“อังค์ถัด” เตือนวิกฤติฮอร์มุซทิ้งแผลยาว ชาติเปราะบางยังเสี่ยงอาหาร-เชื้อเพลิงแพง

เชื่อว่าหลายคนคงได้ติดตามข่าวความไม่สงบในพื้นที่สำคัญของโลกกันมาบ้าง โดยเฉพาะสถานการณ์ล่าสุดทางทะเลที่ส่งผลกระทบต่อเราทุกคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ล่าสุดมีรายงานจาก “อังค์ถัด” เตือนวิกฤติฮอร์มุซทิ้งแผลยาว ชาติเปราะบางยังเสี่ยงอาหาร-เชื้อเพลิงแพง ซึ่งเรื่องนี้ไม่ได้ไกลตัวอย่างที่คิดครับ เพราะเมื่อระบบขนส่งหลักของโลกเกิดอาการสะดุด ผลพวงที่ตามมาจะกลายเป็นคลื่นใต้น้ำที่ส่งผลต่อค่าครองชีพของเราในระยะยาว

“อังค์ถัด” เตือนวิกฤติฮอร์มุซทิ้งแผลยาว ชาติเปราะบางยังเสี่ยงอาหาร-เชื้อเพลิงแพง

การประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา หรือ อังค์ถัด (UNCTAD) ออกโรงเตือนชัดเจนว่า แม้เส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดใช้งานได้แล้ว แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการหยุดชะงักนานกว่า 100 วันนั้นไม่ได้หายไปในพริบตา โดยเฉพาะกับกลุ่มประเทศที่มีความเปราะบางทางเศรษฐกิจ ซึ่งยังต้องแบกรับภาระหนักกับต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทำไม “อังค์ถัด” เตือนวิกฤติฮอร์มุซทิ้งแผลยาว ชาติเปราะบางยังเสี่ยงอาหาร-เชื้อเพลิงแพง ถึงน่ากังวล?

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมราคาน้ำมันลงแล้ว แต่ของอย่างอื่นไม่ยอมลงตาม? คำตอบอยู่ที่ ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ครับ แม้ราคาน้ำมันในตลาดโลกจะเริ่มปรับลดลง แต่ต้นทุนแฝงที่เกิดจากค่าระวางเรือ ค่าประกันภัย และค่าขนส่งที่สะสมมาในช่วงวิกฤตินั้น เปรียบเสมือนแผลเป็นที่ค่อยๆ รักษาตัว ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อหลายภาคส่วน ดังนี้:

  • ต้นทุนการเกษตร: ราคาปุ๋ยและสารเคมีที่ผูกติดกับราคาเชื้อเพลิงยังคงอยู่ในระดับที่สูง ทำให้เกษตรกรมีภาระต้นทุนเพิ่มขึ้น
  • ค่าครองชีพของครัวเรือน: เมื่อการขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภคยากลำบากขึ้น ราคาสินค้าปลายทางในตลาดจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะแพงตามไปด้วย
  • ภาวะทุพโภชนาการ: ข้อมูลที่น่าตกใจคือ การที่ราคาอาหารพุ่งสูงขึ้นเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ อาจส่งผลกระทบต่อเด็กในประเทศยากจนให้เสี่ยงต่อภาวะทุพโภชนาการฉับพลัน

จากรายงานระบุว่ามีประเทศที่มีความเปราะบางสูงถึง 61 แห่งที่กำลังเผชิญกับภาวะนี้ เช่น กาบูเวร์ดี หรือประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าอาหารเป็นหลักอย่างเยเมน ซึ่งเศรษฐกิจภายในไม่สามารถรองรับต้นทุนที่ผันผวนนี้ได้ไหว การที่ “อังค์ถัด” เตือนวิกฤติฮอร์มุซทิ้งแผลยาว ชาติเปราะบางยังเสี่ยงอาหาร-เชื้อเพลิงแพง จึงเป็นการส่งสัญญาณเตือนถึงประชาคมโลกให้หันมามองและช่วยเหลือประเทศที่ได้รับผลกระทบ เพื่อไม่ให้วิกฤตินี้บานปลายกลายเป็นปัญหาด้านมนุษยธรรมในอนาคต

ในมุมมองของเรา สถานการณ์นี้เป็นบทเรียนสำคัญที่เตือนให้เห็นว่าโลกเชื่อมโยงกันอย่างไร ทุกย่างก้าวของการเมืองโลกมีราคาที่ต้องจ่ายเสมอ การเตรียมรับมือและสร้างความยืดหยุ่นในระบบซัพพลายเชนของแต่ละประเทศ จึงไม่ใช่แค่ตัวเลือกแต่เป็นเรื่องที่ต้องทำทันทีครับ

ที่มา – “อังค์ถัด” เตือนวิกฤติฮอร์มุซทิ้งแผลยาว ชาติเปราะบางยังเสี่ยงอาหาร-เชื้อเพลิงแพง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *