“ออสเตรเลีย-ญี่ปุ่น” ลงนามข้อตกลงเรือรบ กว่า 2 แสนล้านบาท
ในวันที่ 19 เมษายน ที่ผ่านมา สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานข่าวใหญ่จากกรุงโตเกียวว่า “ออสเตรเลีย-ญี่ปุ่น” ลงนามข้อตกลงเรือรบ มูลค่ากว่าสองแสนล้านบาท เรียกได้ว่าเป็นดีลกลาโหมครั้งประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นเลยทีเดียว ข้อตกลงนี้ประกาศไปเมื่อปีที่แล้ว และถือเป็นการส่งออกอาวุธครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2
“ออสเตรเลีย-ญี่ปุ่น” ลงนามข้อตกลงเรือรบ มูลค่ากว่าสองแสนล้านบาท
ออสเตรเลียตกลงจ่ายเงินสูงถึง 10,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือประมาณ 230,000 ล้านบาท ตลอด 10 ปีข้างหน้า เพื่อจัดซื้อกองเรือฟริเกตล่องหนรุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่งเป็นเรือรบอเนกประสงค์ที่ทันสมัยที่สุดในโลก กระทรวงกลาโหมออสเตรเลียยืนยันว่านายชินจิโร โคอิซูมิ รัฐมนตรีกลาโหมญี่ปุ่น ได้เข้าร่วมพิธีลงนามสัญญาส่งมอบเรือรบ 3 ลำแรกเรียบร้อยแล้ว
นายแพต คอนรอย รัฐมนตรีอุตสาหกรรมกลาโหมออสเตรเลีย กล่าวอย่างภูมิใจว่า “นี่เป็นการจัดซื้อที่รวดเร็วที่สุดสำหรับกองทัพเรือออสเตรเลียในยุคสันติภาพ เรากำลังร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับพันธมิตรอุตสาหกรรมทั้งญี่ปุ่นและออสเตรเลีย เพื่อสร้างเรือฟริเกตที่ล้ำสมัยที่สุด”
รายละเอียดข้อตกลง “ออสเตรเลีย-ญี่ปุ่น” ลงนามข้อตกลงเรือรบ
ข้อตกลงนี้มุ่งเน้นไปที่เรือฟริเกตคลาสโมกามิ (Mogami-class) ของญี่ปุ่น ซึ่งมีเทคโนโลยีล่องหนขั้นสูง ระบบเรดาร์ที่เหนือชั้น และอาวุธป้องกันภัยทางอากาศ-ทะเลครบครัน เรือเหล่านี้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กองทัพเรือออสเตรเลียที่กำลังขยายตัว โดยรัฐบาลแคนเบอร์ราวางแผนเพิ่มจำนวนเรือรบหลักจาก 11 ลำ เป็น 26 ลำ ภายใน 10 ปี
- มูลค่าสัญญา: 10,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (230,000 ล้านบาท)
- ระยะเวลา: 10 ปี
- เรือ首批: 3 ลำแรกเริ่มส่งมอบทันที
- เทคโนโลยีหลัก: ล่องหน, อเนกประสงค์, ทันสมัยที่สุด
- ผู้ร่วมลงนาม: รมว.กลาโหมญี่ปุ่นและออสเตรเลีย
ความสำคัญทางยุทธศาสตร์ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก
การลงนามครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องซื้อขายอาวุธ แต่สะท้อนถึงการกระชับความร่วมมือระหว่างญี่ปุ่นและออสเตรเลีย ซึ่งเป็นสมาชิกกลุ่มควอด (Quad) ร่วมกับสหรัฐและอินเดีย ท่ามกลางความตึงเครียดในทะเลจีนใต้และข้อพิพาทดินแดนกับจีน ญี่ปุ่นกำลังเร่งขยายบทบาทด้านกลาโหม โดยผ่อนคลายกฎหมายส่งออกอาวุธเพื่อตอบโต้ภัยคุกคามจากจีน
ออสเตรเลียเองก็กำลังปรับโครงสร้างกองทัพเรือให้เข้มแข็งขึ้น หลังจากโครงการเรือดำน้ำ AUKUS ที่ล้มเหลวกับฝรั่งเศส ทำให้หันไปหาพันธมิตรเอเชียอย่างญี่ปุ่นแทน ข้อตกลงนี้จะช่วยสร้างห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมกลาโหมร่วมกัน สร้างงานและถ่ายทอดเทคโนโลยีให้ออสเตรเลีย
นอกจากนี้ ยังเป็นสัญญาณบวกต่อความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยเฉพาะการถ่วงดุลอำนาจกับจีนที่กำลังขยายกองทัพเรืออย่างรวดเร็ว ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าดีลนี้อาจนำไปสู่ความร่วมมือเพิ่มเติม เช่น ระบบขีปนาวุธหรือการฝึกซ้อมร่วม
ผลกระทบต่ออนาคตของกองทัพเรือออสเตรเลีย
ด้วยเรือฟริเกตเหล่านี้ ออสเตรเลียจะมีขีดความสามารถในการลาดตระเวน ป้องกันชายฝั่ง และปฏิบัติการไกลทะเลที่เหนือกว่าเดิม ซึ่งจำเป็นสำหรับการปกป้องเส้นทางค้าสำคัญในอินโด-แปซิฟิก การลงนาม “ออสเตรเลีย-ญี่ปุ่น” ลงนามข้อตกลงเรือรบ มูลค่ากว่าสองแสนล้านบาท จึงเป็นก้าวสำคัญที่ไม่เพียงเสริมแกร่งชาติพันธมิตร แต่ยังส่งเสริมสันติภาพในภูมิภาค
ในมุมมองของผม นี่คือตัวอย่างของการทูตกลาโหมที่ชาญฉลาด ญี่ปุ่นก้าวข้ามข้อจำกัดหลังสงคราม ขณะที่ออสเตรเลียได้เทคโนโลยีราคาถูกและน่าเชื่อถือ คุณคิดอย่างไรกับดีลนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวกลาโหมอัปเดตได้ที่บล็อกของเรา!
ที่มา – “ออสเตรเลีย-ญี่ปุ่น” ลงนามข้อตกลงเรือรบ มูลค่ากว่าสองแสนล้านบาท