อุทาหรณ์โชเฟอร์ 6 ล้อ ก้มเก็บของชนเก๋งพังร้านอาหาร
เหตุการณ์อุบัติเหตุบนถนนซอยแบริ่ง จังหวัดสมุทรปราการ กลายเป็นเรื่องเตือนใจผู้ใช้รถใช้ถนนอีกครั้ง หลังโชเฟอร์รถบรรทุก 6 ล้อก้มลงไปเก็บของภายในห้องโดยสารเพียงชั่วครู่ ก่อนเงยหน้าขึ้นมาแล้วพบว่ารถเสียหลักพุ่งเข้าข้างทาง ชนรถเก๋งที่จอดอยู่ และแรงกระแทกยังทำให้รถหมุนไปชนบ้านพักกับร้านอาหารริมทางจนได้รับความเสียหาย โชคดีที่เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
อุทาหรณ์โชเฟอร์ 6 ล้อ ก้มเก็บของชนเก๋งพังร้านอาหาร
เหตุเกิดเมื่อวันที่ 4 ต.ค. 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ ได้รับแจ้งเหตุรถบรรทุก 6 ล้อพุ่งชนรถยนต์และสิ่งปลูกสร้าง บริเวณริมถนนซอยแบริ่ง ใกล้ซอยแบริ่ง 1 ตำบลสำโรงเหนือ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จึงเดินทางไปตรวจสอบพื้นที่ทันที
ในที่เกิดเหตุพบรถบรรทุก 6 ล้อ ตู้ทึบ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียนจังหวัดปทุมธานี สภาพด้านหน้าบริเวณกันชนได้รับความเสียหาย โดยรถบรรทุกพุ่งชนท้ายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลยี่ห้อโตโยต้า สีแดง ซึ่งจอดอยู่ข้างทางอย่างรุนแรง ตัวรถเก๋งทั้งด้านหน้าและด้านหลังพังเสียหายหนักจนแทบกลายเป็นเศษเหล็ก
นอกจากรถยนต์ทั้งสองคันแล้ว แรงกระแทกยังทำให้รถเก๋งหมุนไปชนประตูเหล็กหน้าบ้านพัก รวมถึงร้านอาหารอีสานริมทางได้รับความเสียหาย ป้ายห้ามจอดของทางราชการก็ถูกชนจนล้มลงด้วย ภาพความเสียหายสะท้อนให้เห็นว่า แม้การละสายตาจากถนนจะเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วินาที แต่ผลลัพธ์อาจรุนแรงเกินกว่าที่คาดคิด
อุทาหรณ์โชเฟอร์ 6 ล้อ ก้มเก็บของชนเก๋งพังร้านอาหาร กับสาเหตุที่ไม่ควรมองข้าม
จากการสอบถาม นายกชกร โชเฟอร์รถบรรทุก 6 ล้อ ให้ข้อมูลว่า ก่อนเกิดเหตุขับรถมาตามปกติ แต่ระหว่างทางได้ก้มลงไปเก็บสิ่งของภายในห้องโดยสาร เมื่อเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง รถก็เสียหลักพุ่งเข้าหาข้างทางและชนรถเก๋งที่จอดอยู่ทันที เจ้าตัวยอมรับว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากความประมาทของตนเอง และรู้สึกโชคดีที่ไม่มีใครได้รับอันตราย
คำให้การนี้เป็นประเด็นสำคัญสำหรับผู้ขับขี่ทุกคน เพราะการหยิบโทรศัพท์ เก็บสิ่งของ ปรับเครื่องเสียง หรือหันไปพูดคุยกับผู้โดยสาร ล้วนทำให้สมาธิหลุดจากการควบคุมรถได้ทั้งนั้น โดยเฉพาะรถบรรทุกที่มีน้ำหนักมากและต้องใช้ระยะเบรกมากกว่ารถยนต์ทั่วไป หากเกิดเหตุฉุกเฉิน ผู้ขับขี่อาจไม่มีเวลามากพอที่จะหักหลบหรือหยุดรถได้ทัน
นายพรศักดิ์ คุประดิษฐ์ เจ้าของร้านอาหารอีสานที่ได้รับความเสียหาย เล่าว่า ขณะเกิดเหตุกำลังเก็บร้านอยู่ จากนั้นได้ยินเสียงชนดังสนั่นและเสียงครูดไปตามถนน ก่อนเห็นรถพุ่งเข้าชนรถเก๋งข้างทางแล้วกระแทกมาถึงบริเวณร้าน นอกจากนี้ บ้านข้างเคียงก็ได้รับความเสียหายค่อนข้างมากเช่นกัน
วิธีป้องกันอุบัติเหตุจากการละสายตาขณะขับรถ
ผู้ขับขี่ควรเตรียมสิ่งของที่จำเป็นให้เรียบร้อยก่อนออกรถ หากมีของตกหรือจำเป็นต้องหยิบสิ่งของ ควรหาจุดจอดที่ปลอดภัยและหยุดรถให้สนิทก่อนเสมอ ไม่ควรพยายามเอื้อมมือไปหยิบของระหว่างรถกำลังเคลื่อนที่ เพราะอาจทำให้มือหลุดจากพวงมาลัยและสายตาไม่อยู่บนเส้นทาง
- จัดเก็บสิ่งของให้มั่นคง: วางของใช้ในช่องเก็บของหรือบริเวณที่หยิบได้ง่ายโดยไม่บดบังทัศนวิสัย
- หยุดรถก่อนทำกิจกรรมอื่น: หากต้องใช้โทรศัพท์ ปรับระบบนำทาง หรือเก็บของ ควรจอดรถในจุดที่ปลอดภัย
- รักษาระยะห่าง: การเว้นระยะจากรถคันหน้าเพิ่มโอกาสให้ผู้ขับขี่หยุดรถได้ทันเมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด
- ลดความเร็วในพื้นที่ชุมชน: ถนนที่มีบ้าน ร้านค้า และคนเดินเท้าต้องใช้ความเร็วอย่างระมัดระวัง
- ตรวจความพร้อมก่อนเดินทาง: เช็กเบรก ยางรถ กระจก และอุปกรณ์สำคัญก่อนนำรถออกใช้งาน
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่บันทึกภาพ ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ และตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ของโชเฟอร์รถบรรทุก พร้อมเชิญตัวไปสอบสวนเพิ่มเติมที่สถานีตำรวจ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและพิจารณาความรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถยนต์ บ้านพัก ร้านอาหาร และทรัพย์สินของทางราชการ
อุทาหรณ์โชเฟอร์ 6 ล้อ ก้มเก็บของชนเก๋งพังร้านอาหาร จึงไม่ใช่เพียงข่าวอุบัติเหตุทั่วไป แต่เป็นเครื่องเตือนใจว่าความประมาทเพียงชั่ววูบสามารถสร้างความเสียหายเป็นวงกว้างได้ ผู้ใช้รถทุกคนควรมีสติ ไม่ละสายตาจากถนน และเลือกจอดรถให้ปลอดภัยก่อนหยิบของหรือทำกิจกรรมอื่น เพื่อช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำ
การขับรถอย่างปลอดภัยเริ่มต้นได้จากเรื่องง่าย ๆ คือการให้ความสำคัญกับถนนตรงหน้า หากทุกคนรักษาสติและไม่ประมาท ก็จะช่วยปกป้องทั้งชีวิตของตัวเองและผู้ร่วมทางได้มากที่สุด
ที่มา – อุทาหรณ์! โชเฟอร์ 6 ล้อ ก้มเก็บของเงยมาช็อก พุ่งเสยเก๋งพังอัดร้านอาหารซ้ำ


