เกาหลีใต้ห้ามใช้สมาร์ตโฟนในชั้นเรียน ม.ค. 2569

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา สภาแห่งชาติของประเทศเกาหลีใต้ได้ผ่านกฎหมายสำคัญที่มีผลกระทบต่อวงการศึกษาอย่างมาก โดยในครั้งนี้สภาได้มีมติรับรองการแก้ไขกฎหมายการศึกษาระดับประถมและมัธยมศึกษา โดยมีคะแนนเสียงเห็นด้วย 115 เสียง คัดค้าน 31 เสียง และงดออกเสียง 17 เสียง

เกาหลีใต้ห้ามใช้สมาร์ตโฟนในชั้นเรียน

ประเด็นสำคัญในการแก้ไขกฎหมายครั้งนี้ คือ การกำหนดห้ามไม่ให้นักเรียนใช้สมาร์ตโฟนและอุปกรณ์สื่อสารอัจฉริยะต่าง ๆ ภายในห้องเรียน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้อย่างแท้จริง และรักษาสมาธิของนักเรียนให้อยู่กับบทเรียนมากขึ้น

เป้าหมายของกฎหมายนี้คืออะไร

ตามแถลงการณ์จากกระทรวงศึกษาธิการเกาหลีใต้ระบุว่า การออกกฎหมายใหม่นี้ เป็นการกำหนดกรอบกฎหมายที่ชัดเจนเกี่ยวกับการจำกัดการใช้และการครอบครองอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ เพื่อให้นักเรียนสามารถเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังช่วยเสริมศักยภาพของครูในการบริหารห้องเรียนอีกด้วย

กฎหมายนี้จะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2569 ซึ่งเป็นหนึ่งวันก่อนจะเปิดภาคการศึกษาใหม่ ครอบคลุมทั้งโรงเรียนประถมจนถึงมัธยมปลาย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความจริงจังของรัฐบาลต่อการปรับเปลี่ยนและพัฒนาระบบการศึกษาตามยุคสมัย

การฟังเสียงจากผู้ใช้สมาร์ตโฟนในชั้นเรียนและผลที่ตามมา คือ ความไม่ตั้งใจเรียน เสื่อมถอยของสมาธิ และคุณภาพของบทเรียนที่นักเรียนได้รับ รัฐบาลเกาหลีใต้จึงเริ่มปลุกกระแสการเคลื่อนไหวเพื่อ ‘จำกัดการใช้เทคโนโลยี’ ภายในพื้นที่เรียนการสอนอย่างเป็นทางการ

  • กำหนดให้ยกเลิกการใช้งานสมาร์ตโฟนในห้องเรียน
  • ไม่อนุญาตให้ใช้อุปกรณ์สื่อสารอัจฉริยะในช่วงเวลาเรียน
  • เปิดโอกาสให้นำอุปกรณ์มาใช้งานเฉพาะในกิจกรรมหรือบทเรียนที่ได้รับอนุมัติจากครู
  • ส่งเสริมการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมและมุ่งเน้นบทบาทของครูมากขึ้น

ด้วยแนวโน้มโลกที่เปลี่ยนแปลงไปตามเทคโนโลยี หลายคนอาจเริ่มตั้งคำถามว่า การห้ามใช้สมาร์ตโฟนในชั้นเรียนแบบที่เกาหลีใต้ทำนั้นมีจริง ๆ แล้วลงตัวหรือไม่? จริงอยู่ที่สมาร์ตโฟนสามารถใช้เป็นเครื่องมือการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ แต่ก็ต้องยอมรับเช่นกันว่า สิ่งเหล่านี้มีด้านลบมากกว่าเมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม

กฎหมายฉบับนี้จึงเกิดขึ้นมาเพื่อป้องกันไม่ให้สิทธิการเรียนรู้ของนักเรียน ถูกแทรกแซงจากอุปกรณ์เทคโนโลยีที่มีความเสี่ยงสูง และเป็นการเน้นย้ำถึงความสำคัญของผู้สอนในการควบคุมห้องเรียนให้เกิดคุณภาพสูงสุด

ทั้งนี้ การปฏิรูปการศึกษาครั้งนี้สะท้อนถึงการใช้กฎหมายเพื่อสร้างสภาแชร์แรงบันดาลใจให้แก่ระบบการศึกษาอื่น ๆ ให้กล้าเปลี่ยน เพื่อเตรียมรุ่นเยาว์ให้พร้อมสู่อนาคต

หากคุณเป็นผู้ปกครองหรือครูผู้สอน ไม่ใช่เรื่องเกินจริงที่จะเริ่มใช้แนวทางการจัดการอุปกรณ์อัจฉริยะในห้องเรียนตามแนวทางเกาหลีใต้ เพราะประโยชน์ที่ได้อาจ weit mehr ขึ้นกว่าสิ่งที่สูญเสีย

ที่มา – สภาแห่งชาติเกาหลีใต้ผ่านกฎหมาย ห้ามใช้สมาร์ตโฟนในชั้นเรียน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *