อิสราเอลสั่งอังกฤษปิดกงสุลเยรูซาเลมภายใน 30 วัน
สถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกำลังตึงเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เมื่อล่าสุดมีรายงานข่าวว่า อิสราเอลสั่งอังกฤษปิดกงสุลเยรูซาเลมภายใน 30 วัน เพื่อเป็นการตอบโต้มาตรการที่ทางสหราชอาณาจักรได้ประกาศคว่ำบาตรสินค้าที่มาจากชุมชนชาวยิวในเขตเวสต์แบงก์ สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับวงการทูตในตะวันออกกลางเป็นอย่างมาก
เหตุผลเบื้องหลังคำสั่ง อิสราเอลสั่งอังกฤษปิดกงสุลเยรูซาเลมภายใน 30 วัน
การตัดสินใจครั้งนี้มาจากความไม่พอใจของรัฐบาลอิสราเอล โดยนายกีเดียน ซาร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิสราเอล ได้ออกมาให้เหตุผลว่า สถานกงสุลแห่งนี้เป็นหน่วยงานที่ขึ้นทะเบียนกับรัฐบาลปาเลสไตน์ ซึ่งถือเป็นการไม่ให้เกียรติอธิปไตยของอิสราเอล นอกจากนี้ การที่อังกฤษเลือกใช้มาตรการทางเศรษฐกิจกดดันชุมชนชาวยิว จึงทำให้อิสราเอลต้องออกมาตรการตอบโต้ในระดับเดียวกัน
ผลกระทบเมื่อ อิสราเอลสั่งอังกฤษปิดกงสุลเยรูซาเลมภายใน 30 วัน
ผลกระทบที่ตามมานั้นรุนแรงและฉับไว โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้:
- นักการทูตสหราชอาณาจักรทุกคนที่ประจำการ ณ กงสุลเยรูซาเลม จะสูญเสียสถานะการรับรองภายในระยะเวลา 30 วัน
- ผู้แทนการทูตที่ประสานงานภารกิจฉนวนกาซาและที่ประจำการในเมืองรามัลเลาะห์ จะต้องเดินทางออกจากอิสราเอลภายใน 7 วัน
- ความร่วมมือทางการทูตระหว่างสองประเทศต้องหยุดชะงักลงชั่วคราว
ทางด้านรัฐบาลสหราชอาณาจักร โดยนายเอ็ด มิลิแบนด์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ออกมาแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมยืนยันว่าการดำเนินการของอังกฤษเป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อรักษาหลักการและป้องกันไม่ให้สถานการณ์ในพื้นที่เลวร้ายลงไปกว่าเดิม แต่ดูเหมือนว่าท่าทีของอิสราเอลจะยังคงแข็งกร้าวและไม่ถอยให้กับมาตรการนี้ง่ายๆ
สำหรับเหตุการณ์ อิสราเอลสั่งอังกฤษปิดกงสุลเยรูซาเลมภายใน 30 วัน นี้ ถือเป็นเครื่องสะท้อนให้เห็นว่าความขัดแย้งในภูมิภาคนี้มีความซับซ้อนและละเอียดอ่อนเพียงใด การใช้มาตรการตอบโต้ทางการทูตอาจไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุดในระยะยาว แต่เป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายต้องจับตามองอย่างใกล้ชิดว่าจะนำไปสู่ความตึงเครียดระดับโลกหรือไม่ เราต้องติดตามกันต่อไปว่าทางออกของปัญหาเรื่องนี้จะจบลงอย่างไร และความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศจะสามารถฟื้นฟูกลับมาได้หรือไม่ในอนาคต
ที่มา – อิสราเอลสั่งอังกฤษปิดกงสุลเยรูซาเลมภายใน 30 วัน ตอบโต้คว่ำบาตรชุมชนชาวยิว