัวได้
ที่มา – รองโฆษกรัฐบาล แจง ปมอพยพพร้อมสัตว์เลี้ยง ย้ำอย่าตีความคำเตือนนายกฯเป็นให้ทิ้งสัตว์ไว้ข้างหลัง