เกาหลีใต้ไม่อนุญาตให้อดีตสายลับเกาหลีเหนือกลับบ้านเกิด
เมื่อเร็ว ๆ นี้มีรายงานจากสำนักข่าวต่างประเทศว่า ประเทศเกาหลีใต้ได้ปฏิเสธคำขอของอดีตสายลับชราชาวเกาหลีเหนือที่ต้องการกลับคืนสู่บ้านเกิด โดยเฉพาะกรณีของนายอัน ฮัก-ซ็อบ อายุ 95 ปี ซึ่งเป็นอดีตทหารและสายลับของเกาหลีเหนือที่ได้ยื่นคำร้องต่อรัฐบาลเกาหลีใต้ เพื่อขอกลับไปยังเกาหลีเหนือในฐานะ ‘เชลยศึก’ ทั้งที่เจ้าหน้าที่ได้นำเขาไปยังสะพายทงกิลใกล้หมู่บ้านปันมุนจอม ซึ่งเป็นเขตปลอดทหาร แต่ทหารและตำรวจยังคงไม่อนุญาตให้ เกาหลีใต้ไม่อนุญาตให้อดีตสายลับเกาหลีเหนือกลับบ้านเกิด
เกาหลีใต้ไม่อนุญาตให้อดีตสายลับเกาหลีเหนือกลับบ้านเกิด
ตามข่าวจากแหล่งข่าวขององค์กรภาคประชาสังคมในเกาหลีใต้ ที่เป็นตัวแทนของนายอัน ฮัก-ซ็อบ ระบุว่า ขณะที่เขาถือธงชาติของเกาหลีเหนือเพื่อกลับไปยังดินแดนบ้านเกิด นั้น กลับถูกเจ้าหน้าที่ในพื้นที่จับกุม เนื่องจากการถือธงชาติของเกาหลีเหนือในเกาหลีใต้ถือเป็นการกระทำผิดกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้นำตัวเขาไปโรงพยาบาลเพื่อรับการตรวจร่างกาย จากนั้นจึงส่งตัวกลับเข้าสู่ระบบควบคุมของรัฐ
กฎหมายและการตัดสินใจที่เป็นทางการ
นายอันเป็นหนึ่งในกลุ่มชาวเกาหลีเหนือวัยชราจำนวน 6 คน ซึ่งทุกคนเคยรับโทษจำคุกหลายสิบปีด้วยเหตุผลเดียวกัน คือเป็นจารชนที่ให้ข้อมูลแก่เกาหลีเหนือ ทั้งที่ได้รับอิสรภาพมาแล้ว แต่พวกเขายังยืนยันอุดมการณ์ทางการเมืองเดิม และต้องการกลับไปยังเกาหลีเหนือ
เช่นเดียวกับผู้อื่นในกลุ่ม พวกเขาแสดงความประสงค์ที่จะขอส่งตัวกลับในฐานะ “เชลยศึก” ตามกรอบอนุสัญญาเจนีวา ซึ่งการดำเนินการในลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นครั้งเดียวเมื่อปี 2543 ที่ผ่านมา เมื่อเกาหลีใต้ส่งตัว “กลุ่มอดีตนักโทษที่ไม่เปลี่ยนความคิด” รวม 63 คน ไปให้เกาหลีเหนือบนพื้นที่เขตปลอดทหารที่หมู่บ้านปันมุนจอม
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีข้ออ้างตามกฎหมายระหว่างประเทศ แต่ เกาหลีใต้ไม่อนุญาตให้อดีตสายลับเกาหลีเหนือกลับบ้านเกิด อย่างเป็นทางการ โดยอ้างถึงสถานการณ์ทางการเมืองที่ยังคงตึงเครียดระหว่างสองประเทศ แม้ว่าสงครามเกาหลีจะจบลงไปตั้งแต่ปี 2496 ด้วยข้อตกลงหยุดยิง แต่ยังไม่มีข้อตกลงสันติภาพอย่างเป็นทางการที่จะยุติสถานะสงคราม
แม้ปัจจุบันจะมีการติดต่อทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมระหว่างสองเกาหลีอยู่บ้าง แต่เรื่องของความมั่นคงและกฎหมายภายในประเทศยังคงถูกวางไว้เหนืออื่น ๆ การไม่อนุญาตให้อดีตสายลับชราเกาหลีเหนือกลับบ้านเกิด คือการแสดงถึงการรักษามาตรฐานด้านความมั่นคงของเกาหลีใต้ที่ชัดเจน
การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ใช่แค่ประเด็นของบุคคล แต่มันสะท้อนสถานะที่ยังคงตึงเครียดของความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ และวิธีการที่รัฐบาลจัดการกับอดีตศัตรูในอดีต ที่ยังคงยึดมั่นในอุดมการณ์เดิม การเคลื่อนไหวเช่นนี้จึงคงเป็นเตือนใจแก่ผู้ที่เพิ่งเริ่มติดตามสถานการณ์ว่า แม้จะมีการเยือกเย็นและความใกล้ชิดในสายลมของความเป็นสันติ แต่หน้าที่ของรัฐยังคงอยู่ตรงการปกป้องประเทศต่อภัยคุกคามทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะมาจากอดีตหรือปัจจุบัน
หากคุณติดตามประเด็นการเมืองระหว่างประเทศโดยเฉพาะเรื่องของคาบสมุทรเกาหลี นี่คือสถานการณ์ที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง เพราะมันยังสานต่อความท้าทายด้านความมั่นคงในยุคปัจจุบัน
ที่มา – เกาหลีใต้ไม่อนุญาต ให้อดีตสายลับชราเกาหลีเหนือกลับบ้านเกิด