อย่าปล่อยให้ กกต. ทำประชาชนไม่มั่นใจ 5 แผนบก.ลายจุด
ในยุคที่การเลือกตั้งเป็นหัวใจของประชาธิปไตย การโกงเลือกตั้งถือเป็นภัยร้ายที่ทำลายความเชื่อมั่นของประชาชน วันนี้เราจะมาพูดถึงประเด็นร้อน "อย่าปล่อยให้ กกต. ทำประชาชนไม่มั่นใจ" ซึ่งเป็นคำเตือนจากนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด นักกิจกรรมชื่อดัง ที่โพสต์ข้อความเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 โดยเปิดเผย 5 แผนสกัดโกงการเลือกตั้งอย่างเป็นระบบ เพื่อให้การเลือกตั้งครั้งหน้าปลอดภัยและโปร่งใสมากขึ้น
บก.ลายจุดย้ำว่าปัญหาการโกงไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เราต้องคิดจริงจังเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ ด้วยการมีภาคประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมคู่กับ กกต. (คณะกรรมการการเลือกตั้ง) เพื่อไม่ให้เกิดความไม่มั่นใจอีก หากปล่อยไว้ ประชาชนจะหมดศรัทธาในระบบได้
อย่าปล่อยให้ กกต. ทำประชาชนไม่มั่นใจ
คำขวัญนี้มาจากบก.ลายจุดที่เรียกร้องให้ทุกคนตื่นตัว อย่าปล่อยให้ กกต. ทำงานคนเดียวโดยขาดการตรวจสอบ เพราะหากมีคนในองค์กรร่วมโกง โทษต้องหนักเพื่อเป็นตัวอย่าง มาดูกันว่า 5 แผนที่เสนอมีอะไรบ้าง ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้ได้จริงในอนาคต
อย่าปล่อยให้ กกต. ทำประชาชนไม่มั่นใจ เริ่มจากแผนที่ 1
ประการแรก: สร้างทีมศึกษากลไกการจัดการเลือกตั้งทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนการพิมพ์บัตรเลือกตั้ง การขนส่งบัตรไปหน่วย การลงคะแนน การนับคะแนน หรือแม้แต่การประกาศผล ต้องวิเคราะห์จุดอ่อนแต่ละจุดแล้วคิดมาตรการป้องกัน เช่น ติด GPS ติดตามรถขนส่งบัตร หรือตรวจสอบโรงพิมพ์บัตรล่วงหน้า การทำแบบนี้จะช่วยปิดช่องโหว่ตั้งแต่ต้นทาง ทำให้การโกงยากขึ้น
แผนที่ 2: ใช้เทคโนโลยีเต็มรูปแบบ
ประการที่สอง: นำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ให้สุด เช่น ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทุกหน่วยเลือกตั้ง ใช้ QR Code บนบัตรหรือถังบัตรเพื่อติดตามเส้นทาง แอปพลิเคชันบนมือถือสำหรับบันทึกภาพวิดีโอแบบเรียลไทม์ หรืออุปกรณ์อย่าง AirTag ติดตามการเคลื่อนย้าย นอกจากนี้ ยังเสนอเครื่องอ่านคะแนนอัตโนมัติที่ชูบัตรแล้วประกาศเสียงเบอร์ผู้สมัครทันที หากกังวลเรื่องความแม่นยำ สามารถใช้แอปสแกนคู่กับมนุษย์เพื่อยืนยัน เทคโนโลยีเหล่านี้ราคาไม่แพงและช่วยเพิ่มความโปร่งใสได้มหาศาล
แผนที่ 3: นับคะแนนสองรอบเพื่อความมั่นใจ
ประการที่สาม: เปลี่ยนจากการนับคะแนนรอบเดียว เป็นนับสองรอบ โดยสลับกรรมการนับในแต่ละรอบ เพื่อป้องกันการรวมหัวโกง และต้องอัดคลิปวิดีโอทุกขั้นตอน การนับซ้ำจะยืนยันผลได้ชัดเจน หากผลต่างกันต้องตรวจสอบใหม่ วิธีนี้เคยใช้ในหลายประเทศและพิสูจน์แล้วว่าลดข้อพิพาทได้ดี
แผนที่ 4: จัดการบัตรเสียอย่างโปร่งใส
ประการที่สี่: สำหรับบัตรเสีย กรรมการประจำหน่วยต้องแจ้งเหตุผลชัดเจน เช่น เขียนลงในสมุดบันทึกหรือประกาศให้ผู้สังเกตการณ์ทราบ เพื่อให้โต้แย้งได้ทันที ป้องกันการตีความเกินเลยหรือซ่อนการโกงบัตรเหล่านี้
แผนที่ 5: อาสาสมัครเฝ้าทุกเขตเลือกตั้ง
ประการที่ห้า: จัดตั้งอาสาสมัครให้ครบทุกหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศ โดยกระจายกำลังคนไม่ให้กระจุกตัว ต้องมีคนเฝ้าทุกเขต ทุกหน่วย สามารถใช้โซเชียลมีเดียระดมอาสา แบ่งโซนตามจังหวัด เพื่อให้การตรวจสอบทั่วถึง ภาคประชาชนต้องทำงานคู่กับ กกต. เพื่อสร้างความเชื่อมั่น
- ศึกษากลไกทั้งหมดและป้องกันจุดอ่อน
- ใช้เทคโนโลยี CCTV, QR Code, AirTag, แอปมือถือ
- นับคะแนน 2 รอบ สลับกรรมการ อัดคลิป
- บัตรเสียต้องแจ้งเหตุผลให้โต้แย้งได้
- อาสาสมัครครบทุกเขต กระจายทั่วถึง
แผนเหล่านี้ไม่ใช่แค่ไอเดีย แต่เป็นแนวทางปฏิบัติได้จริง หากนำไปใช้จะช่วยฟื้นความเชื่อมั่นใน กกต. และระบบเลือกตั้งไทยได้ อย่าปล่อยให้ กกต. ทำประชาชนไม่มั่นใจ อีกต่อไป สิ่งสำคัญคือเราทุกคนต้องมีส่วนร่วม
ในฐานะประชาชน ขอเชิญชวนทุกท่านสมัครเป็นอาสาสมัครเฝ้าระวังเลือกตั้งครั้งหน้า แชร์บทความนี้เพื่อกระจายข้อมูล และติดตามข่าวสารเพื่อไม่ให้การโกงเกิดขึ้น ด้วยกันเราสร้างการเลือกตั้งโปร่งใสได้!
ที่มา – “อย่าปล่อยให้ กกต. ทำประชาชนไม่มั่นใจ” บก.ลายจุด เปิด 5 แผนสกัดโกง ปลุกอาสาสมัครเฝ้าทุกเขต
