อำเภอกาบเชิงเงียบเหงาหลังปะทะชายแดน

อำเภอกาบเชิงเงียบเหงาหลังปะทะชายแดน

วันที่ 20 ธันวาคม 2568 บรรยากาศในพื้นที่อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ยังคงตึงเครียดและเงียบเหงาอย่างยิ่ง หลังเกิดเหตุปะทะกันระหว่างกองกำลังไทยและกัมพูชาบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ต้องอพยพออกจากบ้านชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย

ชีวิตประจำวันเปลี่ยนไป

เมื่อทีมข่าวเดินทางเข้าไปในตัวอำเภอ พบว่าร้านค้าและสถานประกอบการส่วนใหญ่ต่างปิดให้บริการ ตลาดการค้าชายแดนช่องจอม ซึ่งเคยคึกคักด้วยพ่อค้าแม่ค้าและนักท่องเที่ยว ก็กลับกลายเป็นพื้นที่ว่างเปล่าไร้ผู้คน บรรยากาศเงียบสนิท ไร้เสียงพูดคุยหรือการซื้อขายใด ๆ

เสียงปืนใหญ่ดังขึ้นเป็นระยะ ๆ ทำให้บรรยากาศยิ่งตึงเครียด ตามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ กองกำลังฝ่ายไทยได้ยิงปืนใหญ่สนับสนุนพื้นที่เนิน 350 ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ขณะที่ประชาชนยังคงอยู่ในภาวะตื่นตระหนก

ความพยายามของเจ้าหน้าที่

นายสุทธิโรจน์ เจริญธนะศักดิ์ นายอำเภอกาบเชิง ได้สั่งการให้หน่วยงานความมั่นคงและปกครองเฝ้าระวังพื้นที่อย่างเข้มข้น พร้อมย้ำห้ามเด็ดขาดไม่ให้ประชาชนเดินทางกลับเข้าไปในพื้นที่จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายอย่างเป็นทางการ

ด้าน ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ผู้นำชุมชน และจิตอาสา กว่า 30 คน จากบ้านด่านพัฒนา ตำบลด่าน ยังคงปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง แม้จะอยู่ห่างจากจุดผ่านแดนถาวรช่องจอมเพียงไม่กี่กิโลเมตร พวกเขาทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัย ตรวจตราพื้นที่ และช่วยดูแลสัตว์เลี้ยงของประชาชนที่อพยพออกไป

ทีมชรบ. ยังต้องคอยตรวจสอบพื้นที่ หากพบเห็นประชาชนที่พยายามเดินทางกลับมาดูบ้านหรือสัตว์เลี้ยง ก็จะขอความร่วมมือให้รีบกลับไปยังศูนย์พักพิงก่อน เพื่อหลีกเลี่ยงอันตราย

ผลกระทบที่ลึกซึ้ง

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในอำเภอกาบเชิงอย่างรุนแรง ตลาดการค้าชายแดนที่เคยเป็นแหล่งรายได้สำคัญของชุมชน ต้องหยุดชะงักลงอย่างสิ้นเชิง ร้านค้า ร้านอาหาร และบริการต่าง ๆ ต่างได้รับความเสียหาย

นอกจากนี้ ความไม่แน่นอนทางการเมืองและความตึงเครียดที่ยืดเยื้อยังส่งผลต่อจิตใจของประชาชน หลายคนต้องนอนหลับอยู่ในศูนย์พักพิง ห่างจากบ้านและทรัพย์สินของตนเอง ด้วยความกังวลว่าจะเกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้นอีก

ความหวังในการคลี่คลาย

แม้สถานการณ์จะดูตึงเครียด แต่ความหวังในการคลี่คลายก็ยังมีอยู่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด ทั้งด้านความมั่นคง การสื่อสารกับประชาชน และการดูแลความปลอดภัย

การมีส่วนร่วมของชุมชน ไม่ว่าจะเป็น ชรบ. ผู้นำชุมชน หรือจิตอาสา แสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งและความสามัคคีของคนในพื้นที่ แม้จะต้องเผชิญกับความยากลำบาก แต่ทุกคนยังคงยืนหยัดและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

สำหรับประชาชนที่ยังคงอพยพอยู่ ขอให้ติดตามข่าวสารและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด ความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินควรเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

ที่มา – “อำเภอกาบเชิง”เงียบสนิท ประชาชนอพยพ หลังปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *