อาจารย์พรสันต์เตือนหมอปราย อย่าให้ข่าวลอยๆ ปม “ชุดใหญ่ไฟกระพริบ” ทำสังคมปั่นป่วน
ในช่วงที่สังคมกำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การให้ข้อมูลที่ไม่แน่ชัดหรือการพูดจาทำนายลอยๆ อาจก่อให้เกิดผลกระทบวงกว้างได้ โดยเฉพาะเมื่อข้อมูลนั้นมาจากบุคคลที่มีชื่อเสียงและเป็นที่จับตามองของประชาชน อย่างกรณีล่าสุดที่หมอปราย – พลอยกระซิบ ออกมากล่าวถึงปรากฏการณ์หรือเหตุการณ์ที่อาจจะเกี่ยวข้องกับ “ชุดใหญ่ไฟกระพริบ” ภายใน 2-3 วันข้างหน้า ก่อให้เกิดความตื่นตระหนกในวงกว้าง
เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม ผศ.ดร.พรสันต์ เลี้ยงบุญเลิศชัย จากคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ออกมากล่าวถึงกรณีดังกล่าวด้วยความเป็นห่วง ถึงผลกระทบของการให้ข่าวที่ไม่มีที่มาหรือหลักฐานชัดเจน โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ประชาชนอยู่ในสภาวะจิตใจที่ละเอียดอ่อน การพูดจาแบบไม่รับผิดชอบอาจกระตุ้นให้เกิดการตีความผิดพลาด และความวิตกกังวลจนเกินเหตุ
“ชุดใหญ่ไฟกระพริบ” จุดประเด็นที่ทำให้สังคมสะท้าน
ผศ.ดร.พรสันต์ได้ตั้งข้อสงสัยว่า การพูดถึงเรื่อง “ชุดใหญ่ไฟกระพริบ” โดยไม่มีข้อมูลใดๆ ที่มารองรับ เป็นสิ่งที่เหมาะสมหรือไม่ ประเด็นนี้ไม่ใช่แค่การเคลมเก่ง หรือพูดตามอารมณ์ แต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับศีลธรรมและความรับผิดชอบของผู้ที่เข้าถึงประชาชน
ข้อควรระวังเมื่ออยู่ในพื้นที่สาธารณะ
เขาย้ำว่าช่วงเวลาที่เป็น “ช่วงเซนซิทีฟ” เช่น นี้ บุคคลที่ถูกสัมภาษณ์หรือเป็นที่สนใจของสังคมควรมีสติในการให้ข้อมูล เพราะคำพูดหนึ่งประโยคอาจสร้างความรู้สึกหวิวหรือวิตกกังวลไปทั่วสังคม อีกทั้งคำพูดเหล่านี้สามารถจุดประกายความเชื่อที่ผิดๆ และอาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดที่ลึกซึ้งและแก้ไขได้ยาก
ยิ่งในยุคที่ข่าวสารบนโลกออนไลน์สามารถเผยแพร่ไปได้ทั่วทุกหย่อมหญ้าอย่างรวดเร็ว “ชุดใหญ่ไฟกระพริบ” คำนี้จึงไม่ใช่เพียงแค่เหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น แต่เป็นเรื่องที่สะท้อนกระบวนการคิดและการใช้เสรีภาพในการให้ข่าวของเหล่าคนดังและนักพูดในวงกว้าง
คำแนะนำในการรับมือกับข่าวแว่วหรือคำทำนาย:
- ตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ
- ไม่แชร์ข้อมูลต่อจนกว่าจะมั่นใจในความเป็นจริง
- แยกแยะระหว่างความบันเทิงกับข่าวจริง เพื่อป้องกันการตื่นตระหนกที่ไม่จำเป็น
ในยุคที่ทุกข่าวมีผลกระทบต่อจิตใจและความเชื่อของคนหมู่มาก ควรตระหนักว่า “ชุดใหญ่ไฟกระพริบ” หรือคำพูดในลักษณะเช่นนี้ ไม่ใช่เพียงกระแสไวรัสในโซเชียล แต่สะท้อนถึงพฤติกรรมการเสพสื่อและการสื่อสารในยุคพิเศษนี้
บทสรุป: ความรับผิดชอบบนการพูด “ชุดใหญ่ไฟกระพริบ”
ทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นว่า บุคคลที่มีบทบาททางสังคม ทั้งคนวงการบันเทิง, นักทฤษฎี, หรือแม้กระทั่งผู้เชี่ยวชาญ ต้องใช้คำพูดอย่างระมัดระวัง เพราะในยุคของ “ชุดใหญ่ไฟกระพริบ” ข้อมูลที่ไม่มีหลักฐานเพียงพอ อาจกลายเป็นลูกไฟของการระแวงจนยากจะดับลงได้
ผู้อ่านทุกคนควรมีส่วนร่วมในการสร้างวัฒนธรรมการเสพข่าวบนพื้นฐานแห่งความจริงใจ และป้องกันการเผยแพร่ “ชุดใหญ่ไฟกระพริบ” ที่ไม่มีของจริง การใช้สติและองค์ความรู้มากกว่าอารมณ์ล้วนจึงเป็นเรื่องสำคัญในโลกออนไลน์ยุคนี้