อว. เจรจานักศึกษาอุเทนถวาย ขอคำตอบใน 3 วัน
สถานการณ์ระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว. กับกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย ยังคงเป็นประเด็นที่หลายฝ่ายติดตามอย่างใกล้ชิด หลังนักศึกษาจำนวนกว่า 100 คนเดินทางไปชุมนุมบริเวณหน้ากระทรวง อว. ถนนโยธี เพื่อเรียกร้องให้คงสถานศึกษาที่เดิม และคัดค้านแนวทางการย้ายไปยังสถานที่แห่งใหม่
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 ต.ค. 69 โดยนักศึกษาได้ปราศรัยและส่งเสียงเรียกร้องเป็นระยะ พร้อมขอให้กระทรวงเปิดพื้นที่เพื่อรับฟังข้อเสนอและพูดคุยอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางความกังวลว่า การย้ายสถานศึกษาอาจส่งผลกระทบต่อการเรียน การใช้ชีวิต และอนาคตของนักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่
อว. เจรจานักศึกษาอุเทนถวาย ขอคำตอบใน 3 วัน
ในช่วงแรก กระทรวง อว. พยายามเปิดช่องทางการเจรจากับกลุ่มนักศึกษาอย่างต่อเนื่อง โดยนางสาวศิรินยา สาขากร ผู้ช่วยปลัดกระทรวง อว. ได้เข้าไปพูดคุยกับแกนนำนักศึกษา พร้อมเสนอให้ส่งตัวแทนจำนวน 10 คนเข้าหารือกับ ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. ซึ่งรอรับฟังข้อเรียกร้องอยู่ที่ศูนย์บริการร่วมกระทรวง อว.
อย่างไรก็ตาม แกนนำนักศึกษาต้องการให้นำนักศึกษาที่เดินทางมาชุมนุมทั้งหมดเข้าร่วมการหารือด้วย จึงยังไม่สามารถตกลงรูปแบบการพูดคุยในเบื้องต้นได้ ต่อมา ศ.ดร.ศุภชัย พร้อมด้วย ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ได้ออกมาพบและเจรจากับแกนนำนักศึกษาด้วยตนเอง ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะตกลงให้มีการส่งตัวแทนเข้าหารือ
อว. เจรจานักศึกษาอุเทนถวาย ท่ามกลางข้อกังวลเรื่องการย้ายสถานศึกษา
ฝ่ายนักศึกษาอุเทนถวายนำโดยนายกฤษฏิธัชย์ ณัญวราณัญต์ นักศึกษาปริญญาเอก มทร.ตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย บรรยากาศการหารือเป็นไปในลักษณะของการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และเปิดโอกาสให้แต่ละฝ่ายนำเสนอข้อมูล รวมถึงข้อกังวลที่มีต่อแนวทางการดำเนินการในอนาคต
ศ.ดร.ศุภชัย ระบุว่า กระทรวง อว. มีเจตนารมณ์ในการสนับสนุนการจัดการศึกษา เพื่อให้นักศึกษาสามารถสำเร็จการศึกษาและก้าวไปเป็นวิศวกรที่มีคุณภาพ ขณะเดียวกัน กระทรวงและ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ไม่มีเจตนาสร้างความขัดแย้งหรือทำให้ฝ่ายใดรู้สึกด้อยคุณค่า แต่ต้องการยกระดับคุณภาพการผลิตวิศวกรของประเทศ
ฝ่ายกระทรวงยังชี้แจงว่า กระบวนการที่ผ่านมาเป็นการดำเนินงานตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วน จึงจำเป็นต้องพิจารณาข้อมูลอย่างรอบด้าน ขณะที่นักศึกษามองว่า ผู้เรียนคือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากคำสั่งหรือแนวทางการย้ายสถานศึกษา จึงควรมีส่วนร่วมในการตัดสินใจและรับทราบข้อมูลที่ชัดเจนก่อนดำเนินการใดๆ
ข้อเสนอของนักศึกษาและกรอบเวลา 3 วัน
นายกฤษฏิธัชย์สะท้อนข้อกังวลเกี่ยวกับกรอบเวลาการดำเนินการภายใน 90 วัน โดยเห็นว่าเป็นระยะเวลาที่จำกัดเมื่อเทียบกับการจัดการเรียนการสอนหนึ่งภาคการศึกษา นอกจากนี้ ยังไม่มีความชัดเจนว่าสถานที่แห่งใหม่จะมีความพร้อมเพียงใด ทั้งในด้านอาคารเรียน ห้องปฏิบัติการ อุปกรณ์การศึกษา การเดินทาง และสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นต่อการเรียนด้านวิศวกรรม
นักศึกษายังระบุว่า ความไม่แน่นอนดังกล่าวอาจกระทบต่อสิทธิในการศึกษา สภาพจิตใจ ตลอดจนแผนการเรียนของนักศึกษาแต่ละชั้นปี โดยเฉพาะผู้ที่กำลังทำโครงงาน วิจัย หรือฝึกปฏิบัติในห้องปฏิบัติการ ซึ่งจำเป็นต้องใช้สถานที่และอุปกรณ์อย่างต่อเนื่อง
- ขอให้กระทรวง อว. ทบทวนแนวทางการย้ายสถานศึกษา
- ขอเปิดโต๊ะเจรจาโดยให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วม
- ขอให้จัดหาที่ดินและก่อสร้างอาคารใหม่ให้พร้อมก่อนพิจารณาการย้าย
- ขอให้ชะลอการดำเนินการ เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไขอย่างเป็นระบบ
- ขอคำตอบที่ชัดเจนจากกระทรวงภายใน 3 วัน
ตัวแทนนักศึกษาย้ำว่า หากมีความจำเป็นต้องย้ายสถานศึกษา ควรดำเนินการอย่างรอบคอบ และต้องมีสถานที่ที่พร้อมรองรับนักศึกษาอย่างแท้จริงก่อน มิใช่ย้ายในช่วงที่การเรียนการสอนยังดำเนินอยู่หรือยังไม่มีข้อมูลเพียงพอ เพราะอาจสร้างภาระและความเสียหายให้กับผู้เรียน
กระทรวงรับข้อเสนอ เตรียมหารือแนวทางแก้ไข
หลังรับฟังข้อเรียกร้องทั้งหมด ปลัดกระทรวง อว. รับปากว่าจะนำประเด็นต่างๆ รวมถึงกรอบเวลา 3 วันที่ตัวแทนนักศึกษาเสนอ ไปหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. เพื่อพิจารณาแนวทางแก้ไขและหาข้อสรุปโดยเร็วที่สุด การรับข้อเสนอครั้งนี้จึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่อาจช่วยลดความตึงเครียด และเปิดทางให้เกิดการพูดคุยต่อเนื่องระหว่างหน่วยงานรัฐกับนักศึกษา
ทพญ.ศรีญาดากล่าวว่า กระทรวงต้องทำหน้าที่ของตนเองตามระบบ ขณะที่นักศึกษาก็ต้องทำหน้าที่ของตนเองในฐานะผู้เรียน พร้อมขอให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันประคับประคองสถานการณ์ และไม่มองฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นศัตรู แนวคิดดังกล่าวสะท้อนว่าการแก้ปัญหาควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของการรับฟัง เหตุผล และความเข้าใจร่วมกัน
ประเด็นสำคัญหลังจากนี้คือ ความชัดเจนของคำตอบจากกระทรวง อว. ภายในกรอบเวลาที่นักศึกษาเสนอ รวมถึงรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่เรียนใหม่ แผนการรองรับนักศึกษา และกระบวนการมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้อง หากทุกฝ่ายสามารถเปิดเผยข้อมูลอย่างตรงไปตรงมาและร่วมกันประเมินผลกระทบอย่างเป็นระบบ ก็มีโอกาสที่จะหาทางออกที่คำนึงถึงทั้งคุณภาพการศึกษาและสิทธิของนักศึกษาได้
การหารือครั้งนี้สะท้อนว่า การเจรจายังเป็นช่องทางสำคัญในการคลี่คลายความขัดแย้ง อว. เจรจานักศึกษาอุเทนถวาย ไม่ได้เป็นเพียงเหตุการณ์ระหว่างหน่วยงานกับผู้เรียนเท่านั้น แต่ยังเป็นบททดสอบว่าทุกฝ่ายจะร่วมกันออกแบบทางออกที่เป็นธรรมและปฏิบัติได้จริงอย่างไร ความคืบหน้าหลังจากนี้จึงควรติดตามอย่างใกล้ชิด และทุกฝ่ายควรใช้ข้อมูลที่ถูกต้องประกอบการแสดงความคิดเห็น
ในมุมมองของผู้เขียน การตัดสินใจเรื่องสถานศึกษาควรให้ความสำคัญกับนักศึกษาเป็นศูนย์กลาง พร้อมสร้างหลักประกันว่าไม่มีใครต้องเสียโอกาสทางการศึกษา หากการสื่อสารชัดเจนและทุกฝ่ายจริงใจต่อการหาทางออกร่วมกัน ความขัดแย้งครั้งนี้อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาระบบการศึกษาให้ตอบโจทย์ผู้เรียนมากขึ้น
ที่มา – อว. เจรจานักศึกษาอุเทนถวาย หลังบุกปิดกระทรวง ยื่นขอคำตอบใน 3 วัน

