อานนท์กับพวกคุก 4 ปี ไม่รอลงอาญา
ศาลอาญามีคำพิพากษาคดีที่สังคมจับตา หลัง อานนท์กับพวกคุก 4 ปี ไม่รอลงอาญา ในคดีที่เกี่ยวข้องกับการปราศรัยและการชุมนุมเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2563 โดยศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าจำเลยบางรายมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 แม้จำเลยจะให้การปฏิเสธและต่อสู้ว่าเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพในการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญ
คดีนี้สืบเนื่องจากการรวมตัวของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม รวมถึงกลุ่มเยาวชนปลดแอกและผู้ชุมนุมประมาณ 2,000 คน บริเวณหน้าธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ หรือกิจกรรมที่รู้จักกันในชื่อ #25พฤศจิกาไปSCB การชุมนุมมีเป้าหมายเรียกร้องทางการเมืองหลายประเด็น ทั้งการเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออก การแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์
อานนท์กับพวกคุก 4 ปี ไม่รอลงอาญา
ศาลนัดฟังคำพิพากษาที่ห้องพิจารณา 804 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก โดยมีจำเลยบางรายที่ไม่ได้รับการประกันตัวถูกเบิกตัวจากเรือนจำมารับฟังคำพิพากษา ขณะที่ผู้สนับสนุนและบุคคลจากแวดวงการเมืองเดินทางมาให้กำลังใจบริเวณศาล เหตุการณ์ครั้งนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนและผู้ติดตามประเด็นสิทธิมนุษยชนอย่างกว้างขวาง
จำเลยในคดีประกอบด้วยนายอานนท์ นำภา นายพริษฐ์ หรือเพนกวิน ชิวารักษ์ นายภาณุพงศ์ หรือไมค์ จาดนอก น.ส.วรรณวลี หรือ ตี้ ธรรมสัตยา นายพงศธรณ์ หรือบอย ตันเจริญ นายพรหมศร หรือฟ้า วีระธรรมจารี และนายณวรรษ หรือแอมป์ เลี้ยงวัฒนา โดยเพนกวินและไมค์ไม่ได้เดินทางมาศาลตามรายงานข่าว
รายละเอียดคำพิพากษาอานนท์กับพวกคุก 4 ปี ไม่รอลงอาญา
ศาลพิเคราะห์คำเบิกความและพยานหลักฐานของทั้งสองฝ่ายแล้ว เห็นว่าพยานหลักฐานฝ่ายโจทก์มีความสอดคล้องและมีน้ำหนักน่าเชื่อถือ ไม่พบเหตุอันควรเชื่อว่าเป็นการปรักปรำจำเลย ส่วนข้ออ้างของจำเลยเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพในการชุมนุม ศาลเห็นว่าการกระทำดังกล่าวเกินกว่าขอบเขตที่กฎหมายกำหนด
คำพิพากษาระบุว่า จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 4 ถึง 7 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ศาลลงโทษจำคุกคนละ 4 ปี อย่างไรก็ตาม จำเลยให้การที่เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ศาลจึงลดโทษให้หนึ่งในสาม เหลือจำคุกคนละ 2 ปี 8 เดือน โดยไม่รอลงอาญา
- ศาลลงโทษจำคุกเบื้องต้นคนละ 4 ปี
- ลดโทษให้หนึ่งในสาม เหลือคนละ 2 ปี 8 เดือน
- ศาลมีคำสั่งไม่รอลงอาญา
- จำเลยบางรายยังมีคดีอื่นอยู่ระหว่างการพิจารณา
สำหรับข้อหาอื่นที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม มีรายงานว่าในขั้นตอนตรวจพยานหลักฐาน ศาลมีคำสั่งจำหน่ายข้อหาบางส่วนที่เข้าข่ายได้รับนิรโทษกรรมตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทำให้การพิจารณาคดีนี้เหลือประเด็นหลักเกี่ยวกับข้อกล่าวหาตามมาตรา 112 เป็นสำคัญ
นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นทนายความของจำเลย เปิดเผยภายหลังฟังคำพิพากษาว่า คดีนี้เกี่ยวข้องกับการเรียกร้องให้มีการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ และประเด็นนโยบายเกี่ยวกับทรัพย์สินส่วนพระองค์ในช่วงรัฐบาลที่ผ่านมา ทนายความระบุว่าจะดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป
ในส่วนของนายอานนท์ ก่อนหน้านี้เคยถูกศาลพิพากษาจำคุกจากหลายคดี เมื่อนับรวมคดีนี้มีโทษจำคุกรวมกว่า 38 ปี อย่างไรก็ตาม ยังมีคดีอื่นอีกหลายคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณา โดยส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับมาตรา 112 ขณะที่ข้อหาอื่นจากการชุมนุมมีการยื่นคำร้องขอใช้กฎหมายเกี่ยวกับการสร้างเสริมสันติสุขประกอบการต่อสู้คดี
หลังมีคำพิพากษา ทนายความเตรียมยื่นขอประกันตัวจำเลยที่ไม่มีหมายขังในคดีอื่น เพื่อขอต่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ต่อไป ขั้นตอนหลังจากนี้จึงเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม ทั้งคำสั่งเกี่ยวกับการประกันตัว เหตุผลในคำพิพากษาฉบับเต็ม และแนวทางการดำเนินคดีของจำเลยแต่ละราย
คดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การชุมนุมทางการเมือง และขอบเขตของกฎหมายอาญา ผู้อ่านควรติดตามข้อมูลจากคำพิพากษาและเอกสารทางกฎหมายโดยตรง พร้อมแยกแยะระหว่างข้อเท็จจริง ความเห็นของคู่ความ และการตีความทางการเมืองอย่างรอบคอบ หากต้องการเข้าใจประเด็นนี้มากขึ้น ควรติดตามความคืบหน้าในชั้นอุทธรณ์และรับฟังข้อมูลจากทุกฝ่ายอย่างเป็นกลาง
ที่มา – โดนคุกอีก! ‘อานนท์’ กับพวก หมิ่นเบื้องสูงคนละ 4 ปี ไม่รอลงอาญา โทษคดีอื่นรวมกว่า 38 ปี