อมรัตน์ ชี้เพื่อไทยอันธพาลชน ส่งศาลรัฐธรรมนูญ

วันที่ 7 กันยายน นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ จากพรรคก้าวไกล ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นผ่านโซเชียลมีเดีย หลังจากที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทย ยื่นหนังสือถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อส่งเรื่องนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากมีการลงนามในข้อตกลงความร่วมมือ MOA ที่อาจเข้าข่ายการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ ผลกระทบต่อความโปร่งใสและความเป็นประชาธิปไตยของประเทศ

นางอมรัตน์ กล่าวว่า “ออกทะเลไปไกล แบบนี้เรียกอันธพาลชน ยิ่งทำให้พรรคตกต่ำลงอีกหรือไม่ เพราะ #เพื่อไทย ก็ตอบรับข้อเสนอทุกข้อของ #พรรคประชาชน ไม่ต่างกับ #ภูมิใจไทย” พร้อมระบุอย่างชัดเจนว่า การก้าวไปสู่ความร่วมมือแบบไม่มีขอบเขตชัดเจน แม้จะมีเป้าหมายเพื่อรวมพลังในการต่อต้านรัฐบาล แต่ก็อาจกลายเป็นช่องโหว่ที่ทำลายศีลธรรมทางการเมืองได้

อมรัตน์ ชี้เพื่อไทยอันธพาลชน ส่งศาลรัฐธรรมนูญ

มุมมองของนางอมรัตน์สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลที่ว่า การทำงานร่วมกันระหว่างพรรคการเมือง โดยเฉพาะเพื่อไทยกับพรรคประชาชน อาจมีจุดประสงค์แอบแฝงในเชิงอำนาจ มากกว่าประโยชน์ของประเทศและประชาชน โดยหลักการแล้ว การตกลงความร่วมมือในระดับพรรคมีความเสี่ยงสูง หากรวมถึงการแบ่งพื้นที่อำนาจ หรือแลกตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งอาจเข้าข่ายล้มล้างหลักประชาธิปไตย

การทำงานฝ่ายค้านควรชัดเจนและโปร่งใส

นางอมรัตน์ เสนอแนวคิดว่า พรรคการเมืองควรใช้เวลา 4 เดือนในการเริ่มต้นใหม่ เน้นบทบาทหน้าที่ในฐานะฝ่ายค้านอย่างมีประสิทธิภาพ วางแผนหาเสียงอย่างเป็นระบบ รวมถึงเสนอแนวทางนโยบายที่เป็นรูปธรรม จากนั้นเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม จึงค่อยขอโอกาสจากประชาชนอีกครั้ง โดยไม่ต้องเสี่ยงกับการร่วมมือแบบที่อาจเกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์

  • เพื่อไทย ต้องพิจารณาความเสี่ยงในการร่วมมือ
  • พรรคประชาชน และภูมิใจไทย ต้องเปิดเผยรายละเอียด MOA
  • ศาลรัฐธรรมนูญควรเร่งพิจารณาเป็นกรณี

มองโดยรวมแล้วข้อกล่าวหาที่ว่านายอนุทินและนายณัฐพงษ์ลงนาม MOA เข้าข่ายแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ เป็นประเด็นสำคัญที่ควรได้รับการตัดสินอย่างโปร่งใส หากพิสูจน์ได้มีการละเมิดบทบัญญัติ ก็ควรลงโทษตามกฎหมายอย่างไม่ล่าช้า ถ้าหากถูกตัดสิทธิ์จากตำแหน่ง ส.ส. จริง ก็อาจส่งผลต่อแผนการทางการเมืองของทั้งสองพรรคอย่างหนัก

สุดท้าย เป็นบทเรียนให้พรรคการเมืองทุกพรรคตระหนักว่าความร่วมมือใด ๆ ต้องยึดหลักความโปร่งใส มีจริยธรรม และเคารพต่อประชาธิปไตย มากกว่าผลประโยชน์ในระยะสั้น หากไม่เช่นนั้น ความ “อันธพาลชน” อาจทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อสภาว่าแทน และระบบประชาธิปไตยในระยะยาว

อ่านข่าวต้นทางเพิ่มเติม: ‘อมรัตน์’ อัด‘เพื่อไทย‘อันธพาลชน’ ยื่นประธานสภา ส่งศาลรัฐธรรมนูญฟัน ‘อนุทิน-ณัฐพงษ์’

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *