‘ออยศรี’ ขอโฟกัส ‘บุ๋ม’ ก่อน
ประเด็นร้อนในแวดวงข่าวสังคมยังได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง หลัง “ออยศรี” หรือ น.ส.บุญยนุช แสงศรี เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก “ออยศรีและผองเผือก” เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนพร้อมตัวแทนผู้เสียหาย เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรณีที่มีการร้องทุกข์กล่าวโทษมูลนิธิองค์กรทำดีของ น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือ “บุ๋ม” โดยออยศรียืนยันว่าจะขอติดตามเรื่องนี้เป็นหลัก ก่อนจะเดินหน้าเปิดเผยประเด็นอื่นในลำดับถัดไป
สำหรับท่าทีของ ‘ออยศรี’ ขอโฟกัส ‘บุ๋ม’ ก่อน สะท้อนว่าต้องการแยกประเด็นของแต่ละกรณีออกจากกันอย่างชัดเจน เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปตามข้อเท็จจริง ไม่ปะปนข้อมูลจนทำให้ประชาชนเกิดความสับสน ทั้งนี้ รายละเอียดต่าง ๆ ยังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานและการพิจารณาของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
‘ออยศรี’ ขอโฟกัส ‘บุ๋ม’ ก่อน เดินหน้าตรวจสอบตามขั้นตอน
ออยศรีกล่าวถึงประเด็นบุคคลที่ถูกเรียกว่า “ลาสบอส” ว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าหมายถึงใคร แม้จะมีการพูดถึงบุคคลหลายรายในสังคมก็ตาม โดยเห็นว่าผู้ที่เริ่มใช้คำดังกล่าวควรเป็นผู้ชี้แจงว่าหมายถึงบุคคลใด และมีข้อมูลหรือหลักฐานใดสนับสนุนการกล่าวถึงนั้น การระบุว่าใครอยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมดจึงควรรอผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ
ในส่วนของคดี ออยศรียืนยันว่าจะไม่ถอนเรื่องร้องทุกข์ และจะติดตามกระบวนการต่อไป โดยระบุว่าประเด็นที่ต้องตรวจสอบอาจไม่ได้มีเฉพาะข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชนเท่านั้น แต่ยังอาจครอบคลุมความผิดด้านอื่น เช่น ความผิดเกี่ยวกับเส้นทางการเงินหรือความผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ ทั้งหมดต้องพิจารณาจากพยานหลักฐานและผลการสอบสวนของเจ้าหน้าที่เป็นสำคัญ
‘ออยศรี’ ขอโฟกัส ‘บุ๋ม’ ก่อน ขอความชัดเจนเรื่องบัญชีและเส้นทางการเงิน
อีกประเด็นที่ถูกจับตามองคือกรณีการอายัดบัญชีเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งมีการกล่าวถึงความเกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงินที่อาจมีความผิดปกติ ออยศรีต้องการทราบความคืบหน้าจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า สามารถติดตามตัวผู้กระทำผิดในกรณีดังกล่าวได้แล้วหรือไม่ รวมถึงบัญชีใดถูกอายัด อายัดด้วยเหตุผลใด และมีการตรวจสอบเงินที่โอนเข้าออกอย่างไร
หากบัญชีที่เคยถูกอายัดสามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติแล้ว ออยศรีมองว่าควรมีคำชี้แจงต่อสาธารณะอย่างละเอียด เพื่อให้ประชาชนเข้าใจลำดับเหตุการณ์และข้อเท็จจริงตรงกัน โดยเฉพาะกรณีที่ก่อนหน้านี้มีการให้ข้อมูลว่าเป็นบัญชีของมูลนิธิ การสื่อสารที่ชัดเจนจากหน่วยงานที่รับผิดชอบจะช่วยลดข้อสงสัยและป้องกันการเผยแพร่ข้อมูลที่คลาดเคลื่อน
- ตรวจสอบเหตุผลและคำสั่งอายัดบัญชีอย่างเป็นทางการ
- ติดตามเส้นทางการเงินจากเอกสารและพยานหลักฐาน
- แยกข้อเท็จจริงของแต่ละมูลนิธิออกจากกัน
- รอผลการสอบสวนก่อนสรุปว่าบุคคลใดมีความผิด
เมื่อถูกถามถึงโอกาสที่ศาลจะอนุญาตให้ประกันตัวผู้ต้องหา ออยศรีระบุว่าเป็นดุลพินิจของศาลและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จึงไม่สามารถตอบแทนหรือคาดการณ์ผลการพิจารณาได้ จุดยืนดังกล่าวสะท้อนว่ากระบวนการยุติธรรมควรดำเนินไปตามขั้นตอน และทุกฝ่ายควรเคารพอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานที่รับผิดชอบ
นอกจากนี้ ยังมีคำถามเกี่ยวกับมูลนิธิเป็นหนึ่งและ น.ส.ต้นอ้อ ซึ่งออยศรีขอแยกออกจากกรณีมูลนิธิองค์กรทำดี โดยให้เหตุผลว่าในวันนี้ต้องการให้ความสำคัญกับการตรวจสอบเรื่องของบุ๋มก่อน ส่วนประเด็นของต้นอ้อและมูลนิธิเป็นหนึ่งนั้น ติดตามมานานแล้ว และเตรียมนำเสนอข้อมูลในทุกมิติในโอกาสต่อไป
ออยศรียืนยันว่าไม่ได้มีความแค้นส่วนตัวกับต้นอ้อ แต่ต้องการให้ข้อเท็จจริงของแต่ละกรณีได้รับการตรวจสอบอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะประเด็นเอกสาร การปลอมลายเซ็น และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคำให้การหรือคำพิพากษา หากมีข้อมูลที่ปรากฏในเอกสารทางคดีและสามารถเปิดเผยได้ตามกฎหมาย ก็พร้อมนำเสนอให้ประชาชนรับทราบ
ประเด็นนี้จึงควรติดตามจากเอกสารและคำชี้แจงของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมากกว่าการตัดสินจากกระแสในสื่อสังคมออนไลน์ การแยกคดี แยกบุคคล และแยกพยานหลักฐานอย่างชัดเจน จะช่วยให้สังคมรับข้อมูลอย่างรอบด้าน และลดความเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการตรวจสอบ
ท้ายที่สุด ประชาชนควรรอฟังความคืบหน้าจากเจ้าหน้าที่และติดตามข้อมูลจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ การตรวจสอบข้อเท็จจริงต้องอาศัยเวลาและหลักฐาน หากมีการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมในอนาคต ก็ควรพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนแสดงความคิดเห็นหรือส่งต่อ เพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับความเป็นธรรม
ที่มา – ‘ออยศรี’ ขอโฟกัส ‘บุ๋ม’ ก่อน ลั่นคิวต่อไปเปิดหลักฐาน ‘ต้นอ้อ’ ยันไม่แค้นส่วนตัว