“อัศวินสีส้ม” ตั้ง “ชาบี” คุมทัพจนจบบอลโลก 2030
วงการฟุตบอลโลกต้องสั่นสะเทือนอีกครั้ง เมื่อล่าสุดสมาคมฟุตบอลเนเธอร์แลนด์ (KNVB) ได้สร้างเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ด้วยการประกาศแต่งตั้ง ชาบี เอร์นานเดซ อดีตยอดมิดฟิลด์ระดับตำนานชาวสเปน เข้ามาดำรงตำแหน่งเฮดโค้ชทีมชาติคนใหม่ เพื่อก้าวเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ของทีมอย่างเต็มตัว โดยข่าวการที่ “อัศวินสีส้ม” ตั้ง “ชาบี” คุมทัพจนจบบอลโลก 2030 กลายเป็นประเด็นร้อนที่แฟนบอลทั่วโลกให้ความสนใจอย่างมาก
“อัศวินสีส้ม” ตั้ง “ชาบี” คุมทัพจนจบบอลโลก 2030 อย่างเป็นทางการ
การเข้ามาของ ชาบี ในวัย 46 ปี ถือเป็นการรับช่วงต่อจาก โรนัลด์ คูมัน ที่ตัดสินใจอำลาตำแหน่งหลังจบศึกฟุตบอลโลก 2026 โดยสัญญาฉบับนี้มีระยะเวลานานถึง 4 ปี ซึ่งถือเป็นความไว้วางใจที่สูงมาก การที่ “อัศวินสีส้ม” ตั้ง “ชาบี” คุมทัพจนจบบอลโลก 2030 นี้ ยังสร้างสถิติใหม่ให้กับทีมชาติเนเธอร์แลนด์ เพราะเขาจะกลายเป็นโค้ชต่างชาติคนแรกในรอบ 48 ปี ต่อจาก แอร์นส์ท ฮัพเพิล กุนซือชาวออสเตรียผู้เคยพาทีมไปถึงนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกปี 1978
เป้าหมายของ ชาบี กับการพาอัศวินสีส้มทวงบัลลังก์
ชาบีได้รับภารกิจสำคัญในการยกระดับมาตรฐานของทีมชาติเนเธอร์แลนด์ให้กลับมาทวงความยิ่งใหญ่ในเวทียุโรปและระดับโลก โดยมีเป้าหมายหลักที่แฟนบอลคาดหวังไว้ดังนี้:
- คว้าแชมป์ ยูโร 2028 เพื่อสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่
- วางรากฐานฟุตบอลแบบครองบอลสไตล์ตากติกที่เขานิยมใช้
- พาทีมประสบความสำเร็จสูงสุดในฟุตบอลโลก 2030
สำหรับการประเดิมสนามนัดแรกของ ชาบี ในฐานะกุนซือทัพกังหันลม เขาจะต้องพบกับบททดสอบสุดหินในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก ซึ่งจะพบกับทีมชาติเยอรมนี ณ สนามโยฮัน ครัฟฟ์ อารีนา กรุงอัมสเตอร์ดัม ในวันที่ 24 กันยายนนี้ ซึ่งแฟนบอลทั่วโลกต่างจับตามองว่าสไตล์การทำทีมของเขาจะเปลี่ยนโฉมเนเธอร์แลนด์ไปในทิศทางใด
ในมุมมองของกูรูฟุตบอล การที่เนเธอร์แลนด์เลือกโค้ชต่างชาติถือเป็นความท้าทายที่น่าสนใจมาก เพราะวัฒนธรรมฟุตบอลของเนเธอร์แลนด์มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูงมาก หาก ชาบี สามารถผสมผสานปรัชญาการทำทีมของเขากับ DNA ของนักเตะดัตช์ได้สำเร็จ เราอาจจะได้เห็นยุคทองครั้งใหม่ของอัศวินสีส้มเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้อย่างแน่นอน