ออสเตรเลียเสนอเก็บภาษีโซเชียลมีเดียไม่จ่ายสื่อ

ออสเตรเลียเสนอเก็บภาษีบริษัทโซเชียลมีเดีย หากไม่จ่ายเงินชดเชยให้สื่อท้องถิ่น กำลังกลายเป็นข่าวใหญ่ที่คนในวงการสื่อและเทคโนโลยีให้ความสนใจอย่างมาก รัฐบาลออสเตรเลียภายใต้นายกรัฐมนตรีแอนโทนี อัลบาเนซี กำลังผลักดันร่างกฎหมายใหม่เพื่อบังคับให้ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีอย่าง Meta, Google และ TikTok ต้องแบ่งปันรายได้กับสื่อข่าวท้องถิ่นที่ช่วยสร้างทราฟฟิกให้แพลตฟอร์มของพวกเขา

ออสเตรเลียเสนอเก็บภาษีบริษัทโซเชียลมีเดีย หากไม่จ่ายเงินชดเชยให้สื่อท้องถิ่น

ปัญหานี้เกิดขึ้นมานานแล้ว ตั้งแต่สื่อดั้งเดิมอย่างหนังสือพิมพ์และสถานีโทรทัศน์ทั่วโลกเริ่มขาดรายได้ จากการที่ผู้อ่านหันไปเสพข่าวผ่านโซเชียลมีเดียมากขึ้น แพลตฟอร์มใหญ่ ๆ ได้ประโยชน์มหาศาลจากเนื้อหาข่าวคุณภาพสูง แต่กลับไม่ยอมจ่ายค่าชดเชยให้ผู้สร้างเนื้อหา ออสเตรเลียซึ่งเป็นผู้นำด้านนี้เคยมีกฎหมาย News Media Bargaining Code มาก่อน และครั้งนี้ก็ยกระดับขึ้นอีก โดยให้โอกาสบริษัทเจรจาต่อรองก่อน แต่ถ้าปฏิเสธ จะโดนภาษี 2.25% จากรายได้ในออสเตรเลียทันที

รายละเอียดร่างกฎหมายที่กำลังเปิดรับฟังความเห็น

ร่างกฎหมายนี้ถูกนำเสนอต่อสาธารณะเมื่อวันที่ 28 เมษายน และจะปิดรับความเห็นในเดือนพฤษภาคม ก่อนส่งเข้าสู่รัฐสภาในปลายปี เป้าหมายหลักคือป้องกันไม่ให้บริษัทโซเชียลมีเดียลบเนื้อหาข่าวออกจากแพลตฟอร์มแบบกะทันหัน ซึ่งเคยเกิดขึ้นกับ Meta (Facebook) และ Google ในออสเตรเลียมาแล้วเมื่อปี 2564 ทำให้ผู้ใช้ไม่เห็นข่าวในฟีดไปพักใหญ่ สร้างความเดือดร้อนให้ทั้งสื่อและประชาชน

  • บริษัทที่ถูกกำหนด: Meta, Google, TikTok – เลือกจากรายได้และจำนวนผู้ใช้ในออสเตรเลีย
  • ภาษีบังคับ: 2.25% ของรายได้ในประเทศ หากไม่ทำข้อตกลงชดเชย
  • ขอบเขต: ครอบคลุมการเผยแพร่บทความข่าวที่ช่วยเพิ่มยอดเข้าชม
  • ไม่สามารถหลีกเลี่ยง: ต้องปฏิบัติตามประมวลกฎหมายการเจรจาต่อรองสื่อ

พื้นหลังปัญหาสื่อ vs ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยี

ในออสเตรเลีย สื่อท้องถิ่นกำลังดิ้นรนรอดชีวิต ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันไปใช้แอปอย่าง Facebook, YouTube และ TikTok ในการอ่านข่าว ข้อมูลจากสำนักข่าว AFP ระบุว่าบริษัทเทคยักษ์ใหญ่ได้กำไรจากโฆษณาที่มาจากเนื้อหาข่าว แต่สื่อผู้สร้างกลับได้ส่วนแบ่งน้อยมาก รัฐบาลจึงเห็นว่าต้องมีมาตรการบังคับเพื่อความเป็นธรรม

นอกจากนี้ กฎหมายนี้ยังช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้สื่อท้องถิ่นในการผลิตข่าวคุณภาพ โดยเฉพาะข่าวท้องถิ่นที่แพลตฟอร์มใหญ่ไม่ค่อยสนใจลงทุนทำเอง หากสำเร็จ จะเป็นต้นแบบให้ประเทศอื่น ๆ ในเอเชียแปซิฟิก รวมถึงไทยที่กำลังเผชิญปัญหาคล้ายกัน

ผลกระทบต่อบริษัทโซเชียลมีเดียและสื่อทั่วโลก

สำหรับ Meta, Google และ TikTok ภาษี 2.25% อาจดูไม่มาก แต่เมื่อรวมกับรายได้มหาศาลในออสเตรเลีย (ตลาดขนาดกลางแต่มีกำลังซื้อสูง) ก็เป็นแรงกดดันไม่น้อย โดยเฉพาะ TikTok ที่กำลังเติบโตเร็วในกลุ่มวัยรุ่นและอาจต้องปรับกลยุทธ์เนื้อหา Google ซึ่งเคยเจรจาสำเร็จในอดีต อาจเลือกจ่ายชดเชยเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี ส่วน Meta ที่เคยขู่ลบข่าว คราวนี้ก็อาจต้องยอม

ในมุมกว้าง นโยบายนี้สะท้อนแนวโน้มทั่วโลก เช่น แคนาดาและฝรั่งเศสที่เคยลองคล้ายกัน แต่หลายแห่งล้มเหลวเพราะยักษ์ใหญ่เทคถอนตัว สื่อออสเตรเลียอย่าง News Corp และ Nine Entertainment คาดหวังว่ารายได้ที่ได้จะช่วยจ้างนักข่าวเพิ่มและผลิตเนื้อหาดีขึ้น

ไทยควรเรียนรู้จากออสเตรเลียอย่างไร

ประเทศไทยเองก็มีสื่อดั้งเดิมที่กำลังสูญเสียรายได้ให้แพลตฟอร์มต่างชาติ รัฐบาลไทยอาจพิจารณากฎหมายคล้ายกันเพื่อปกป้องสื่อท้องถิ่น โดยเฉพาะในยุคที่ข่าวปลอมและเนื้อหาต่ำคุณภาพล้นแพลตฟอร์ม การบังคับชดเชยจะช่วยยกระดับคุณภาพข่าวสารให้ประชาชน

อย่างไรก็ตาม ต้องระวังไม่ให้กระทบเสรีภาพในการแสดงออกหรือทำให้ต้นทุนผู้ใช้สูงขึ้น สรุปแล้ว ออสเตรเลียเสนอเก็บภาษีบริษัทโซเชียลมีเดีย หากไม่จ่ายเงินชดเชยให้สื่อท้องถิ่น เป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นว่ารัฐสามารถต่อกรกับยักษ์ใหญ่ได้

คุณคิดว่านโยบายนี้จะสำเร็จไหม หรือไทยควรทำตาม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความนี้เพื่อให้คนอื่นรู้ด้วยนะครับ!

ที่มา – ออสเตรเลียเสนอเก็บภาษีบริษัทโซเชียลมีเดีย หากไม่จ่ายเงินชดเชยให้สื่อท้องถิ่น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *