อากาศแปรปรวน ฝนถล่ม ลมแรง กทม. 70% ภาคใต้ฝนตกหนักยาว
อากาศแปรปรวน ฝนถล่ม ลมแรง กทม. 70% ภาคใต้ฝนตกหนักยาว เป็นสถานการณ์ที่ประชาชนควรติดตามอย่างใกล้ชิด หลังกรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนสภาพอากาศในช่วงวันที่ 5–7 พฤศจิกายน 2569 โดยประเทศไทยตอนบนมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฝนตกหนักบางแห่ง ขณะที่ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้นในช่วงวันที่ 7–9 พฤศจิกายน และอาจมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่
สำหรับวันนี้ ประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางแห่ง รวมถึงอาจเกิดฟ้าผ่าได้ในบางพื้นที่ โดยบริเวณภาคกลางตอนล่าง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ ต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักเป็นพิเศษ ประชาชนควรเตรียมตัวก่อนออกจากบ้านและตรวจสอบสภาพการจราจร หากจำเป็นต้องเดินทางในช่วงฝนตก
อากาศแปรปรวน ฝนถล่ม ลมแรง กทม. 70% ภาคใต้ฝนตกหนักยาว
สาเหตุของสภาพอากาศครั้งนี้มาจากลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ประเทศไทย และทะเลอันดามัน ขณะเดียวกันบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และทะเลจีนใต้มีมวลอากาศเย็นหรือความกดอากาศสูงปกคลุม เมื่อลมและมวลอากาศดังกล่าวเคลื่อนตัวมาพบกัน จึงทำให้สภาพอากาศเกิดความแปรปรวน มีฝนฟ้าคะนอง ลมแรง และฝนตกหนักในบางพื้นที่
อากาศแปรปรวน ฝนถล่ม ลมแรง กทม. 70% ภาคใต้ฝนตกหนักยาว ต้องรับมืออย่างไร
กรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 70 ของพื้นที่ พร้อมลมกระโชกแรงและฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ 25–27 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิสูงสุด 33–35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้พัดด้วยความเร็ว 10–20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ช่วงที่ฝนตกหนักอาจทำให้ถนนหลายสายมีน้ำรอการระบาย การเดินทางล่าช้า และทัศนวิสัยลดลง
ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ ควรพกร่มหรือเสื้อกันฝน วางแผนเส้นทางล่วงหน้า และเผื่อเวลาในการเดินทาง หากมีประกาศฝนตกหนักควรหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีน้ำท่วมซ้ำซาก รวมถึงไม่จอดรถใต้ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา หรือสิ่งปลูกสร้างที่อาจได้รับผลกระทบจากลมแรง
พยากรณ์อากาศแยกรายภาค
- ภาคเหนือ: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรงบางแห่ง โดยเฉพาะแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ตาก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 22–26 องศาเซลเซียส สูงสุด 33–36 องศาเซลเซียส
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรงบางแห่ง โดยเฉพาะชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 22–25 องศาเซลเซียส สูงสุด 33–35 องศาเซลเซียส
- ภาคกลาง: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ มีลมกระโชกแรงและฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณกาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม อุณหภูมิต่ำสุด 22–26 องศาเซลเซียส สูงสุด 33–35 องศาเซลเซียส
- ภาคตะวันออก: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ มีลมกระโชกแรงและฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23–26 องศาเซลเซียส สูงสุด 32–35 องศาเซลเซียส
- ภาคใต้ฝั่งตะวันออก: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช อุณหภูมิต่ำสุด 22–25 องศาเซลเซียส สูงสุด 32–35 องศาเซลเซียส
- ภาคใต้ฝั่งตะวันตก: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ โดยเฉพาะพังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 23–26 องศาเซลเซียส สูงสุด 32–35 องศาเซลเซียส
เตือนชาวเรือรับมือคลื่นสูงและฝนฟ้าคะนอง
บริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทย หากมีฝนฟ้าคะนองจะมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีกลุ่มฝนฟ้าคะนอง สำหรับอ่าวไทยตั้งแต่สุราษฎร์ธานีขึ้นมา ลมตะวันออกพัดด้วยความเร็ว 15–30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร แต่บริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจสูงเกิน 2 เมตร
ส่วนตั้งแต่นครศรีธรรมราชลงไป ลมจะเปลี่ยนเป็นลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15–30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขณะที่ฝั่งอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจสูงเกิน 2 เมตร นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบประกาศจากเจ้าหน้าที่ก่อนลงเรือหรือทำกิจกรรมทางทะเลทุกครั้ง
คำแนะนำเพื่อความปลอดภัยในช่วงฝนตกหนัก
- หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้งขณะเกิดฟ้าคะนอง
- ไม่ยืนหรือจอดรถใต้ต้นไม้ใหญ่ เสาไฟ ป้ายโฆษณา และสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง
- ตรวจสอบหลังคา ประตู หน้าต่าง และระบบระบายน้ำรอบบ้านให้พร้อมใช้งาน
- ขับรถด้วยความเร็วต่ำ เปิดไฟหน้า และเว้นระยะห่างจากรถคันหน้า
- ติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง
- ชาวเรือควรงดออกจากฝั่งเมื่อมีประกาศเตือนคลื่นลมแรงหรือฝนฟ้าคะนอง
โดยสรุป อากาศแปรปรวน ฝนถล่ม ลมแรง กทม. 70% ภาคใต้ฝนตกหนักยาว เป็นสัญญาณให้ทุกคนเพิ่มความระมัดระวัง โดยเฉพาะผู้ที่ต้องเดินทาง ผู้พักอาศัยในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม และผู้ทำงานหรือท่องเที่ยวบริเวณชายฝั่ง การเตรียมอุปกรณ์จำเป็น วางแผนเส้นทาง และติดตามข่าวสารอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดความเสี่ยงและทำให้รับมือกับสภาพอากาศได้ดียิ่งขึ้น
ที่มา – อากาศแปรปรวน! อุตุฯ เตือนฝนถล่ม-ลมแรง กทม.โดน 70% ภาคใต้รับมือฝนตกหนักยาว