‘อรรถวิชช์’ ให้กำลังใจม็อบขนส่ง หนุนราคาน้ำมัน 35 บาท

สถานการณ์ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงยังคงส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการขนส่งและประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะรถบรรทุกที่ต้องใช้น้ำมันเป็นต้นทุนหลักในการดำเนินธุรกิจ ล่าสุด ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เดินทางไปให้กำลังใจกลุ่มผู้ชุมนุมจากสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทยและเครือข่าย 13 สมาคม บริเวณหน้ากระทรวงพลังงาน

การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนความตั้งใจของ ‘อรรถวิชช์’ ให้กำลังใจม็อบขนส่ง พร้อมรับฟังปัญหาจาก ดร.ทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย หลังผู้ประกอบการต้องเผชิญกับราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น จนต้นทุนการเดินรถและการขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้นตามไปด้วย หลายรายกังวลว่าหากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย อาจไม่สามารถแบกรับภาระต้นทุนต่อไปได้

‘อรรถวิชช์’ ให้กำลังใจม็อบขนส่ง และเสนอทางออกเรื่องน้ำมัน

ดร.อรรถวิชช์แสดงจุดยืนสนับสนุนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานให้เดินหน้าแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันอย่างจริงจัง โดยเห็นว่ากระทรวงพลังงานได้เริ่มลงมือแก้ปัญหาแล้ว จึงควรผลักดันมาตรการต่าง ๆ ต่อไปจนเกิดผลเป็นรูปธรรม ไม่ควรหยุดอยู่เพียงการประกาศแนวทางหรือการแก้ไขระยะสั้นเท่านั้น

ข้อเสนอสำคัญคือการทบทวนการอ้างอิงราคาน้ำมันจากตลาดสิงคโปร์อย่างแท้จริง เพื่อให้โครงสร้างราคาสะท้อนต้นทุนที่เหมาะสมกับประเทศไทยมากขึ้น พร้อมเสนอให้กำหนดเพดานราคาน้ำมันชนิดหลัก ได้แก่ ดีเซลและเบนซินแก๊สโซฮอล์ 95 ให้อยู่ที่ไม่เกินลิตรละ 35 บาท แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อช่วยลดภาระของประชาชนและผู้ประกอบการขนส่งที่กำลังได้รับผลกระทบโดยตรง

‘อรรถวิชช์’ ให้กำลังใจม็อบขนส่ง หวังลดต้นทุนผู้ประกอบการ

สำหรับภาคขนส่ง ปัญหาที่ผู้ประกอบการสะท้อนคือการลดราคาน้ำมันดีเซล B20 ยังไม่ตอบโจทย์การใช้งานจริง เพราะรถบรรทุกส่วนใหญ่ใช้น้ำมันดีเซล B7 เป็นหลัก ขณะที่ราคาดีเซล B7 ถูกระบุว่าสูงถึงลิตรละ 42.54 บาท ระดับราคาดังกล่าวทำให้ผู้ประกอบการต้องรับภาระเพิ่มขึ้น ทั้งค่าเชื้อเพลิง ค่าซ่อมบำรุง และค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการเที่ยววิ่ง

เมื่อราคาน้ำมันสูงขึ้น ต้นทุนการขนส่งสินค้าก็ย่อมเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะบริษัทขนส่งหรือเจ้าของรถบรรทุก แต่ยังอาจส่งต่อไปถึงราคาสินค้าในตลาดและค่าครองชีพของประชาชน หากผู้ประกอบการบางรายไม่สามารถเดินรถต่อได้ การกระจายสินค้าอาจสะดุด และทำให้ธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง

ดร.อรรถวิชช์จึงเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งทบทวนโครงสร้างราคาน้ำมัน โดยเฉพาะต้นทุนในส่วนของโรงกลั่น ซึ่งควรเข้ามามีส่วนร่วมรับภาระในช่วงที่ประชาชนและภาคธุรกิจกำลังเดือดร้อน การแบ่งเบาภาระอย่างเหมาะสมจะช่วยให้ราคาน้ำมันปลายทางลดลง และทำให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้โดยไม่ต้องผลักภาระทั้งหมดไปยังผู้บริโภค

ข้อเสนอสำคัญต่อกระทรวงพลังงาน

นอกจากการทบทวนโครงสร้างราคาแล้ว ยังมีข้อเสนอให้กระทรวงพลังงานประสานงานกับกระทรวงพาณิชย์ เพื่อใช้กลไกสินค้าควบคุมกำหนดเพดานราคาดีเซลและเบนซินชนิดหลักไม่เกินลิตรละ 35 บาท การดำเนินการควรพิจารณาควบคู่กับต้นทุนที่แท้จริง ความผันผวนของตลาดโลก และผลกระทบต่อผู้บริโภค เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างการดูแลราคากับความยั่งยืนของระบบพลังงาน

  • ทบทวนโครงสร้างราคาน้ำมันให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง
  • พิจารณาการอ้างอิงราคาน้ำมันจากตลาดสิงคโปร์อย่างเหมาะสม
  • กำหนดเพดานราคาดีเซลและเบนซินชนิดหลักไม่เกินลิตรละ 35 บาท
  • ให้โรงกลั่นและผู้เกี่ยวข้องร่วมรับภาระในช่วงที่ประชาชนได้รับผลกระทบ
  • ช่วยลดต้นทุนของภาคขนส่งเพื่อป้องกันการปรับขึ้นราคาสินค้า

แนวทางดังกล่าวจะเกิดผลได้จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน ทั้งกระทรวงพลังงาน กระทรวงพาณิชย์ ผู้ประกอบการโรงกลั่น ผู้ค้าน้ำมัน และภาคขนส่ง การสื่อสารข้อมูลอย่างโปร่งใสก็มีความสำคัญ เพราะประชาชนควรสามารถตรวจสอบได้ว่าราคาน้ำมันแต่ละลิตรประกอบด้วยต้นทุนส่วนใดบ้าง และมาตรการช่วยเหลือของรัฐส่งผลต่อราคาหน้าปั๊มอย่างไร

การที่ ‘อรรถวิชช์’ ให้กำลังใจม็อบขนส่ง จึงไม่ได้เป็นเพียงการแสดงความห่วงใยต่อผู้ประกอบการเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง เพราะการลดราคาน้ำมันในระยะสั้นอาจช่วยบรรเทาความเดือดร้อนได้บางส่วน แต่การปรับระบบราคาให้เหมาะสมจะช่วยลดความเสี่ยงในระยะยาว และสร้างความมั่นคงให้กับภาคขนส่งมากกว่า

ด้านผู้ประกอบการเองต้องการเห็นมาตรการที่ตรงกับรูปแบบการใช้งานจริง โดยเฉพาะการดูแลน้ำมันดีเซล B7 ซึ่งเป็นน้ำมันหลักของรถบรรทุก การออกมาตรการที่ไม่ตรงกับประเภทน้ำมันที่ใช้งานมากที่สุดอาจไม่สามารถช่วยลดต้นทุนได้อย่างแท้จริง ดังนั้น การรับฟังข้อมูลจากผู้ประกอบการในพื้นที่จึงเป็นส่วนสำคัญของการออกนโยบายที่ตอบโจทย์

ดร.อรรถวิชช์ย้ำว่า ต้องการให้กำลังใจทั้งผู้ประกอบการที่กำลังเผชิญปัญหาและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานที่กำลังเดินหน้าแก้ไข พร้อมขอให้ทุกฝ่ายผลักดันการแก้ปัญหาต่อจนเห็นผลชัดเจน สิ่งที่ประชาชนรอคอยไม่ใช่เพียงคำประกาศ แต่คือราคาน้ำมันที่ลดลงจริง ต้นทุนการขนส่งที่เบาลง และค่าครองชีพที่ไม่เพิ่มสูงขึ้นจนเกินกำลัง

ในมุมมองของประชาชน การกำหนดเพดานราคาน้ำมันไม่เกิน 35 บาทอาจเป็นหนึ่งในแนวทางที่ช่วยสร้างความมั่นใจได้ แต่ผลลัพธ์จะต้องมาพร้อมการบริหารจัดการที่รอบคอบและตรวจสอบได้ หากรัฐบาลสามารถเดินหน้าทบทวนโครงสร้างราคา รวมทั้งประสานทุกภาคส่วนให้ร่วมรับผิดชอบอย่างเป็นธรรม ก็มีโอกาสช่วยลดแรงกดดันต่อภาคขนส่งและเศรษฐกิจโดยรวมได้

บทสรุป: ‘อรรถวิชช์’ ให้กำลังใจม็อบขนส่ง พร้อมสนับสนุนการผลักดันราคาดีเซลและเบนซินให้ไม่เกินลิตรละ 35 บาท รวมถึงการทบทวนโครงสร้างราคาน้ำมันให้เหมาะสมกับต้นทุนจริง ประเด็นนี้ควรได้รับการติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะราคาพลังงานเกี่ยวข้องโดยตรงกับราคาสินค้า การเดินทาง และคุณภาพชีวิตของคนไทยทุกคน ร่วมติดตามความคืบหน้าและส่งเสียงสนับสนุนมาตรการที่ช่วยลดภาระค่าครองชีพอย่างเป็นธรรม

ที่มา – ‘อรรถวิชช์’ ให้กำลังใจม็อบขนส่ง หนุน รมว.พลังงาน ดันดีเซล–เบนซินไม่เกิน 35 บาท

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *