อิหร่านปัดผู้ประท้วงหญิงต้องโทษประหารหลังทรัมป์เรียกร้อง
ในสถานการณ์ทางการเมืองที่ตึงเครียดระหว่างอิหร่านและสหรัฐอเมริกา อิหร่านปัดผู้ประท้วงหญิง “ต้องโทษประหาร” หลังทรัมป์เรียกร้องให้ปล่อยตัว ได้กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทั่วโลกจับตามอง สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตันเมื่อวันที่ 22 เมษายน ว่า กลุ่มสิทธิมนุษยชนหลายแห่งชี้ว่ามีผู้หญิงอย่างน้อยหนึ่งคนที่ถูกจับกุมระหว่างการประท้วงเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ถูกตัดสินประหารชีวิตแล้ว และอีกหนึ่งคนกำลังเผชิญข้อหาที่อาจนำไปสู่โทษประหารได้
อิหร่านปัดผู้ประท้วงหญิง “ต้องโทษประหาร” หลังทรัมป์เรียกร้องให้ปล่อยตัว
เว็บไซต์มิซานออนไลน์ของฝ่ายตุลาการอิหร่านออกมาปฏิเสธทันที โดยระบุว่าประธานาธิบดีทรัมป์เข้าใจผิดจากข่าวปลอมอีกครั้ง ผู้หญิงที่ถูกกล่าวหาว่าต้องโทษประหาร บางคนได้รับการปล่อยตัวไปแล้ว ขณะที่คนอื่นๆ เผชิญข้อหาที่โทษสูงสุดคือจำคุกเท่านั้น ไม่ใช่ประหารชีวิต การโต้แย้งนี้เกิดขึ้นหลังจากทรัมป์โพสต์บนแพลตฟอร์ม Truth Social เรียกร้องให้อิหร่านปล่อยตัวผู้หญิงเหล่านี้ โดยบอกว่าอาจช่วยในการเจรจาระหว่างสองประเทศ
ทรัมป์ยังรีโพสต์ข้อความจากนักเคลื่อนไหวที่อ้างว่ามีผู้หญิง 8 คนเผชิญโทษประหารด้วยการแขวนคอ แม้จะไม่ระบุชื่อแต่มีรูปภาพประกอบ นางมาซีห์ อาลีเนจาด ผู้เห็นต่างชาวอิหร่านที่ลี้ภัยในสหรัฐ เป็นผู้โพสต์ชื่อทั้ง 8 คนบน X (อดีต Twitter) โดยพวกเธอถูกจับกุมจากเหตุประท้วงเดือนมกราคม ซึ่งนักเคลื่อนไหวกล่าวว่ารัฐบาลเตหะรานปราบปรามอย่างรุนแรง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตนับพันราย
พื้นหลังการประท้วงในอิหร่านที่นำไปสู่ประเด็นนี้
การประท้วงครั้งใหญ่ในอิหร่านเริ่มต้นจากกรณีการเสียชีวิตของมาห์ซา อามินี ในปี 2022 ซึ่งถูกตำรวจศีลธรรมจับกุมเพราะสวมฮิญาบไม่ถูกต้อง สิ่งนี้จุดชนวนคลื่นประท้วงทั่วประเทศ โดยเฉพาะจากผู้หญิงที่ต่อต้านกฎศีลธรรมที่เข้มงวด ผู้ประท้วงเรียกร้องเสรีภาพ สิทธิสตรี และการล้มล้างระบอบการปกครอง รัฐบาลตอบโต้ด้วยกำลังทหารและตำรวจ ทำให้มีรายงานผู้เสียชีวิตกว่า 500 รายและถูกจับกุมนับหมื่น
- ผู้หญิง 8 คนที่ถูกกล่าวถึง ถูกจับจากเหตุประท้วงมกราคม
- ข้อหาหลักเกี่ยวข้องกับการก่อจลาจลและต่อต้านรัฐ
- ตุลาการอิหร่านยืนยันโทษจำคุก ไม่ใช่ประหาร
- ทรัมป์ใช้ประเด็นนี้กดดันอิหร่านในการเจรจานิวเคลียร์
ประเด็น อิหร่านปัดผู้ประท้วงหญิง “ต้องโทษประหาร” หลังทรัมป์เรียกร้องให้ปล่อยตัว สะท้อนถึงความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับตะวันตก โดยเฉพาะสหรัฐที่มองว่าอิหร่านละเมิดสิทธิมนุษยชน ทรัมป์ซึ่งเคยถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์ JCPOA ใช้โซเชียลมีเดียเป็นเครื่องมือกดดันอย่างต่อเนื่อง ขณะที่อิหร่านมองว่านี่เป็นข่าวปลอมจากฝ่ายตรงข้าม
นอกจากนี้ กลุ่มสิทธิมนุษยชนอย่าง Amnesty International และ Human Rights Watch ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเรียกร้องให้ปล่อยตัวนักโทษการเมืองทั้งหมด การโต้เถียงนี้ไม่เพียงกระทบภาพลักษณ์ของอิหร่านในเวทีโลก แต่ยังอาจส่งผลต่อการเจรจาระหว่างประเทศในอนาคต
จากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ สถานการณ์สิทธิมนุษยชนในอิหร่านยังคงน่ากังวล โดยเฉพาะต่อผู้หญิงที่กล้าท้าทายกฎหมายศาสนา แม้อิหร่านจะปฏิเสธ แต่รายงานจากองค์กรนานาชาติชี้ว่ามีคดีประหารชีวิตเพิ่มขึ้นในช่วงประท้วง
สุดท้ายแล้ว ประเด็นนี้ชี้ให้เห็นว่าการเมืองระหว่างประเทศมักผสมโรงกับสิทธิมนุษยชน คุณคิดอย่างไรกับการเรียกร้องของทรัมป์? ควรปล่อยตัวผู้ประท้วงเหล่านี้หรือไม่? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดเหตุการณ์สำคัญ
ที่มา – อิหร่านปัดผู้ประท้วงหญิง “ต้องโทษประหาร” หลังทรัมป์เรียกร้องให้ปล่อยตัว