เงินล้นวัดพระบาทน้ำพุไหลเป็นพันล้าน
กรณีที่วัดพระบาทน้ำพุกลายเป็นข่าวใหญ่ระดับประเทศ เมื่อปรากฏการณ์ ‘เงินล้นวัด’ หลังจากการเปิดเผยของพล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. และนายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. ที่ให้สัมภาษณ์หลังการเข้าพบนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 ว่า เงินบริจาคจำนวนมากจากผู้ศรัทธาได้ไหลเข้าสู่วัดเป็นจำนวนมากจนต้องนำไปซื้อทรัพย์สินนอกระบบให้กับบุคคลภายนอก
เงินล้นวัดพระบาทน้ำพุไหลเป็นพันล้าน
จากข้อมูลที่เปิดเผย ปรากฏว่าเงินบริจาคที่ไหลเข้าวัดพระบาทน้ำพุได้สะสมตั้งแต่ 30 ปีก่อน จนมีมูลค่าสูงถึงหลายพันล้านบาท ซึ่งในช่วงที่มีการค้นหาหลักฐานเพื่อสอบสวนเงินทุนจำนวนมากนั้น มีการค้นหาหลักฐานจาก 17 จุด เพื่อหาเส้นทางเงินและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีนี้ และที่สำคัญคือ เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าตนยืนยันจะนำทรัพย์สินของวัดที่หลุดลอยไปยังบุคคลอื่นกลับมาคืนองค์กรทางศาสนาให้หมด
อลงกตยอมรับความผิด พร้อมแฉรายละเอียด
ภายหลังจากที่นายอลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุได้ประกาศสึกไปแล้วนั้น เจ้าหน้าที่ระบุว่ามีการอัดคลิปวิดีโอที่นายอลงกตพูดถึงความผิดและยอมรับผิดของเขา เปิดเผยว่าบางเรื่องเป็นบุญ แต่บางเรื่องก็ต้องยอมรับผิดและรับบทลงโทษ ซึ่งจะมีการเผยแพร่คลิปนี้เพื่อให้ประชาชนConnellได้รับข้อมูลอย่างชัดเจน
ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันชี้ให้เห็นว่าเงินที่บริจาคเข้าสู่วัดได้ถูกใช้เพื่อซื้อที่ดิน สนามฟุตบอล ร้านอาหารบ้าง ซึ่งถือเป็นการฟอกเงินที่ซับซ้อนผ่านหลายบุคคล จึงไม่แปลกใจที่เจ้าหน้าที่ต้องเร่งดำเนินการตรวจสอบทุกเส้นทางของเงินนี้
- การถ่ายโอนที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจากวัดไปยังบุคคลภายนอก
- การใช้ชื่อบริษัทหรือมูลนิธิเพื่อกักเก็บทรัพย์สิน
- กรณีที่เงินถูกถ่ายโอนเพื่อซื้อทรัพย์สินในนามผู้อื่น
นอกจากนี้ เลขาธิการ ป.ป.ท. ได้กล่าวเสริมว่า แม้ว่าเรื่องดังกล่าวจะกระทบกับความเชื่อมั่นของสาธารณชน แต่ศาสนาเองยังคงมีความบริสุทธิ์ และกระแสด้านคดีนี้ควรแยกว่า เป็นความผิดของบุคคลที่แกล้งนำศาสนาไปใช้ผิดวิธี เจตนากับไม่เจตนาจะมีอยู่ จึงขอให้ประชาชนอย่ามองในทิศทางเดียว
สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องมองดูวัดและองค์กรทางศาสนาอย่างใกล้ชิด และยิ่งถ้าหากมีการบริหารจัดการทรัพย์สินผิดหลักแล้ว ก็ควรร้องเรียนหรือเข้าช่วยเหลือในทันที การรักษาความบริสุทธิ์ของศาสนาเป็นหน้าที่ร่วมกันของทุกคน
เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างโปร่งใส ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังจัดทำรายงานสรุปเพื่อจะแถลงข่าวอย่างเป็นทางการเพื่อแจ้งความเคลื่อนไหวใหม่ในคดี รวมถึงความแยบคายของพระผู้มีชื่อเสียงที่เกี่ยวข้องกับเรื่อง นายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล หรือที่รู้จักในชื่อ “หมอบี”
สุดท้ายนี้ เราเห็นว่าการเก็บเงินโดยไม่มีการจัดการจนเกินความจำเป็น ถือเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงถ้อยความของพระหรือผู้นำศาสนาในยุคนี้ว่า หากขาดระเบียบวินัย และวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน ย่อมนำไปสู่ปัญหาที่ยิ่งใหญ่ได้