“ฮุนเซน”บอกเอง “เขมร”ฟ้องนานาชาติ “ไทย”ขยายขอบเขต
ในสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาที่ตึงเครียดมาอย่างยาวนาน ล่าสุดมีข่าวสำคัญที่ ฮุนเซนบอกเองเขมรฟ้องนานาชาติไทยขยายขอบเขตความขัดแย้ง โดยเฉพาะปมพิพาทหมู่บ้านหนองหญ้าแก้วและบ้านหนองจาน ซึ่งเป็นประเด็นร้อนที่อาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ทวิภาคี บทความนี้จะวิเคราะห์รายละเอียดจากแถลงการณ์ของฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ที่โพสต์ข้อความเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2567 เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจบริบทและพัฒนาการล่าสุด
ฮุนเซนบอกเองเขมรฟ้องนานาชาติไทยขยายขอบเขตความขัดแย้ง
ฮุนเซนได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับการนำเสนอปัญหาชายแดนในหมู่บ้านเปรยจัน (หรือบ้านหนองหญ้าแก้วทางไทย) และหมู่บ้านโจกโจย (บ้านหนองจาน) จังหวัดบันเตียเมียนเจย ต่อคณะทูตและตัวแทนสหประชาชาติ โดยเช้าวันที่ 25 กันยายน 2567 อีท โซเฟีย รักษาการรัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา ได้เข้าพบคณะดังกล่าวเพื่อสรุปความคืบหน้าปัญหาชายแดนกัมพูชา-ไทย การประชุมมีผู้แทนจากกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างคับคั่ง
อีท โซเฟีย ระบุว่า หลังจากการหยุดยิงมีผลบังคับใช้เมื่อ 24.00 น. วันที่ 28 กรกฎาคม 2567 และข้อตกลงหยุดยิงจากที่ประชุมวิสามัญคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) วันที่ 7 สิงหาคม กัมพูชาได้ปฏิบัติตามอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้การประชุมคณะกรรมการชายแดนระดับภูมิภาค (RBC) จัดขึ้น 4 ครั้ง และการประชุมพิเศษ GBC ครั้งแรกสำเร็จลุล่วง
ตลอดการประชุม กัมพูชาแสดงเจตนาดีในการลดความตึงเครียด สร้างความเชื่อมั่น และฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ สำหรับความร่วมมือปฏิบัติ อีท โซเฟียแจ้งว่ากองกำลังประสานงานด้านมนุษยธรรมและปราบปรามอาชญากรรมข้ามแดนของทั้งสองฝ่ายได้ประชุมและบรรลุผลสำคัญหลายประการ ซึ่งสอดคล้องกับมติ GBC กัมพูชายังมุ่งมั่นประสานงานต่อเนื่อง โดยให้ไทยจัดการประชุม RBC แม้ไทยจะปรับเปลี่ยนผู้นำทหารในพื้นที่
การขยายขอบเขตความขัดแย้งจากฝั่งไทย
อย่างไรก็ตาม อีท โซเฟียตั้งข้อสังเกตถึงพัฒนาการเชิงบวกที่ถูกขัดขวาง โดยรองโฆษกกองทัพบก อบจ.สระแก้ว และสื่อไทยบางแห่งนำเสนอภาพถ่ายดาวเทียมและแผนที่ที่ทำให้เข้าใจผิดเกี่ยวกับเสาหลักเขตแดนในพื้นที่บ้านเปรยจันและบ้านโจกโจย ตำบลโอเบยโชน อ.โอชรอฟ จ.บันเตียเมียนเจย ข้อมูลเหล่านี้ใช้เอกสารทวิภาคีบางส่วน สนับสนุนการขยายขอบเขตความขัดแย้ง และนำไปสู่การขับไล่พลเรือนกัมพูชาออกจากที่ดินที่อยู่อาศัยมานานหลายสิบปีอย่างผิดกฎหมาย
โดยเฉพาะวันที่ 19 กันยายน 2567 เพจเฟซบุ๊ก “Royal Thai Army: Update” เผยแพร่ข้อมูลเท็จว่าหัวหน้าคณะสำรวจร่วม Lay Siengly และพลเอก Chhakan Bunphakdy ลงนามรับรองเขตแดนในพื้นที่ระหว่างเสาหลัก 42-43 ระหว่างปี 2559-2560 สำนักงานเลขาธิการรัฐกัมพูชาปฏิเสธข้อกล่าวหานี้เมื่อ 20 กันยายน
อีท โซเฟียเน้นย้ำว่า แม้ไทยใช้วาดเส้นแบ่งเขตไม่เป็นทางการบนภาพดาวเทียมระหว่างเสาหลัก 42-43 และ 44-47 แต่สถานการณ์จริงบนพื้นดินแสดงว่าพลเรือนไทยยึดครองดินแดนฝั่งกัมพูชา กัมพูชาตระหนักถึงความซับซ้อน จึงเรียกร้องความร่วมมือใกล้ชิดตามมติ GBC วันที่ 10 กันยายน วาระ 8.1 ที่ตกลงส่งข้อพิพาทหมู่บ้านเปรยจันและโจกโจยให้คณะกรรมการกำหนดเขตแดนร่วม (JBC) พิจารณาเร่งด่วน
นอกจากนี้ GBC มอบหมายผู้ว่าราชการจังหวัดบันเตียเมียนเจยและสระแก้วจัดการสถานการณ์สันติวิธี ยุติกิจกรรมที่ก่อความตึงเครียด ในระหว่างรอผล JBC อีท โซเฟียยืนยันความมุ่งมั่นของกัมพูชาในการรักษาหยุดยิงและข้อตกลงทั้งหมด โดยยึดหลักสันติวิธี กฎหมายระหว่างประเทศ และ MOU 2000 ว่าด้วยการสำรวจเขตแดน
สรุปแล้ว เธอขอบคุณสหประชาชาติที่สนับสนุนหยุดยิงและการแก้ไขสันติวิธี หลีกเลี่ยงการใช้กำลัง เพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์ทวิภาคีโดยเร็ว ประโยชน์สูงสุดแก่สองประเทศและประชาชน
- พัฒนาการสำคัญ: หยุดยิงและการประชุม RBC 4 ครั้ง
- ปัญหา: การนำเสนอข้อมูลเท็จจากฝั่งไทย
- แนวทางแก้ไข: ส่ง JBC และจัดการสันติวิธี
จากมุมมองของผู้เขียน ฮุนเซนบอกเองเขมรฟ้องนานาชาติไทยขยายขอบเขตความขัดแย้ง นี้สะท้อนถึงความจำเป็นในการเจรจาที่โปร่งใสและยึดหลักกฎหมาย เพื่อป้องกัน escalation ที่อาจกระทบเศรษฐกิจและความมั่นคงภูมิภาค การฟ้องร้องนานาชาติอาจเป็นเครื่องมือสำคัญในการหาทางออกที่ยุติธรรม แต่ทั้งสองฝ่ายควรเร่งฟื้นฟูความไว้วางใจ หากคุณสนใจข่าวชายแดนและการเมืองระหว่างประเทศ สมัครรับข่าวสารจากบล็อกนี้เพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด
ที่มา – “ฮุนเซน”บอกเอง “เขมร”ฟ้องนานาชาติ “ไทย”ขยายขอบเขตความขัดแย้ง ปม ’บ้านหนองหญ้าแก้ว-บ้านหนองจาน‘