อิหร่านเล็งยกระดับคุมเข้มฮอร์มุซ สกัดเรือศัตรู

สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางกำลังร้อนระอุขึ้นอีกครั้ง เมื่อ อิหร่านเล็งยกระดับคุมเข้มฮอร์มุซ สกัดเรือ “ศัตรู” พ่วงบังคับจ่ายเงินเรียล ซึ่งเป็นมาตรการที่อาจเปลี่ยนโฉมหน้าการค้าพลังงานโลก ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นเส้นทางสำคัญที่น้ำมันดิบกว่า 20% ของโลกต้องผ่านทุกวัน หากอิหร่านลงมือจริง ผลกระทบจะยิ่งหนักหน่วง

อิหร่านเล็งยกระดับคุมเข้มฮอร์มุซ สกัดเรือ “ศัตรู” พ่วงบังคับจ่ายเงินเรียล

ตามรายงานจากสำนักข่าวต่างประเทศในกรุงเตหะราน เมื่อวันที่ 27 เมษายน นายอิบราฮิม อาซิซี ประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งชาติในรัฐสภาอิหร่าน เปิดเผยว่า กองทัพอิหร่านและกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) สามารถควบคุมเส้นทางเดินเรือเข้า-ออกช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างสมบูรณ์ พวกเขากำลังพิจารณามาตรการห้ามเรือจาก “ประเทศศัตรู” เดินผ่าน และบังคับให้ชำระค่าผ่านทางด้วยสกุลเงินเรียลของอิหร่านเท่านั้น

ร่างกฎหมายนี้ไม่ใช่แค่การปิดกั้น แต่ยังเป็นกลยุทธ์เศรษฐกิจที่ชาญฉลาด เพราะจะบังคับให้ประเทศต่างๆ ต้องถือครองสกุลเงินเรียล เพิ่มความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจอิหร่านที่ถูกคว่ำบาตรมาอย่างยาวนาน

ผลกระทบจากมาตรการอิหร่านเล็งยกระดับคุมเข้มฮอร์มุซ

ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา นับตั้งแต่สงครามปะทุเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ ปริมาณเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดลงเหลือเพียง 5% ของค่าเฉลี่ยปกติ ส่งผลให้เอเชียขาดแคลนน้ำมันสำเร็จรูปอย่างหนัก ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้นทันที หากมาตรการนี้บังคับใช้จริง จะยิ่งทำให้ห่วงโซ่อุปทานพลังงานสะดุด

  • การค้าพลังงานเอเชียเสียหายหนัก โดยเฉพาะจีน อินเดีย และญี่ปุ่นที่พึ่งพาน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซีย
  • ราคาน้ำมันโลกอาจทะยานสู่ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล กระทบผู้บริโภคทั่วโลก
  • เรือสินค้าต้องอ้อมเส้นทางอื่น เพิ่มต้นทุนการขนส่ง 20-30%
  • เศรษฐกิจอิหร่านได้ประโยชน์จากเงินเรียลที่ไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง

ด้านสหรัฐฯ ไม่ยอมง่ายๆ โดยประกาศปิดล้อมท่าเรืออิหร่านตั้งแต่ 13 เมษายน และกองทัพสหรัฐเข้าสกัดกั้นเรืออิหร่านไปแล้ว 38 ลำ สถานการณ์นี้เหมือนสงครามเย็นทางทะเล ที่ทั้งสองฝ่ายแข่งกันควบคุมเส้นทางยุทธศาสตร์

ความสำคัญของช่องแคบฮอร์มุซต่อเศรษฐกิจโลก

ช่องแคบฮอร์มุซมีความกว้างเพียง 33 กิโลเมตร แต่เป็นประตูสู่ทะเลอาหรับและมหาสมุทรอินเดีย น้ำมันดิบ 21 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือ 1 ใน 5 ของการบริโภคโลก ต้องผ่านที่นี่ อิหร่านที่ครองฝั่งหนึ่งของช่องแคบ จึงมีอำนาจต่อรองมหาศาล ครั้งก่อนในปี 2019 อิหร่านเคยจับเรือบรรทุกน้ำมัน สร้างความปั่นป่วนให้ตลาดโลกมาแล้ว

นอกจากนี้ ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากกาตาร์ก็ต้องผ่านเช่นกัน หากปิด เอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมไทยเราก็เดือดร้อนตาม เพราะนำเข้าน้ำมันกว่า 80% จากตะวันออกกลาง

กลยุทธ์ของอิหร่านและการตอบโต้จากสหรัฐ

อิหร่านใช้ IRGC ซึ่งมีกองเรือเร็วและขีปนาวุธข้ามทวีป เป็นเครื่องมือหลักในการคุมช่องแคบ ส่วนสหรัฐมีกองเรือบรรทุกเครื่องบินประจำการในทะเลอาหรับ พร้อมพันธมิตรอย่างซาอุฯ และ UAE สถานการณ์คล้ายจุดเดือดที่พร้อมระเบิดได้ทุกเมื่อ

ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า มาตรการบังคับใช้เรียลคือจุดเปลี่ยน เพราะจะช่วยอิหร่านหลบเลี่ยง санкции จากสหรัฐ โดยทำให้เงินเรียลกลายเป็นสกุลเงินสำรองในภูมิภาค

ในมุมเศรษฐกิจโลก นี่คือความเสี่ยงใหญ่ OPEC+ อาจต้องเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อชดเชย แต่ก็มีขีดจำกัด สุดท้ายผู้บริโภคอย่างเราจะจ่ายแพงขึ้น

ความเห็นส่วนตัว สถานการณ์ อิหร่านเล็งยกระดับคุมเข้มฮอร์มุซ สกัดเรือ “ศัตรู” พ่วงบังคับจ่ายเงินเรียล นี้แสดงให้เห็นถึงพลังของภูมิรัฐศาสตร์ หากไม่มีการเจรจา ราคาน้ำมันอาจพุ่งแตะระดับวิกฤติ คุณคิดว่าประเทศไทยควรเตรียมรับมืออย่างไร? แชร์ความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมกดไลค์ แชร์ เพื่อติดตามข่าวอัปเดต!

ที่มา – อิหร่านเล็งยกระดับคุมเข้มฮอร์มุซ สกัดเรือ “ศัตรู” พ่วงบังคับจ่ายเงินเรียล

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *