เกาหลีใต้ย้ายหน่วยงานรัฐไปนครเซจงปี 2570

เกาหลีใต้เดินหน้าแผนกระจายศูนย์กลางการบริหารประเทศครั้งสำคัญ หลังรัฐบาลประกาศเตรียมย้ายหน่วยงานภาครัฐจำนวนมากจากเขตเมืองหลวงโซลไปยังนครเซจง โดยแผน เกาหลีใต้ย้ายหน่วยงานรัฐไปนครเซจงปี 2570 ตั้งเป้าลดความแออัดในกรุงโซล และผลักดันให้นครเซจงเป็นศูนย์กลางการบริหารราชการอย่างเต็มรูปแบบมากขึ้น

ตามข้อมูลของกระทรวงมหาดไทยเกาหลีใต้ จะมีหน่วยงานทั้งหมด 44 แห่ง พร้อมบุคลากรภาครัฐประมาณ 9,929 คน ย้ายออกจากพื้นที่เมืองหลวงไปทำงานที่นครเซจง การย้ายครั้งนี้แบ่งออกเป็นหลายระยะ โดยในปี 2570 จะมีหน่วยงาน 27 แห่ง หรือคิดเป็นตำแหน่งงานประมาณ 2,995 ตำแหน่ง เริ่มย้ายไปยังสำนักงานแห่งใหม่หรืออาคารสำนักงานแบบเช่า

เกาหลีใต้ย้ายหน่วยงานรัฐไปนครเซจงปี 2570

การย้ายหน่วยงานในระยะแรกมุ่งเน้นองค์กรที่สามารถเริ่มปฏิบัติงานในอาคารเช่าได้ทันที กลุ่มหน่วยงานดังกล่าวมีบทบาทสำคัญต่อการกำกับดูแลด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี ความปลอดภัย และสิทธิมนุษยชนของประเทศ การจัดกลุ่มหน่วยงานเช่นนี้ช่วยให้รัฐบาลสามารถเริ่มกระบวนการกระจายงานออกจากกรุงโซลได้ โดยไม่ต้องรอให้อาคารรัฐบาลแห่งใหม่ก่อสร้างเสร็จทั้งหมด

เหตุผลที่เกาหลีใต้ย้ายหน่วยงานรัฐไปนครเซจงปี 2570

นครเซจงถูกวางให้เป็นเมืองศูนย์กลางการบริหารราชการแห่งใหม่ของเกาหลีใต้ตั้งแต่เริ่มพัฒนา รัฐบาลต้องการลดการกระจุกตัวของประชากร ธุรกิจ และหน่วยงานรัฐในกรุงโซล ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีค่าครองชีพและราคาที่อยู่อาศัยสูงมาก การกระจายหน่วยงานไปยังเมืองอื่นจึงอาจช่วยสร้างสมดุลด้านเศรษฐกิจและเพิ่มโอกาสการพัฒนาให้กับภูมิภาค

นอกจากนี้ การเดินทางและการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐในกรุงโซลยังเผชิญปัญหาการจราจรหนาแน่น รวมถึงข้อจำกัดด้านพื้นที่สำนักงาน การย้ายหน่วยงานไปนครเซจงอาจช่วยลดภาระของโครงสร้างพื้นฐานในเมืองหลวง และทำให้การจัดสรรพื้นที่ราชการมีประสิทธิภาพมากขึ้น แม้ในช่วงแรกจะต้องลงทุนด้านอาคาร ระบบสื่อสาร และการเดินทางจำนวนมากก็ตาม

หน่วยงานกลุ่มแรกที่เตรียมย้ายไปนครเซจง

หน่วยงานชุดแรกที่จะเริ่มทำงานในอาคารสำนักงานแบบเช่า ประกอบด้วยองค์กรที่มีความสำคัญต่อการกำกับดูแลประเทศหลายแห่ง ได้แก่ คณะกรรมาธิการบริการทางการเงิน คณะกรรมาธิการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล คณะกรรมาธิการความปลอดภัยและความมั่นคงทางนิวเคลียร์ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และสำนักงานดูแลชาวเกาหลีโพ้นทะเล

การเลือกหน่วยงานเหล่านี้ให้ย้ายก่อน สะท้อนแนวทางของรัฐบาลที่ต้องการเริ่มต้นจากองค์กรซึ่งมีภารกิจเฉพาะด้าน และสามารถประสานงานผ่านระบบดิจิทัลได้ในระดับหนึ่ง การใช้สำนักงานแบบเช่าช่วยลดเวลารอคอย และทำให้เจ้าหน้าที่สามารถเริ่มปฏิบัติงานในนครเซจงได้เร็วขึ้น ขณะเดียวกัน รัฐบาลก็สามารถประเมินปัญหาจากการย้ายจริง ก่อนขยายแผนไปยังหน่วยงานขนาดใหญ่ในระยะต่อไป

หน่วยงานสำคัญจะย้ายหลังอาคารรัฐบาลสร้างเสร็จ

สำหรับหน่วยงานอีก 17 แห่ง ซึ่งจำเป็นต้องมีอาคารสำนักงานเป็นของตนเอง จะย้ายตามมาเมื่ออาคารรัฐบาลแห่งใหม่ก่อสร้างแล้วเสร็จ กลุ่มนี้รวมถึงกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการรวมชาติ กระทรวงกลาโหม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ คณะกรรมการตรวจสอบและตรวจตรา สำนักงานสืบสวนการทุจริต และหน่วยงานด้านอัยการ

รัฐบาลคาดว่าอาคารรัฐบาลแห่งใหม่จะก่อสร้างเสร็จภายในปี 2574 การวางแผนเป็นระยะทำให้หน่วยงานที่มีภารกิจด้านความมั่นคง กฎหมาย และการต่างประเทศมีเวลาจัดเตรียมระบบรักษาความปลอดภัย ห้องปฏิบัติการ พื้นที่ประชุม และโครงสร้างพื้นฐานเฉพาะทางได้อย่างเหมาะสม การก่อสร้างอาคารถาวรยังช่วยลดความเสี่ยงจากการเช่าสำนักงานหลายแห่งและการทำงานที่กระจัดกระจาย

งบประมาณและโครงการสำคัญในนครเซจง

รัฐบาลเกาหลีใต้ประเมินว่าจะใช้งบประมาณประมาณ 3.1 ล้านล้านวอน หรือราว 77,425 ล้านบาท สำหรับก่อสร้างกลุ่มอาคารสำนักงานรัฐบาลแห่งใหม่ นอกจากนี้ ยังเตรียมงบประมาณอีกประมาณ 89,700 ล้านวอน หรือราว 2,241 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นค่าเช่าสถานที่และสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการย้ายหน่วยงาน

  • ก่อสร้างอาคารสำนักงานรัฐบาลแห่งใหม่ภายในปี 2574
  • ย้ายหน่วยงานระยะแรก 27 แห่งในปี 2570
  • รองรับบุคลากรภาครัฐรวมประมาณ 9,929 คน
  • ก่อสร้างอาคารที่ทำการประธานาธิบดีในนครเซจงให้เสร็จในปี 2572
  • เปิดใช้อาคารรัฐสภาในนครเซจงตามกำหนดภายในปี 2576

นอกจากการย้ายกระทรวงและหน่วยงานราชการแล้ว นครเซจงยังมีโครงการขนาดใหญ่ที่ช่วยเสริมสถานะเมืองศูนย์กลางการบริหาร โดยอาคารที่ทำการประธานาธิบดีในนครเซจงมีกำหนดก่อสร้างเสร็จในปี 2572 ส่วนอาคารรัฐสภามีกำหนดเปิดทำการในปี 2576 หากโครงการเหล่านี้เดินหน้าได้ตามแผน นครเซจงจะมีบทบาทเพิ่มขึ้นทั้งในด้านการบริหาร การกำหนดนโยบาย และการประสานงานระหว่างหน่วยงานระดับชาติ

อย่างไรก็ตาม การย้ายหน่วยงานภาครัฐครั้งใหญ่ย่อมมีความท้าทายหลายด้าน เจ้าหน้าที่บางส่วนอาจต้องปรับเปลี่ยนที่อยู่อาศัย ขณะที่ครอบครัวอาจต้องพิจารณาเรื่องโรงเรียน การเดินทาง และการหางานของสมาชิกในครอบครัว ภาคธุรกิจที่เคยพึ่งพาการติดต่อกับหน่วยงานในกรุงโซลก็อาจต้องปรับรูปแบบการทำงานเช่นกัน รัฐบาลจึงจำเป็นต้องเตรียมระบบขนส่งสาธารณะ ที่พักอาศัย โรงพยาบาล โรงเรียน และสิ่งอำนวยความสะดวกให้เพียงพอ

ในมุมของการพัฒนาเมือง แผนนี้อาจสร้างโอกาสใหม่ให้กับนครเซจง ทั้งธุรกิจบริการ ร้านค้า อสังหาริมทรัพย์ และตลาดแรงงานท้องถิ่น หากมีประชากรและเจ้าหน้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมืองก็จะมีความคึกคักและสามารถดึงดูดการลงทุนได้มากขึ้น แต่รัฐบาลต้องควบคุมการขยายตัวให้สมดุล เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาค่าที่อยู่อาศัยสูงหรือการพัฒนาเมืองแบบกระจุกตัวซ้ำรอยกรุงโซล

โดยสรุป แผน เกาหลีใต้ย้ายหน่วยงานรัฐไปนครเซจงปี 2570 ไม่ได้เป็นเพียงการย้ายสำนักงานจากเมืองหนึ่งไปอีกเมืองหนึ่ง แต่เป็นยุทธศาสตร์ระยะยาวในการปรับโครงสร้างประเทศ ลดแรงกดดันจากกรุงโซล และสร้างศูนย์กลางการบริหารแห่งใหม่ ความสำเร็จของแผนจะขึ้นอยู่กับการก่อสร้างที่ตรงเวลา การสนับสนุนเจ้าหน้าที่ และการพัฒนาเมืองให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี หากเกาหลีใต้ทำได้ตามเป้าหมาย นครเซจงอาจกลายเป็นต้นแบบของการกระจายอำนาจและการพัฒนาเมืองราชการในเอเชีย

ติดตามความคืบหน้าของโครงการนี้ต่อไป เพราะการเปลี่ยนแปลงของนครเซจงอาจส่งผลต่อทิศทางการบริหาร เศรษฐกิจ และการพัฒนาเมืองของเกาหลีใต้ในระยะยาว

ที่มา – เกาหลีใต้เริ่มย้ายหน่วยงานภาครัฐไป “นครเซจง” ในปี 2570 หวังลดความแออัดในโซล

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *