อิ๊งค์ไปศาลเอง ยืนยันความโปร่งใส
เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ที่ศาลอาญาถนนรัชดาภิเษก มีการนัดฟังคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำ อ.968/2561 ซึ่งพนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ฟ้อง นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และแกนนำคนอื่นๆ รวม 13 คน เป็นจำเลยในข้อหาชุมนุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ก่อความวุ่นวายตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ พ.ศ. 2548 เมื่อช่วงเดือนมกราคม-เมษายน ปี 2552
อิ๊งค์ไปศาลเอง
ล่าสุดในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะนัดไต่สวนวินิจฉัยคดีนายกรัฐมนตรี อิ๊งค์ แพทองธาร กรณีมีคลิปเสียงสนทนาทางโทรศัพท์กับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ว่า อิ๊งค์ไปศาลเอง เพื่อเข้าสู่กระบวนการไต่สวน มีรายงานว่า น.ส.แพทองธารจะเดินทางไปศาลด้วยตนเองในเวลา 10.00 น. พร้อมทีมทนายความส่วนตัว
สถานการณ์การเมืองรอบด้าน
ในวันเดียวกัน ล่าสุดศาลยังเลื่อนการพิจารณาคดีนปช.ออกไป 1 นัด โดยมีการแจ้งจากที่ปรึกษานายอดิศร เพียงเกษ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ว่าอยู่ระหว่างประชุมสภา จึงขอเลื่อนไปฟังคำพิพากษาในวันที่ 7 ตุลาคมนี้
“ตู่” จตุพร พรหมพันธุ์ กล่าวถึงคดีของ อิ๊งค์ไปศาลเอง ว่าประชาชนตัดสินเรื่องนี้ไปแล้วตั้งแต่มีคลิปเสียงออกมา และยืนยันว่าศาลจะเป็นผู้ตัดสินโดยไม่มีดีลใดๆ ส่วนกรณีของทักษิณ ชินวัตร ที่มั่นใจว่าจะรอดคดี ม.112 เป็นเรื่องปกติของคนเป็นจำเลย แต่ทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล
ขณะเดียวกัน นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ ส.ว. เผยว่า ส.ว.บางกลุ่มเตรียมคว่ำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ พ.ศ.2569 นี้ เพราะการเลื่อนวันพิจารณาหลังวันที่ศาลวินิจฉัยคดี อิ๊งค์ไปศาลเอง เพราะหวังผลหากศาลตัดสินเป็นลบ
- ยืนยันความโปร่งใสในการดำเนินคดี
- แสดงพลังประชาชนหลังถูกกล่าวหา
- ไม่มีการชี้นำทางการเมือง
ทั้งนี้ หากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยในเชิงลบ อาจส่งผลต่อความมั่นคงทางการเมืองระดับประเทศและสร้างช่องทางให้ฝ่ายค้านเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงโครงสร้างรัฐบาลในอนาคต
อย่างไรก็ตาม การที่ อิ๊งค์ไปศาลเอง สามารถตอกย้ำภาพลักษณ์ของผู้นำที่ไม่หลบหนีความรับผิดชอบ และสร้างความเชื่อมั่นต่อมหาชนได้เป็นอย่างดี
ที่มา – “อิ๊งค์” ไปศาลเอง



